อัปเดตล่าสุด 2019-06-06 10:31:31

ตอนที่ 2 บทที่ 2

       รณภพกลับมาจากตลาดแล้ว เขายังไม่มีอารมณ์จะปั่นนิยายต่อ ยิ่งเห็นสภาพห้องรกและโครงเรื่องตอนต้นของนิยายที่ต้องนั่งเขียนใหม่ เขายิ่งท้อใจจนต้องรีบออกจากห้องทั้งที่เข้ามาได้ไม่ถึงนาที

       นักเขียนหนุ่มออกไปเดินเล่นริมหาดทรายขาวสะอาด สายตาเหม่อมองเลยไปไกล พร้อมกับความคิดและห้วงจินตนาการอันไม่มีสิ้นสุดของเขา

       เขาเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อย พอมาถึงสุดชายหาดก็ตั้งใจเดินกลับเพื่อไปสะสางงานต่อ

 

       วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่รณภพไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างที่ใจนึกคิด และเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่ธรรมชาติยังคงเล่นงานเขา

       ฝนที่เห่เทกระหน่ำตกลงมา เสียงอื้ออึงของสัตว์ รวมทั้งเสียงประหลาดพวกนั้นกำลังจะทำให้เขากลายเป็นบ้าจริงๆ

       ชายหนุ่มกำปากกาหมึกดำในมือแน่น ยกปลายของมันขึ้นแล้วใช้มันขยี้เส้นผมจนยุ่งเหยิงคล้ายรังนก รณภพเพ่งมองกระดาษ A4 ที่มีตัวอักษรเต็มพรืด สลับมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่วางไว้ใกล้กัน เขากำลังสับสนกับสิ่งที่ตัวเองเขียนและโครงเรื่องที่ตั้งเอาไว้

       ปัญหาข้อหนึ่งของรณภพและคงเป็นอีกหลายๆ ปัญหาสำหรับนักเขียนก็คือดันเขียนเพลิน มัวแต่ปล่อยให้สิ่งที่กำลังพิมพ์นั้นโลดแล่นไปตามจินตนาการ หรือที่เรียกว่า…ออกทะเลนั่นล่ะ จนเมื่อแล่นไปไกลก็พบว่าดันกลับเข้าฝั่งไม่ได้ เช่นเดียวกันกับนิยายที่ไม่สามารถพาเรื่องกลับมาต่อที่เนื้อเรื่องช่วงต่อไปได้

       เรียวปากของเขาปิดแน่น คิ้วดกดำขมวดเข้าหากัน รณภพชันเข่าขวาขึ้น หยิบกระดาษ A4 แผ่นนั้นวางทาบลงบนหน้าแข้ง มือขยุกขยิกจับปากกาขีดๆ เขียนๆ อยู่นาน

       ทุกเสียงประเดประดังเข้ามาจนก้องอยู่ในหัว ปนเปกับความคิดจนชุลมุนวุ่นวายไปหมด เสียงความคิดของเขาเริ่มหายไป เหลือไว้แต่เพียงเสียงบ้าๆ พวกนั้น

       รณภพปาปากกาใส่ผนังอย่างแรงตามความโมโห...โมโหธรรมชาติที่ปั่นหัวเขา...โมโหตัวเองที่ทำงานไม่ก้าวหน้าเสียที เขาขยำกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วปาลงพื้น ก่อนจะลุกขึ้นยืน หมายจะออกจากห้องนอน

       วินาทีนั้นเองที่ฝนเริ่มซาลง

       หากแต่เสียงประหลาดบางอย่างกลับยังคงดังต่อไป ราวกับจะบอกว่ามันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากสายฝนตกกระทบวัตถุ หรือเสียงสัตว์ร้อง…

 

       เช้าวันรุ่งขึ้น…

       “แล้วไง สรุปว่าเมื่อคืนเอ็งได้เจออะไรแปลกๆ หรือเปล่า ?” ลุงเมียงถามขณะที่คนโจ๊กในหม้อให้เข้ากัน

       รณภพชำเลืองมอง ก่อนจะหันมาสนใจกับไอร้อนที่โชยออกจากชามโจ๊กของตนแล้วเอ่ยปากตอบคำถามไป “ก็...ไม่เห็นมีอะไรนี่ลุง”

       “ทำไมเสียงไม่มั่นใจแบบนั้นวะ ? เล่ามาซิว่ามีเรื่องอะไร” ลุงเมียงคะยั้นคะยอให้พูด แกหมุนกระบวยในมือต่อไป สายตามองเลยไปที่อาหมวยร้านขายยาฝั่งตรงข้าม

       นักเขียนหนุ่มตักโจ๊กคำโตเข้าปาก เขายังไม่ได้ตอบคำถามของลุงเมียงในทันที คล้ายกับว่าไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองได้ยินเมื่อคืนนั้นคือเสียงประหลาดอย่างที่ลุงเมียงว่าหรือเปล่า

       มันเหมือนกับเสียงดีดพิมพ์ดีด หากว่าเขาไม่หูแว่วไปล่ะก็…

       รณภพตักโจ๊กเข้าปากอีกคำ คิ้วเรียวยังขมวดหากันอยู่ ก่อนจะสรุปในใจเอาว่าเป็นคงเป็นเสียงสัตว์ร้องนั่นล่ะ หรืออาจเป็นลมแรงพัดของไปกระทบกันเข้าก็ได้

       ลุงเมียงมองอาหมวยหุ่นเซ็กซี่คนนั้นจนเธอเดินกลับเข้าร้าน ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับโจ๊กในหม้อใหญ่ แกตักขึ้นใส่ชามสองใบ หยิบผักชีโรยไปนิดหน่อยแล้วให้เจ๊ศรียกไปเสิร์ฟ

       วันนี้ลูกค้าน้อยกว่าทุกวัน เพราะที่ซอยข้างๆ มีเศรษฐีจัดพิธีขึ้นบ้านใหม่และเลี้ยงอาหารฟรีให้กับคนที่ไปร่วมงาน ไม่ต้องให้ลุงเมียงเดาก็รู้ว่าที่บ้านของเศรษฐีคนนั้นจะแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากมายแค่ไหน

       “ว่าไงไอ้หนุ่ม เมื่อวานเจออะไรเจ๋งๆ ไหม ?”

       รณภพส่ายหัว แก้มขยับขึ้นลงตามจังหวะบดกราม

       ลุงเมียงทำหน้าผิดหวัง “เป็นไปได้ไงวะ ข้านึกว่าเองจะเจอเจ๋งๆ เหมือนอีสายบัวเสียอีก”

       ชื่อนั้นเรียกความสนใจของรณภพ เขารีบกลืนข้าวข้นลงคอแล้วถามทันที “ใครคือสายบัวเหรอลุง ? แล้วที่ว่าเจ๋งๆ  ลุงหมายถึงอะไรล่ะ ?”

       “ก็ผีสิวะ!”

       “โธ่!” รณภพอุทานพลางทำสีหน้าผิดหวัง “ผีเหรอ ? นี่มันยุคไหนแล้ว ไม่มีผีหรอก”

       ลุงเมียงเอ็ดห้ามด้วยการทำเสียงจุ๊ปาก “ยุคไหนข้าไม่รู้หรอก แต่ข้าจะบอกให้ว่าผีมีจริง!”

       รณภพยังคงไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ค้านความเห็นของแกเป็นหนที่สอง เขาหันมาสนใจโจ๊กต่อ กินไปพลาง หูก็ฟังคำพูดของลุงเมียงไปพลาง

       “อีสายบัวมันเป็นนักร้องเก่า สมัยก่อนมันดังมาก มันไปเช่าบ้านหลังนั้นอยู่ เหมือนเอ็งนั่นล่ะ แต่มันอยู่ได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็เผ่นแนบกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว” ลุงเมียงเขยิบไปใกล้แล้วเล่าต่อ “ว่ากันว่ามันเจอ…”

       “เอาอีกแล้วนะไอ้เมียง!” เสียงเจ๊ศรีคำรามขึ้นมาก่อนที่ลุงเมียงจะพูด ทำเอาคนเล่าสะดุ้งโหยง หันไปมองด้วยสีหน้าแหย “ลูกค้ามารอซื้อโจ๊กกันนานแล้ว จะขายหรือไม่ขาย หา!”

       เจ๊ศรีเท้าสะเอว จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง ลุงเมียงพยักหน้าหงึกๆ แล้วรีบลุกขึ้น กระนั้นก็ยังไม่วายหันไปนินทาเมียกับพ่อหนุ่มเมืองกรุง

       “แต่ข้าว่า นางศรีมันน่ากลัวกว่าผีอีกว่ะ”

       “ซุบซิบอะไรกัน ยังไม่มาอีก!”

       “ไปแล้วๆ ” ลุงเมียงกลับไปทำงานตามเดิม แกขอโทษขอโพยลูกค้าที่ปล่อยให้รอ

       รณภพมองแล้วก็อมยิ้มขำ เขานั่งทานโจ๊กจนหมดชาม ตามด้วยปาท่องโก๋กับกาแฟรสเข้มอีกหนึ่งแก้ว เมื่อจบมื้อเช้าที่ร้านของลุงเมียงจึงค่อยขับรถกลับบ้านพักไปสานต่องานที่ค้างคาจากเมื่อคืน 

               

       นักเขียนหนุ่มหน้าเข้มสะสางงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเย็น ความเครียดบดบังจนลืมหิว ข้าวปลาไม่ตกถึงท้อง มีแค่ตัวอักษรและน้ำเท่านั้นที่ซึมซับเข้าร่างกาย

       วันนี้ดูเหมือนฟ้าจะเป็นใจเมื่อท่านไม่ได้บันดาลให้ฝนตกลงมาส่งเสียงบ้าๆ ทำลายสมาธิ เมื่อน้ำขึ้นควรรีบตัก รณภพจึงรีบตักตวงโอกาสที่สมองกำลังโลดแล่นให้เกิดประโยชน์ที่สุด

       อากาศคืนนี้โล่งโปร่ง มองเลยหน้าต่างออกไปก็เห็นท้องฟ้าแต่งแต้มด้วยดวงดาวเล็กๆ พร้อมกับดวงจันทร์สุกสกาวไม่เต็มดวง สายลมเอื่อยๆ ลอยเข้ามาในห้องกว้าง รณภพชอบบรรยากาศแบบนี้เป็นที่สุด ความคิดที่ว่าเหมือนฆ่าตัวตายชัดๆ ที่ดันแพ็คกระเป๋ามาหาดบ้านเพนั้น ตอนนี้ถูกลบเลือนไปอย่างสิ้นเชิง

       วันนี้เขาปั่นงานไปได้เยอะเกินความคาดหมาย จนเมื่อถึงจุดที่กำหนดไว้ก็ค่อยหยุดพัก ความหิวเริ่มกลับเข้ามาเล่นงานจนต้องยกมือลูบท้องแรงๆ เพื่อบรรเทาเสียงโครกครากหน้าไม่อาย

       รณภพเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอล อีกไม่ถึงหนึ่งนาทีก็จะสองทุ่มแล้ว เขาลากสายตากลับมาที่คอมพิวเตอร์อีกครั้ง กดเซฟงานให้เรียบร้อย รวมถึงเสียบแฟลชไดร์ฟแล้วก็อปปี้ข้อมูลเก็บไว้กันพลาด เผื่อว่าคอมพิวเตอร์เกิดอาการแฮงค์ขึ้นมาอีก จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มันสอนว่าเขาไม่ควรละเลยอีกเป็นครั้งที่สอง และไม่ควรฝากความเชื่อใจไว้ที่คอมพิวเตอร์มากเกินไปนัก

       ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจไปทางซ้ายและขวาอย่างละสามครั้ง ช่วงวินาทีที่เขากำลังจะเอี้ยวตัวกลับนั้นเอง เสียงประหลาดก็ดังขึ้น…มันกลับมาอีกแล้ว

       เสียงที่เขาคิดว่าเกิดจากฝน...เกิดจากสัตว์ร้อง กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่ ในเมื่อตอนนี้ท้องฟ้าโล่งโปร่ง แถมตลอดตั้งแต่ช่วงเย็นเขาก็ยังไม่ได้ยินสัตว์ตัวใดร้องสักแอะ

       นั่นหมายความว่า…

       ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

       ตึ้ง!

       ...

       ครืด

       เสียงนั้นเกิดจากบางอย่างที่เหนือความคาดหมาย!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น