12/07/2018

นอมินี มะเร็งร้ายที่กัดกินผลประโยชน์ชาติ


ที่มาของภาพ : sanook


       ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวความสูญเสียที่สร้างความเศร้าสะเทือนใจแก่ผมหลายเหตุการณ์

       ไล่ตั้งแต่นักฟุตบอลทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนที่จังหวัดเชียงราย หลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนระดมสรรพกำลังไปช่วยเหลือ จนเกิดเหตุสลดกับอดีตหน่วยซีลอย่าง จ.อ.สมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำ
       หรือข่าวเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพบกตกที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเหตุให้นักบินและผู้โดยสารซึ่งเป็นทหารเสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย
       แต่ข่าวที่นอกจากจะทำให้ผมโศกเศร้าแล้ว ยังทำให้ผมรู้สึกหวาดผวา ตื่นตระหนกกับเบื้องลึกเบื้องหลังอันเป็นที่มาของเหตุการณ์ได้มากที่สุด กลับเป็นข่าวเรือท่องเที่ยวฟีนิกซ์ ไดรวิ่ง ล่มที่บริเวณเกาะเฮ จังหวัดภูเก็ต เป็นเหตุให้ผู้โดยสารรวมลูกเรือเสียชีวิต 45 คน สูญหาย 2 คน จากทั้งหมด 89 คน
       แน่นอนว่าอุบัติเหตุที่ทำให้คนตายหลายสิบคนนั้นย่อมชวนให้ตระหนกตกใจและรู้สึกเศร้ากับการสูญเสีย ทว่าเมื่อข่าวรายงานขุดคุ้ยถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ กลับพบเรื่องเลวร้ายอันเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่
       บริษัททีซี บลู ดรีม เจ้าของเรือฟีนิกซ์ แม้มีเจ้าของคนไทยเป็นผู้ถือหุ้น 100% แต่คนไทยที่ว่า กลับเป็น ‘นอมินี’ ของนักธุรกิจจีน

 


ที่มาของภาพ : mgronline

 

       นอมินีคืออะไร ?
       ความหมายตามดิกชันนารี Nominee แปลว่า 1. ผู้ได้รับการเสนอชื่อ 2. ตัวแทนอำพราง ซึ่งเรามักจะคุ้นชินกับคำนี้ในการใช้สื่อถึงความหมายที่สอง อันเป็นเรื่องไม่ดี ดังเช่น ในทางการเมืองหรือการทำธุรกรรม
       ที่ผมบอกว่า นอมินีเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติหมายถึงอย่างไร ?
       ตามกฎหมาย จำกัดการประกอบอาชีพของคนต่างด้าวให้สามารถทำงานได้เพียงอาชีพที่กำหนด รวมถึงมีเงื่อนไขต่าง ๆ ในการค้าการลงทุน เช่น ห้ามถือหุ้นเกินร้อยละ 49 มิเช่นนั้นจะกลายเป็นบริษัทนิติบุคคลต่างด้าวที่มีข้อจำกัดมากมาย ทำให้นักธุรกิจต่างชาติหัวหมอที่อยากทำธุรกิจง่าย ๆ โดยไม่ถูกกฎเกณฑ์บังคับให้วุ่นวาย จึงเลือกใช้คนไทยเป็นตัวแทนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยเงินลงทุนเกินกว่าร้อยละ 50 และมีตนเองถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 49
       หรือในบางรายก็เป็นชื่อคนไทยเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีคนต่างด้าวมาเกี่ยวข้องเลยสักนิด
       คนไทยที่เป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนใหญ่คือใคร ?
       ก็คือคนที่เห็นแก่เงินอามิสสินจ้างเล็กน้อย ยอมให้คนต่างด้าวเอาชื่อ เอาเอกสารของตัวเองไม่ว่าจะบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารต่าง ๆ ทั้งหมดไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โดยที่ตัวเองทำเพียงนอนกระดิกตีนอยู่บ้านหรือเอาเงินหลักพันหลักหมื่นที่ได้ไปผลาญจนหมดโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมาต่อประเทศชาติเลยสักนิด
       คนไทยที่ว่า ไม่รู้เรื่องรู้ราวห่าเหวอะไรเกี่ยวกับธุรกิจที่มีชื่อเป็นเจ้าของ
       ขณะที่เจ้าของตัวจริงบริหารกิจการอยู่ต่างประเทศ หรืออาจจะขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาดูแลกิจการบ้างเป็นครั้งคราว นั่งกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง เข้าประเทศตัวเอง ทั้งที่กิจการดำเนินไปบนผืนแผ่นดินไทย ที่รายได้ควรหมุนเวียนอยู่ในประเทศไทยแท้ ๆ
       คนพวกนี้ แม่ง ‘ขายชาติ’ โดยไม่รู้ตัว!
       ความเลวร้ายยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะผลกระทบที่ตามมาเป็นลูกโซ่ยังสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจไทยอีกมากมายมหาศาล ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ก็ดังเช่นบริษัทเรือท่องเที่ยวทีซี บลู ดรีม ที่เป็นเจ้าของเรือฟีนิกซ์ที่ล่มนี่แหละ เพราะเป็นบริษัทที่มีเจ้าของ (ตัวจริง) เป็นคนจีน และนักท่องเที่ยวชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากที่สุดในแต่ละปี ก็คือนักท่องเที่ยวชาวจีน ดังนั้นจึงสามารถชักจูงให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นใช้บริการบริษัทของตัวเองมากกว่าบริษัทเรือท่องเที่ยวของไทยที่ประกอบกิจการอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวเดียวกัน 

 


ที่มาของภาพ : springnews

       

       ผู้โดยสารส่วนใหญ่ของเรือเที่ยวนั้นจึงเป็นคนจีนเกือบทั้งหมด มีชาวยุโรปเพียงไม่กี่คน และไม่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเลย
       นักธุรกิจท้องถิ่นแม้พยายามลดแลกแจกแถม หรือเสนอโปรโมชันต่าง ๆ นานา ก็ไม่สามารถดึงให้นักท่องเที่ยวจีนมาใช้บริการเรือของตัวเองได้ ไม่ต่างจากธุรกิจอื่นมากมาย เช่น ธุรกิจที่พักอาศัยอย่างโรงแรม รีสอร์ต ธุรกิจซูเปอร์สโตร์ หรือแหล่งขายสินค้าตามสถานที่ท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันถูกคนจีนเข้ามาลงทุนอยู่เบื้องหลัง แล้วชักเชิดคนไทยให้เป็นหุ่นกระบอกในฐานะเจ้าของปลอม ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ
       นอมินีทางธุรกิจจึงไม่ต่างอะไรจากมะเร็งที่ลุกลามกัดกินระบบเศรษฐกิจของไทยให้ฟอนเฟะ ให้นักธุรกิจไทยต้องทยอยปิดกิจการไปทีละรายสองราย โดยมีคนไทยที่เห็นแก่เศษเงิน เป็นดั่งตัวแพร่เชื้อโรคร้ายนี้!
       จากข่าวเรือฟีนิกซ์ล่ม รองนายกฯ ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนจีนทำนักท่องเที่ยวจีนเอง สร้างเรื่องเอง ไม่ทำตามกฎของเรา แล้วจะให้เราเรียกความเชื่อมั่นอะไร ก็มันเป็นเรื่องของเขา” ซึ่งแม้จะเป็นประโยคที่ฟังดูเหมือนไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองจากสมอง ซ้ำยังสร้างผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้คนจีนที่สูญเสียญาติพี่น้องจากเหตุการณ์นี้ รวมถึงคนจีนที่เสพสื่อจำนวนหลายล้านคนในประเทศจีนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถึงขนาดยกเลิกทัวร์ต่าง ๆ ในประเทศไทยที่จองเอาไว้ล่วงหน้า

 


ที่มาของภาพ : sanook

 

       แต่ผมดันเห็นด้วยกับลุงประวิตรอยู่ส่วนหนึ่งว่ะ
       ก็เพราะสาเหตุหลักของอุบัติเหตุเรือล่มครั้งนี้ เป็นเพราะบริษัททีซี บลู ดรีม ได้รับออเดอร์จากเจ้าของตัวจริงในต่างประเทศให้นำเรือท่องเที่ยวออกทะเล ทั้งที่มีประกาศห้ามนำเรือออกเนื่องจากเป็นหน้ามรสุม และไม่มีเรือของบริษัทท่องเที่ยวไทยรายใดฝ่าฝืนเลย แต่เรือฟีนิกซ์กลับเพิกเฉยต่อประกาศห้ามนี้ จนพาคนเกือบ 100 คนไปจมลงในทะเลและล้มตายกว่าครึ่ง
       ทำธุรกิจแบบไม่สนกฎหมายของไทยแล้ว ยังไม่สนต่อคำเตือนที่เกี่ยวพันถึงชีวิตคนอีก
       ไม่สนห่าเหวอะไรแบบนี้ คนที่ตายไม่ควรเป็นนักท่องเที่ยวบนเรือ
       ควรเป็นไอ้เจ้าของบริษัทระยำทั้งคนจีนที่เป็นเจ้าของตัวจริง และคนไทยที่ยอมให้คนต่างด้าวใช้สิทธิ์ตัวเองเปิดบริษัทต่างหาก ที่สมควรลงไปจมอยู่ก้นทะเล ไม่ต้องเสนอหน้าลอยขึ้นมา
       ให้หนักแผ่นดิน!

เครดิตภาพ: นอมินี มะเร็งร้ายที่กัดกินผลประโยชน์ชาติ

เรียบเรียงโดย

ธุวัฒธรรพ์

นักเขียน นักร้อง วิทยากร ที่มีงานอดิเรกเป็นตำรวจ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | จันทร์
หากดวงตาของมนุษย์สามารถรับรู้และมองเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นได้ มันจะนำมาซึ่งสิ่งใด และนำพาไปสู่สิ่งใด สิ่งที่เห็นนั้นมีจริงหรือ แล้วที่ไม่เห็นนั้นไม่มีจริงหรือ ใครเล่าจะให้คำตอบ...