13/04/2018

7 เรื่องสยองขวัญในชีวิตนักเขียนการ์ตูนสยอง ‘เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์’

       สำหรับ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ ‘นักเล่าเรื่อง’ ที่มีผลงานในสายสยองขวัญออกมาหลายด้าน ทั้งการ์ตูน อีกทั้งยังร่วมเขียนบทภาพยนตร์ซึ่งดัดแปลงจากการ์ตูนของตัวเขาเองด้วย และผลงานล่าสุดที่เพิ่งจบไปคือ The Collector คนประกอบผี ซีรีส์ผีเรื่องแรกของ LINE TV ที่เอกสิทธิ์มีผลงานกำกับเป็นครั้งแรก 

 

 

       เมื่อถามเอกสิทธิ์ว่า ความสยองขวัญสำหรับเขาเป็นอย่างไร เอกสิทธิ์เล่าด้วยแววตาสนุกถึงจุดเริ่มต้นเมื่อครั้งยังเยาว์วัย... 
       “เรื่องสยองขวัญสำหรับพี่ คิดว่ามันเป็นเรื่องที่มีเสน่ห์ มันทำให้คนได้ใกล้ชิดกัน ใกล้ชิดกันยังไง โมเมนต์ที่มารวมกันฟังเรื่องตื่นเต้นเป็นช่วงเวลาที่มีเสน่ห์มาก ทั้งตื่นเต้นทั้งอยากรู้ อีกอย่างหนึ่ง ฟังเรื่องตื่นเต้นมันทำให้เราใช้สมองจินตนาการเยอะมากเลยนะ ภาพผีสางที่ฟังเขาเล่าในหัวของแต่ละคนก็ต่างกัน พี่เศร้ามากเลยนะที่รู้ว่าแม่นาคเป็นเรื่องแต่ง ลึก ๆ พี่อยากให้ผีมีจริง อยากให้เรื่องเล่ามันจริง สำหรับพี่ พี่หลงใหลเรื่องเล่า เรื่องสยองขวัญ เรื่องที่มันขนลุก”
       หลงใหลเรื่องสยองขนาดนี้ เมื่อถามว่าเคยเจอเองบ้างหรือเปล่า เอกสิทธิ์ก็เริ่มเล่าเรื่องราวสยองทั้ง 7 เรื่องที่ชวนให้กลั้นหายใจในการฟัง!!

 

เรื่องที่ 1
       พี่เคยเจอครั้งหนึ่งนะ แต่ว่ามันก็เป็นความเหนื่อยอ่อนของพี่เองด้วยแหละมั้ง คือตอนนั้นอยู่บ้านป้าที่ฝั่งธนฯ ซึ่งเป็นบ้านโบราณใต้ถุนสูง เห็นขื่อ คือคนนั่งห้อยขาลงมาได้ แบบซีนผีมาเต็ม ตอนนั้นพี่ก็ไปทำงานกลับดึกเหนื่อยมาก กลับมาถึงบ้านเดินขึ้นบันไดขึ้นไปบนบ้านก็นั่งบนบันไดกำลังจะถอดรองเท้า จังหวะหนึ่งหางตาพี่ก็เห็นคนวิ่งเข้ามา เป็นเด็กนักเรียนแบบไม่ใส่เสื้อ ใส่กางเกงนักเรียนสีน้ำตาลหัวเหม่ง ๆ วิ่งเข้ามาใกล้ ๆ พนมมือแล้วก็นั่งพึ่บลงข้าง ๆ พี่เลย พี่ขนลุกเลยนะ ซึ่งจังหวะนั้นพี่คิดอะไรรู้ป่ะ ? ไม่มีตังค์!!! แล้วก็กลายเป็นไอ้กลม ๆ ที่เป็นหัวเสาบันได อันนี้ก็เป็นเรื่องสยองปนความเหนื่อยล้าของพี่ 

 

 

เรื่องที่ 2 
       เป็นเรื่องสยองจริง ๆ แต่เกิดกับภรรยาพี่ คือแม่ของแฟนพี่เขาเป็นมะเร็งก็มาอยู่บ้านเดียวกัน แม่เขาก็แก่ขึ้นบันไดไม่ไหวก็นอนอยู่ชั้นล่าง ส่วนพี่กับแฟนก็นอนชั้นบน มีตอนหนึ่ง พี่นั่งเขียนการ์ตูนอยู่ในห้องทำงาน แฟนพี่ก็นอนในห้อง คือห้องพี่ประตูอยู่ตรงบันได ทีนี้พี่ก็เปิดประตูไว้ใช่ไหม แม่เขาก็คลานเข้ามาบนบันได พี่ก็เห็นหน้าเขาโผล่เข้ามา หน้าซีดมาก แบบกลัวสุดขีด แล้วเขาก็พูดอะไรไม่รู้เหมือนโวยวายด้วย แล้วแม่ก็แบบละล่ำละลักร้องไห้บอกว่าเขามาเอาแม่แล้ว เป็นคนตัวใหญ่ ๆ ยืนค้ำอยู่ปลายเตียง แม่กลัวมากก็เลยหนีขึ้นมาข้างบน พี่กับแฟนก็ปลอบใจกันไปมาจนแบบโอเคแล้วเขาก็กลับไปนอน เรื่องราวผ่านไป 1-2 ปีคุณแม่ก็เสีย  

 

 

เรื่องที่ 3 
       ยังต่อเนื่องกับเรื่องของคุณแม่นะ ห้องที่คุณแม่เคยนอนพี่เอามาทำเป็นห้องพักให้แม่บ้านสองคน ในเช้าวันหนึ่งประมาณ 6 โมงมีเสียงเขย่าประตูดังกึก ๆๆ หน้าบ้าน พี่เดินลงมาก็เห็นสองคนนั้นนอนในห้อง พี่ยังคิดเลยว่ามีคนเขย่าประตูขนาดนี้ทำไมไม่ลุกมาเปิดกัน พี่ก็มาเปิดประตู ดึงกลอนบนลง หมุนลูกบิด ปรากฏว่าแม่บ้านสองคนอยู่นอกประตู พี่ก็อ้าว...เฮ้ย แล้วออกมาได้ไง แม่บ้านบอกไม่รู้ค่ะ หนูรดน้ำต้นไม้แล้วประตูมันก็ปิด แล้วมันก็ล็อกไปเลย แล้วคือประตูมันใส่กลอนบน เป็นกลอนที่ดันขึ้นเพื่อล็อกนะ ทีนี้พี่ก็ถอยหลังกลับไปดูว่าใครนอน ปรากฏว่าก็ไม่มีใครนอนนะ นั่นก็เป็นเรื่องหลอน ๆ ที่บ้านพี่ ซึ่งบ้านพี่มีแม่บ้านบอกว่าบ้านพี่เฮี้ยนนะ เวลามาทำความสะอาดต้องหาคนมาเป็นเพื่อน เพราะจะมีเสียงคนเดินอยู่ชั้นบนตลอด มีเสียงกดชักโครกด้วย น้องสาวพี่ก็เคยมาขายกาแฟแล้วได้ยินเสียงคนเรียกชื่อดังเลยนะ แต่ออกมาดูก็ไม่มีใคร ก็สงสัยว่ากลอนบนมันใส่ได้ไง

 

เรื่องที่ 4 
       เป็นเรื่องของภรรยา ต้องเล่าย้อนก่อนว่าคือจริง ๆ แฟนพี่เขามีปัญหากับแม่ เขามีความเชื่อว่าคุณแม่ไม่รัก ส่วนแม่ก็รู้สึกว่าลูกสาวคนนี้ไม่เข้าใจฉัน จริง ๆ เขาสองคนแค่ไม่คุยกัน ไม่เข้าใจกันนั่นแหละ ซึ่งตอนหลังคุณแม่เป็นมะเร็ง แฟนพี่ก็ดูแลอยู่ด้วยกันไป ตามปกติของคนใกล้ชิดมันก็มีทะเลาะกันบ้าง แม่ก็จะดื้อ ๆ สุดท้ายท่านก็เสียไป ผ่านไปสักพักหนึ่งพี่ก็มีลูกคนที่สองชื่อน้องซัน ลูกคนแรกพี่ออกมาฉลาด แข็งแรง เลี้ยงง่ายมาก แต่น้องซันงอแงมาก เวลาแฟนพี่อุ้มมันจะชอบก้มแล้วเอาหัวกระแทก เลี้ยงยาก แล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง แฟนพี่ก็อยู่กับลูกกันสองคนตอนกลางวัน แฟนก็ทำอะไรให้กินไม่รู้ ลูกก็ตบชามคว่ำเลย แฟนพี่ก็บอกว่าทำไมดื้ออย่างนี้ นี่แม่เปล่าเนี่ย...ก็ถามไปงี้ เด็กยังเล็ก ๆ เลยนะ พูดไม่ได้ มันตอบว่า...อื้อ!!! แฟนพี่ก็วัดเลย บอกถ้าเป็นแม่จริงนะ ให้ยกมือขวาขึ้น ลูกพี่ยกมือขวาขึ้นช้า ๆ ...พี่ว่าเป็นซีนผีแบบโคตร ๆ เลย กลางวันอะ นั่งจ้องหน้ากันแล้วมันก็ยกมือขวาขึ้นมาเบา ๆ แล้วแฟนพี่ก็ถามอะไรอีกคำไม่รู้จำไม่ได้ แต่แฟนก็บอกเออ ถ้าเป็นแม่จริงก็ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้คือเกิดใหม่แล้ว ก็จะเลี้ยงให้ดี ๆ ละกัน...จริง ๆ มันอาจจะเป็นความบังเอิญทั้งหมดก็ได้นะ เด็กอาจจะเข้าใจ ให้ยกมือขวาก็ยก แต่ว่าซีนนี้มันดันเป็นซีนผีที่ดีมาก

 

 

เรื่องที่ 5 
       ยังเป็นเรื่องของแฟนพี่นะ แฟนพี่เขาจะสัมผัสเรื่องพวกนี้ได้ แต่พี่ก็จำไม่ค่อยได้เพราะนานมากแล้ว ตอนนั้นรวมกันอยู่หอกับเพื่อน 4 คน รวมกันอยู่ที่เทเวศร์ สมัยที่ยังเป็นแฟนกันเฉย ๆ แล้วพวกเราก็ชอบจะไปว่ายน้ำกันที่สระว่ายน้ำในหมู่บ้านเพื่อน ทีนี้ระหว่างทางก็กลับผ่านแถวสำโรง แล้วแฟนพี่ก็ปากเสีย เล่นตลกอะไรสักอย่างก็ไม่รู้ พอเล่นน้ำเสร็จเราก็กลับมาที่บ้านตรงเทเวศร์ พี่ก็ไปจอดรถ ทีนี้แฟนพี่เขาก็มองไปตรงปลายทางสุดถนน เขาเห็นมีคนตัวสูง สูงลิบเลยนะ สูงประมาณบ้านสองชั้น คือเขายืนอยู่ใต้ไฟถนน ไฟส่องหน้าเขาเต็ม ๆ ยืนจ้องหน้าเขม็งมาเลย รู้สึกเหมือนไม่มีใครเห็น มีแฟนพี่เห็นคนเดียว ซึ่งตำแหน่งนั้นเป็นตำแหน่งที่พี่ไปจอดรถ แล้วพี่ก็เดินสวนออกมา แต่พี่ไม่เห็นอะไร แฟนก็รีบไขกุญแจเข้าบ้าน สวดมนต์ไหว้พระ หลังจากนั้นไม่กล้าปากเสียอีกเลย

 

เรื่องที่ 6 
       พี่นั่งรถไปกับพ่อที่โคกสำโรงนั่นละ แม่นั่งด้านซ้ายข้างคนขับ พี่ก็นั่งด้านหลัง ประมาณ 4-5 ทุ่มขับไปบริเวณตลาด ตลาดวายหมดแล้ว บ้านช่องปิดหมด มีไฟถนนส่องลงมา มีเกาะกลางถนน พ่อพี่ก็ขับไปชิดกับเกาะกลาง เห็นมีหมาตัวหนึ่งเป็นหมาตัวใหญ่ ๆ สีขาว แล้วก็มีปานสีน้ำตาลตรงตูด กระโดดออกมาจากเกาะกลางพุ่งมาที่ล้อรถทางด้านขวา แล้วพุ่งออกมาในจังหวะที่โดนรถชนแน่นอน พุ่งเข้ามาฟุบเงียบ ๆ พี่ก็หันไปดูว่าจะเป็นถุงปลิวไหม เราอาจตาฝาด จินตนาการอีกหรือเปล่า แต่พอมองไปมันก็ไม่มีอะไร ถุงก็ไม่มี หมาก็ไม่มีซากโดนชน แต่เมื่อกี้พี่เห็นชัด ๆ เลย พี่ก็นั่งนิ่ง ๆ ไป ไม่ได้พูดอะไร สักพักพ่อพูดขึ้นมาว่า เมื่อกี้เหมือนมีหมากระโดดออกมาเลย พี่บอก...พ่อก็เห็นเหรอ ตัวเป็นยังไงเหรอพ่อ พ่อบอกก็สีขาว ๆ มีปานน้ำตาลตรงตูด พี่ก็บอก ก็เห็นเหมือนกันเลยอะดิ แต่แม่พี่ไม่เห็นนะ อันนี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่เห็นกับตาเลย ไม่ใช่แบบเรื่องแรกหัวเสาบันได

 

เรื่องที่ 7 
       เรื่องสยองเรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องเล่าของพ่อพี่ เขาไปเที่ยวกับกลุ่มคุณครู ก็นั่งรถตู้เดินทางตอนกลางคืน ระหว่างทางคนขับก็จอดปั๊มให้ทุกคนเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ ครูในรถก็หลับกันเกลี้ยงเลย มันก็ดึกแล้วนะ ตี 2 ตี 3 แล้ว ผ่านไปสัก 15-20 นาทีก็จอดปั๊มอีก แต่ทีนี้คนขับไม่พูดอะไร ลงมานวดขาตัวเองใหญ่เลย ก็ไม่ได้อะไร พ่อพี่ก็คิดว่าเขาคงง่วงมั้ง แต่อาการหน้าซีดนี่คิดว่าคงเจออะไรสักอย่างแต่เขาไม่เล่า พอรุ่งเช้าพ่อก็ถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขาก็ยังกลัวอยู่เลยนะ เล่าว่าขับรถมาตามทางเปลี่ยว ๆ สองข้างทางเป็นป่า ถนนไม่มีรถอะไรเลย แล้วก็มองไปที่กลางถนน เห็นสีขาว ๆ ดูเป็นร่างตะคุ่ม ๆ เหมือนเป็นคน ก็ขับรถเข้าไปใกล้อีก เปิดไฟสูง จะบีบแตรไล่ให้หลบไป ทีนี้พอเปิดไฟเขาก็เห็นเป็นคนใส่ชุดสีขาวทั้งตัวเลยนะ เหมือนเป็นฤาษีชีไพร คนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามอง ตาที่ส่องกับไฟรถเป็นตาสัตว์ วาว ๆ แล้วบนพื้นก็เป็นหมา เหมือนเขากินหมาอยู่ ก็จ้องกันไปสักพัก คนนั้นก็ก้มลงไปคาบหมาลากออกมาข้างทาง คลานสี่ขาเลยนะ ลากออกไปกินต่อข้างทาง คนขับรถก็งง ๆ รีบขับรถออกมา คือคิดว่าเป็นคนบ้า แต่คนบ้าอะไรตาสะท้อนแสงเป็นตาสัตว์ แต่ซีนลากหมาออกไปกินต่อนี่เหมือนในหนังเลยนะ 

 

 

       เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับ 7 เรื่องสยองของเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ สารภาพเลยว่าระหว่างที่นั่งฟังอยู่นั้น มีหลายช่วงที่ฉันต้องกลั้นหายใจอย่างลุ้นระทึกไปกับเรื่องราวหลอน ๆ ที่เกิดขึ้นรายรอบครอบครัวของเอกสิทธิ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของลูกชายค่ะ 
       คุณล่ะคะ เคยเจอเรื่องราวหลอน ๆ บ้างหรือเปล่า ? ถ้ามี อย่าลืมแบ่งปันเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ 

 

เรียบเรียงโดย

วนิดา

บ้าแมว มีการ์ตูนกับเรื่องสยองขวัญเป็นเพื่อน และเจอผีอำบ่อย!!




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
เขาคือซาตานชั่วร้ายผู้ฉีก ทำลายพรหมจรรย์ ของหล่อนและหล่อนก็จะไม่มีวันอภัยให้เขาจนชั่วชีวิต...