06/07/2018

‘สื่อมวลชน’ ที่ไร้จรรยาบรรณคือ ‘สื่อมวลชั่ว’

 

       ผมเกิดและโตมาในยุคที่โทรทัศน์นำเสนอข่าวเพียงช่วงเวลาเดียวของวันคือเวลาค่ำ ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์สำคัญใดในรอบวัน ก็จะถูกรวบรวมนำมาเสนอในช่วงเวลาดังกล่าวทั้งหมด
       ในสมัยเด็กผมไม่ได้สนใจดูข่าวเลยสักนิด สิ่งที่สนใจมีเพียงการ์ตูนสั้น ๆ หลังข่าวจบ ส่วนแม่ก็เฝ้ารอดูละครหลังข่าว ดังนั้นช่วงเวลาที่โทรทัศน์นำเสนอข่าว จึงเป็นช่วงที่เรามิได้สนใจไยดีต่อเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถูกเล่าขาน
       กระทั่งเมื่อผมเติบโตขึ้นมา จึงรู้ว่าข่าวสารบ้านเมือง เหตุการณ์ความเป็นไปต่าง ๆ ของสังคม ล้วนแต่มีผลกระทบต่อชีวิตของตัวเอง ต่อครอบครัว ต่อทุกสังคมตั้งแต่เล็กไปจนใหญ่ถึงระดับประเทศ ระดับโลก ทำให้ผมเริ่มสนใจในข่าวสารต่าง ๆ ที่ถูกนำเสนอ
       และเพราะความสำคัญนี้เอง รายการข่าวจึงถูกเพิ่มเวลามากขึ้น ไล่ตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ช่วงเช้าไปจนถึงสาย ก่อนเที่ยงลากยาวถึงบ่าย ช่วงเย็น ช่วงค่ำ และช่วงดึก ซ้ำยังมีข่าวสั้นแทรกระหว่างรายการโทรทัศน์ทุกรายการ เรียกได้ว่าตารางเวลาของรายการข่าวกินไปเกินครึ่งของรายการทั้งหมดของสถานีในแต่ละวัน เรื่องราวใดที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ก็จะถูกนำเสนอให้ผู้ชมได้รับรู้อย่างทันท่วงที
       และเพราะความนิยมในการเสพข่าวสารของผู้คนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นี้เอง ทำให้เกิดสื่อมวลชนหลากหลายแขนงแตกออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากช่องโทรทัศน์หลักยุคก่อนมีดิจิตอลทีวี หนังสือพิมพ์ มาจนถึงยุคปัจจุบันที่มีช่องโทรทัศน์ดาวเทียมเพิ่มขึ้นมานับร้อย หรือสื่อจากแฟนเพจของเฟซบุ๊กที่มีอีกนับไม่ถ้วน
       ดังนั้นหากมีข่าวใหญ่ที่เป็นที่สนใจของคนไทยทั้งประเทศ สื่อมวลชนเหล่านี้จะไปรวมตัวกันยังจุดเกิดเหตุอย่างมืดฟ้ามัวดิน 
       ราวกับห่าลง!
       ผมเห็นภาพความทุเรศในการทำงานของสื่อมวลชนมามากมาย ทั้งการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดที่สุด การไม่นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา แต่เพิ่มสีสันด้วยการพาดหัวเรียกแขก การใส่ทัศนคติของตัวเองลงไปในข่าวที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม และอีกมากมายที่ล้วนแต่เป็นพฤติกรรมที่ ‘ไร้จรรยาบรรณ’ อย่างสิ้นเชิง
       ตัวอย่างที่ทำให้ผมโคตรเดือด ดังเช่นเมื่อครั้งคุณปอ ทฤษฎี เสียชีวิต มีการนำศพออกจากโรงพยาบาลเพื่อขึ้นรถ บรรดาสื่อเมื่อเห็นเตียงเข็นศพถูกเข็นออกมาจากโรงพยาบาล ก็กรูกันเข้าไปรุมล้อมเพื่อถ่ายรูปศพให้ชัดที่สุด โดยคนในครอบครัวอย่างภรรยา ลูกสาว และญาติพี่น้อง ถูกดันออกห่างจากรถเข็นเรื่อย ๆ จนไปติดกำแพงที่อยู่ห่างออกไปร่วมสิบเมตร

 

       โห! ไอ้พวกระยำ!
       คือจิตใจพวกมึงต้องต่ำทรามขนาดไหนวะ ถึงทำเรื่องเลวระยำแบบนี้กับคนที่เพิ่งสูญเสียสามี สูญเสียพ่อ สูญเสียคนที่รักไปได้ลงคอ
       ซึ่งนับตั้งแต่เหตุการณ์นั้น ภาพของสื่อมวลชนในยุคปัจจุบันในสายตาผมก็เริ่มเลวร้ายลงเรื่อย ๆ
       กระทั่งเหตุการณ์ล่าสุด ซึ่งเป็นที่แตกตื่นตกใจ และกลายเป็นกระแสสังคมที่ไม่มีใครในประเทศไม่ติดตาม ไม่พูดถึง คือข่าวการติดถ้ำของโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่เข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แล้วเกิดติดอยู่ในถ้ำไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากน้ำไหลบ่าเข้าท่วมภายในถ้ำ ข่าวนี้สร้างความตระหนกแก่คนไทยทั้งประเทศ ด้วยความเป็นห่วงเด็กทั้ง 12 ชีวิตและโค้ชซึ่งเป็นผู้ใหญ่เพียงคนเดียว ประกอบกับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล นำโดยนายกรัฐมนตรีที่เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าในการช่วยชีวิต รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานรัฐทั้งตำรวจ ทหาร และหน่วยงานอื่น ไปจนถึงภาคเอกชนที่ระดมสรรพกำลังมาร่วมทีมกู้ภัยในครั้งนี้
       เท่านั้นไม่พอ ยังมีผู้เชี่ยวชาญทั้งการกู้ภัย การดำน้ำ จากต่างชาติที่มาสนับสนุนภารกิจให้เกิดประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตทั้ง 13 คนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด
       และเพราะกระแสความสนใจในเหตุการณ์นี้เอง ทำให้สื่อมวลชน ต่างแย่งชิงพื้นที่การนำเสนอข่าวกันอย่างครึกโครม รายการข่าวทุกช่วงของแต่ละวันล้วนเปิดด้วยข่าวนี้ทั้งสิ้น รวมถึงเพจต่าง ๆ ในเฟซบุ๊กก็ล้วนเกาะกระแสนำเสนอเรื่องราวของทีมหมูป่าแทบจะวินาทีต่อวินาที
       และเพราะเรตติ้งสำคัญกว่าจรรยาบรรณ ทำให้เราเห็นพฤติกรรมเลวร้ายในการนำเสนอข่าว ผมขอรวบรวมข้อมูลเท่าที่พบเห็นมาเล่าให้ฟังนะครับ

 

       1. เต้าข่าว : ข่าวจริงหรือไม่จริง ข้อมูลชัวร์หรือไม่ชัวร์ ถ้ากูได้ยินมา ได้รู้มา กูแชร์กูนำเสนอไว้ก่อน เร็วกว่าชาวบ้านเขาคือดีที่สุด ซึ่งไอ้ข่าวที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองความถูกต้อง นำมาซึ่งความเข้าใจผิด ความสับสน อย่างที่เห็นชัดเลยคือภาพเด็ก ๆ ถอดเสื้อและบอกว่าเป็นภาพที่หน่วยซีลถ่ายได้หลังจากพบตัวเด็ก หลายคนดราม่าว่าเด็กติดถ้ำอะไร ไม่เห็นหวาดกลัว ไม่ผอมโซเพราะอดอาหาร ซึ่งหลังตรวจสอบ นี่คือภาพเก่าที่เด็ก ๆ เคยถ่ายเล่นกันและโพสต์เอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ข้อมูลและรูปนี้ถูกนำเสนอทางรายการข่าวของโทรทัศน์เลยนะ ไม่ใช่แค่เพจไก่กา
       2. ถามคำถามแบบไม่ใช้สมองคิด : ดูคลิปนักข่าวที่สัมภาษณ์พ่อแม่เด็กด้วยประโยคคำถามว่า “คิดว่าน้องจะปลอดภัยไหมคะ ?” “น้องมาเข้าฝันบ้างไหมคะ ?” ถ้าผมเป็นพ่อแม่เด็ก อีนักข่าวที่ถามนั่นโดนกระโดดถีบปากด้วยส้นตีนคู่เลยนะครับ คือมึงเป็นนักข่าวได้ยังไงวะ ถามคำถามนอกจากจะไม่สร้างสรรค์แล้ว ไปกระตุ้นอารมณ์โศกเศร้าเสียใจของพ่อแม่เด็กให้มากขึ้นไปอีก 

 

       3. มารยาททราม : ดังที่กล่าวไปว่าสื่อจำต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ข่าวที่เร็ว ภาพที่ชัดมานำเสนอมากที่สุด และไอ้ทุกวิถีทางที่ว่า ก็หมายรวมถึงการทำมารยาทเลว ๆ ต่อทั้งตัวผู้ตกเป็นข่าว และญาติพี่น้องหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ดังเช่นการปลุกญาติ ๆ ของเหล่านักฟุตบอลที่กำลังหลับอยู่ด้วยความอ่อนเพลียขึ้นมาสัมภาษณ์แบบไม่รู้เวล่ำเวลา หรือการไปนั่งข้างหน้าตรงข้างโต๊ะผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อรายงานข่าวขณะที่ผู้ว่าฯ กำลังแถลงข่าวของนักข่าวสาวจากช่องใหญ่ช่องหนึ่ง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ ‘น่ารังเกียจ’ และ ‘ไร้มารยาท’ เป็นอย่างมาก ถ้าผมเป็นผู้ว่าฯ ผมสั่งห้ามเข้าพื้นที่เลยนะ

 

       4. สร้างดราม่าเรียกแขก : กรณีเพจดังที่ต้องการข่าวและรูปมานำเสนอ ทำถึงขนาดฝากโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ทีมขุดเจาะน้ำบาดาลที่จะขอเข้าพื้นที่ (แต่สุดท้ายก็เข้าไม่ได้เพราะไม่มีใบอนุญาต) เมื่อไม่ได้ภาพ ก็มาโพสต์สร้างกระแสดราม่าว่าน้อยอกน้อยใจ คนทำงานแท้ ๆ แต่เข้าพื้นที่ไม่ได้บลา ๆ ซึ่งจากโพสต์นี้แทนที่เหล่าลูกเพจจะมาให้กำลังใจและด่าว่าเจ้าหน้าที่สมปรารถนา กลับเป็นเพจตัวเองโดนกระหน่ำโทษฐานใช้สิทธิความเป็นสื่อทำอะไรลัดขั้นตอน สร้างความวุ่นวาย กูตะโกนดัง ๆ หลังอ่านบรรดาคอมเมนต์เลยว่า “สมน้ำหน้าโว้ย!”
       จริง ๆ มีอีกมากมายหลายพฤติกรรมในหลาย ๆ ข่าวที่แสดงให้เห็นถึงจรรยาบรรณที่เสื่อมทรามลงของสื่อมวลชน และผลกระทบของมันก็หนักหนาจนอาจสร้างความแตกแยกในสังคม ดังหลายกรณีที่ผ่านมาในอดีต
       หน้าที่หลักของสื่อมวลชน คือการนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีทัศนคติของตัวเองเคลือบแฝงลงไป รวมถึงการได้มาซึ่งเนื้อหาข่าวหรือภาพข่าว ก็ควรใช้มารยาทในการทำงานอย่างมาก ไม่ใช่ทำตัวเป็นเปรตรุมขอส่วนบุญจนไม่สนต่อจิตใจของผู้อื่น
       ลดความต่ำทรามลง เพิ่มจรรยาบรรณให้มากขึ้น
       สื่อมวลชน จะได้ไม่กลายเป็น สื่อมวลชั่ว ดังเช่นที่ถูกสังคมตราหน้าอยู่ในปัจจุบัน
       ถ้าไม่หยุดพฤติกรรมนี้ กูจะด่ามึงด้วยคำที่หยาบคายที่สุดในชีวิตที่คิดได้ในตอนนี้...
       “ไอ้หน้าศรี!”

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : ‘สื่อมวลชน’ ที่ไร้จรรยาบรรณคือ ‘สื่อมวลชั่ว’

เรียบเรียงโดย

ธุวัฒธรรพ์

นักเขียน นักร้อง วิทยากร ที่มีงานอดิเรกเป็นตำรวจ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | พฤหัสบดี
เศียรสะบั้น พลันสูญสิ้น วิญญา บ่วงพัทธา ปาสาณ ผลาญชีวี!