09/04/2018

แสงเทียนล่อผี อยากลองดี ต้องคอยดู

       หากกล่าวถึงบรรยากาศอันเงียบสงบและมีมนตร์ขลังของชุมชนในชนบทนั้น หลาย ๆ คนก็คงอดคิดถึงเรื่องประเพณีและพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสืบทอดกันมาแต่โบราณกาลและปฏิบัติกันมาถึงในปัจจุบันไม่ได้ และนั่นอาจรวมไปถึงการละเล่นพื้นถิ่นบางอย่างซึ่งมีเฉพาะในแต่ละภูมิภาคเท่านั้น และหนึ่งในการละเล่นที่เป็นการพิสูจน์และท้าทายในอำนาจลี้ลับของภูตผีวิญญาณที่น่าสนใจนั่นก็คือ การเล่นผีโพง  

 

 

       แม้ดินแดนที่ราบสูงอย่างภาคอีสานนั้นจะขึ้นชื่อในเรื่องของความร้ายกาจของผีชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ ผีปอบ ซึ่งว่ากันว่าสามารถเอาชีวิตผู้ที่ถูกผีปอบเข้าสิงให้ถึงแก่ความตายในเวลาอันรวดเร็ว หากมีข่าวคนที่ตายด้วยผีปอบที่ไหน ที่แห่งนั้นก็จะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวทันที 
       แต่ความน่ากลัวของผีปอบก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทัดทานความอยากรู้อยากเห็นในอำนาจลี้ลับของมนุษย์ไปได้เสียทั้งหมด เพราะในภาคอีสานบางถิ่นนั้นยังมีการละเล่นผีโพง ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มเด็ก ๆ ที่คึกคะนองอยากจะลองดี 
       โดยหลังจากกินข้าวปลาอาหารในตอนเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลุ่มเด็ก ๆ มักจะมารวมตัวกันในลานดินกว้างที่ปลอดผู้คน และทำการพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของวิญญาณโดยการเล่นผีโพงที่ว่านี้

 

 

       วิธีการเล่นนั้นก็ไม่ยากแต่อย่างใด โดยต้องหาเทียนมาหนึ่งเล่มและทำการปักเทียนไว้บนลานดิน แต่ก่อนจะปักเทียนลงบนดินนั้น จะต้องทำให้พื้นดินบริเวณโดยรอบเรียบเสียก่อน จากนั้นตัดใบตองให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และนำมาม้วนเป็นรูปทรงกลม โดยอาจใช้เศษไม้กลัดไว้ไม่ให้ใบตองที่ม้วนเป็นรูปทรงกลมหลุดออกจากกัน จากนั้นจุดเทียนและค่อย ๆ นำใบตองที่พันเป็นรูปทรงกลมครอบเทียนที่ปักไว้บนดิน เมื่อเรียบร้อยแล้วผู้เล่นก็จะทำการเอ่ยเรียกดวงวิญญาณผีโพงให้เข้ามาสิงในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ถูกใบตองครอบเอาไว้ 

       เมื่อกล่าวเชิญผีโพงให้เข้ามาอยู่ในบริเวณนั้นแล้ว ก็จะรีบวิ่งออกไปให้ห่างจากใบตองโดยเร็วที่สุด แล้วจากนั้นแต่ละคนก็จะเพ่งสายตาจับจ้องไปที่แสงสว่างภายในใบตอง ซึ่งเล่าว่าหากมีวิญญาณผีโพงเข้ามาแล้วจริง ๆ แสงของเทียนนั้นจะมีการเคลื่อนไหวไปมาพร้อมกับมีเงาของบางอย่างเคลื่อนที่อยู่ภายในนั้นด้วย และในระหว่างที่เทียนยังไม่ดับนั้น มีข้อห้ามว่าห้ามใครเข้าไปใกล้ใบตองนั้นเด็ดขาด 

 

 

       ซึ่งข้อห้ามนี้เองที่ทำให้ผู้กล้าที่อยากจะท้าทายฝ่าฝืน โดยเชื่อกันว่าหากมีใครโผล่หน้าเข้าไปในวงของใบตองเพื่อพิสูจน์ว่ามีวิญญาณผีโพงอยู่ในนั้นจริงหรือไม่ ก็อาจจะได้พบกับใบหน้าของวิญญาณผีโพงที่เข้ามาอยู่ในวงใบตอง และอาจจะถูกขีดข่วนใบหน้าก็เป็นได้ หากแต่ก็ยังมีการกระทำอีกหนึ่งวิธีที่นิยมทำกัน นั่นก็คือ ในขณะที่เทียนใกล้จะดับนั้น ผู้เล่นที่ใจกล้าจะเข้าไปชะโงกหน้าดูภายในใบตองพร้อมกับพูดว่า “จ๊ะเอ๋!” ทำนองว่าทำให้วิญญาณที่เข้ามาอยู่ภายในนั้นตกใจ
       และเมื่อเทียนที่จุดนั้นดับแล้ว ผู้เล่นจะทยอยกันเข้าไปเปิดใบตองที่ครอบเทียนนั้นออกช้า ๆ ซึ่งในบางครั้งอาจจะมองเห็นเป็นรอยบางอย่างปรากฏบนพื้นดิน โดยเชื่อว่านั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่ามีวิญญาณผีโพงเข้ามาอยู่ในใบตองจริง ๆ หรือหากจะมองในหลักของวิทยาศาสตร์ ก็อาจเป็นพวกแมลงที่บินมาตามแสงไฟจนทำให้เกิดรอยบนพื้น ส่วนการวูบไหวของแสงเทียนและเงาภายในใบตองนั้น อาจเกิดจากเปลวเทียนที่มีการเคลื่อนที่จากลมที่พัดเข้ามา จึงทำให้เกิดแสงของเทียนมีการเคลื่อนไหว 

      อย่างไรก็ดี การละเล่นในลักษณะนี้ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน นั่นอาจจะเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ที่ไม่มีวันหมดนั่นเอง และการละเล่นชนิดนี้นั้นถือเป็นการละเล่นในทางตลกขำขันเสียมากกว่าจะเอาเป็นจริงเป็นจัง และไม่สร้างอันตรายให้แก่ผู้เล่น นอกเสียจากต้องระมัดระวังเรื่องไฟจากเทียนที่จุดเพียงเท่านั้น และต้องระมัดระวังสัตว์มีพิษในตอนกลางคืนขณะเล่นด้วย...

 

เรียบเรียงโดย

นายหมอก

นักอ่านและนักเขียน




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น



2018-12-15 11:26:38

#1


2018-12-15 11:26:38

#2


2019-05-04 19:54:28

#3

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | จันทร์
ผี...มักกลัวหมอผี แต่ถ้าหมอจริงเจอผี...ใครจะวิ่งหนี ? แน่นอน ก็หมอ...น่ะสิ!