12/04/2018

อาถรรพ์ มนตร์ดำ และตำนานว่าด้วย ‘ชื่อ’

      ‘ชื่อ’ ถือเป็นศาสตร์ลึกลับที่เต็มไปด้วยมนตร์ขลังอย่างหนึ่ง มีความเชื่อเกี่ยวกับชื่ออยู่ทั่วทุกมุมโลก ว่าชื่อต่าง ๆ ของคน สัตว์ สิ่งของ ล้วนมีพลังอำนาจให้คุณให้โทษแก่เจ้าของชื่อได้ เช่นคนไทยเชื่อว่าหากตั้งชื่อดีมีมงคลจะนำความสุขความโชคดีมาสู่เจ้าของชื่อ แต่ในทางกลับกัน ชื่อก็อาจส่งผลร้ายที่คาดไม่ถึงด้วยเช่นกัน

 

 

คาถาชื่อจริง (True Name Spell) ในพิธีกรรมไสยเวท
      เชื่อกันว่า ‘ชื่อ’ มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจ้าของชื่ออย่างมาก การรู้ชื่อจริงของใครก็ตาม จะทำให้มีอำนาจเหนือคนผู้นั้น การเรียกชื่อใครสักคน อาจก่อให้เกิดผลกระทบแก่เจ้าของชื่อได้ หากต้องการควบคุมสิ่งใด ให้เอ่ยชื่อจริงของสิ่งนั้นลงในคาถา จะทำให้ผู้เรียกขานมีอำนาจบังคับให้เจ้าของชื่อปฏิบัติตามคำสั่งได้ ทั้งทำให้ตกหลุมรัก หรือกระทั่งทำให้ประสบเคราะห์กรรมจนวอดวาย 
      ดังนั้นจึงมักมีการนำ ‘ชื่อจริง’ ใช้ในพิธีกรรมบริกรรมคาถาเวทมนตร์ต่าง ๆ เช่น คนไทยโบราณเชื่อว่าหากต้องการให้คนที่หลงทางกลับภูมิลำเนา ให้ตะโกนเรียกชื่อจริงของคนผู้นั้นลงในหม้อนึ่งข้าวเหนียว 
      ชนชาติอื่น ๆ ก็มีความเชื่อเรื่องนี้ไม่ต่างกัน ในลัทธิวูดูของชนพื้นเมืองในแอฟริกาจะมีพิธีกรรมไสยเวทเพื่อมุ่งทำอันตรายแก่เจ้าของชื่อ โดยทำตุ๊กตาหุ่นฟางเป็นตัวแทนของศัตรูที่เกลียดชัง แล้วจึงเขียนชื่อของคนผู้นั้นลงไป และเอ่ยเรียกชื่อซ้ำ ๆ พร้อมสาปแช่งให้มีอันเป็นไปตามใจนึก พิธีกรรมนี้จะทำให้เหยื่อกระสับกระส่ายได้รับความเจ็บปวดทรมาน และอาจถึงแก่ความตายในที่สุด

 

 

      เช่นเดียวกัน ในคัมภีร์อถรวเวท ซึ่งเป็นหนึ่งในคัมภีร์พระเวทของชาวอินเดีย ก็มีการเรียกชื่อของคนที่เกลียดชังประกอบกับการสาธยายมนตราเพื่ออัญเชิญผีสางให้มาทำลาย ทำร้าย สาปแช่ง กดดวงชะตา ข่มนาม ประทุษร้ายจนศัตรูต้องประสบเคราะห์กรรม พบกับความฉิบหายวอดวาย
      ดังนั้น บางคนอาจจงใจปกปิดชื่อที่แท้จริงของตน หรือตั้งชื่อเล่น ชื่อรอง ชื่อแฝงขึ้นมาแทนที่ หรือบางคนอาจตั้งชื่อด้วยอักขระจำนวนมากที่ออกเสียงได้ยาก เพื่อป้องกันอันตรายจากมนตร์ดำเหล่านี้


การขานนามของปีศาจและสิ่งชั่วร้าย
      อย่างที่กล่าวไปว่า การเรียกชื่อจริงอาจทำให้มีอำนาจเหนือเจ้าของชื่อได้ เช่น ในประเทศแทบสแกนดิเนเวียมีความเชื่อว่าสามารถป้องกันสัตว์อาถรรพ์ต่าง ๆ ได้ด้วยการเรียกชื่อของพวกมัน 
      ส่วนในอิสราเอลมีร่องรอยความเชื่อเกี่ยวกับการเรียกขานนามของภูตผีปีศาจเพื่ออัญเชิญให้สิ่งลี้ลับเหล่านั้นตกเป็นทาสรับใช้ หรือร่วมกระทำพันธสัญญา หลักฐานคือตำราเวทย์ที่ชื่อว่า ‘คลาวิคิวลา ซาโลมอนิส (Clavicula Salomonis)’ หรือกุญแจของโซโลมอน และกุญแจย่อยของโซโลมอน ซึ่งได้กล่าวถึงนามของปีศาจทั้ง 72 ตน และการใช้เวทย์ควบคุมปีศาจเหล่านั้น

 

 

      อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ ปีศาจส่วนใหญ่มักไม่มีชื่อ หรือมีชื่อที่มนุษย์ไม่สามารถอ่านออกเสียงได้ และการเรียกชื่อปีศาจยังอาจจะนำภัยพิบัติมาสู่ผู้เรียกขานได้ การเรียกขานนามของปีศาจบางตัวอาจนำไปสู่จุดจบของวันสิ้นโลกเลยก็ว่าได้ ชาวคริสต์จึงมีความเชื่อว่าไม่ควรเอ่ยชื่อสิ่งที่ชั่วร้าย เร้นลับ น่ากลัว เพราะสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นจะรับรู้และปรากฏตัวเพื่อทำอันตรายแก่ผู้เรียกขานให้มีอันเป็นไป

 

ความสำคัญของ ‘ชื่อจริง’ ในตำนานพื้นบ้าน
      มีตำนานพื้นบ้าน บทกวี และนิทานปรัมปราต่าง ๆ มากมายที่เป็นหลักฐานเชื่อมโยงความเชื่อเกี่ยวกับ ‘การเรียกขานชื่อจริง’ ดังเช่น ในบทกวีของโฮเมอร์เล่าว่า เมื่อครั้งที่โอดิซุสถูกอสุรกายตาเดียวจับตัวไป เขาพยายามเลี่ยงไม่เอ่ยชื่อจริงของตน หากแต่โกหกไปว่าเขาคือ โอตีส ซึ่งแปลว่า ไม่มีใคร (nobody) ทว่าหลังจากที่โอดิซุสเอาชนะยักษ์ตาเดียวได้สำเร็จ เขากลับลำพองตน โอ้อวดนามที่แท้จริงของตนออกมา การกระทำอันโอหังนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่หลวงในภายหลัง 
      นอกจากนี้ ในเทพนิยายเยอรมันหลาย ๆ เรื่องก็กล่าวถึงการเรียกขานชื่อเช่นกัน เช่น เรื่อง ‘รัมเปลสติลล์สกิน’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งเสนอแลกเปลี่ยนบุตรที่เธอคลอดให้กับคนแคระ เพื่อขอให้คนแคระช่วยให้เธอสมปรารถนา และเมื่อเธอล่วงรู้นามที่แท้จริงของคนแคระ เธอก็หลุดพ้นจากพันธสัญญาเหล่านั้น

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : อาถรรพ์ มนตร์ดำ และตำนานว่าด้วย ‘ชื่อ’
 

เรียบเรียงโดย

มายาโรส

"เป็นผี สิงอยู่ในหนังสือ กินตำราความรู้เป็นอาหาร แต่งงานกับตัวอักษร มีความรักในโลกจินตนาการ"




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | จันทร์
ผี...มักกลัวหมอผี แต่ถ้าหมอจริงเจอผี...ใครจะวิ่งหนี ? แน่นอน ก็หมอ...น่ะสิ!