07/10/2018

เพื่อนอนุบาล

 

       มันผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว
       ปกติวันเปิดเทอม ฉันต้องเหยียบคันเร่งออกจากบ้านแถว ๆ ซาฟารีก่อนหกโมงเช้าเพื่อไปส่งลูก ๆ ป้ายแรกคือ ลูกคนเล็กที่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนอนุบาล...(ขอสงวนไม่ออกนาม) อยู่ในเส้นเสรีไทย ถัดไปก็ลูกคนโต ซึ่งโรงเรียนอยู่ในเส้นลาดพร้าว
       เย็นวันหนึ่งในช่วงหน้าหนาว ฉันแวะรับลูกสาวคนเล็กช้ากว่าปกติ หลังจากขับรถเข้าไปจอดในโรงเรียน ซึ่งโดยปกติเขาจะไม่ให้เข้าไป แต่วันนั้นเย็นมากแล้วจึงอนุญาตให้เข้าไปได้ ก็มีคุณครูคนหนึ่งเดินมาดักรอฉันก่อน
       “พรุ่งนี้ขอให้คุณแม่เอาของมาไหว้ศาลพระภูมิด้วยนะคะ” คุณครูที่เดินมาดักรอฉันแจ้งให้ทราบพร้อมกับชี้ไปที่ศาลพระภูมิของโรงเรียน และคุณครูก็ชวนฉันเดินไปด้วยกันตรงบริเวณนั้นพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า
       “วันนี้นะคะคุณแม่ ระหว่างที่คุณครูนั่งรอผู้ปกครองมารับเด็ก ๆ จู่ ๆ น้องเขาก็วิ่งมาหาคุณครูด้วยความตกใจและกอดครูไว้แน่น พร้อมกับบอกว่า...”
       ตอนนั้นฉันตั้งใจรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ จังหวะนั้นเองลูกสาวก็วิ่งเข้ามากอดพอดี โดยมีคุณครูอีกคนเดินตามหลังมา ทำให้เราทั้งคู่ต้องหยุดการสนทนาลงก่อน ดูจากสีหน้าของคุณครูทั้งสองแล้วคงไม่อยากให้ลูกของฉันได้ยินซ้ำอีกรอบ ฉันจึงบอกให้ลูกเข้าไปรอในรถก่อน
       ฉันยิ่งตื่นเต้นและขนลุก เมื่อคุณครูเน้นย้ำว่าให้เอาของมาไหว้ศาลพระภูมิอีกรอบ ฉันจึงกวาดสายตาสำรวจและเดินไปรอบ ๆ ศาลพระภูมิที่ตั้งเด่นสะดุดตา เดาได้ว่าคงมีการไหว้ศาลอยู่ต่อเนื่อง เพราะสังเกตได้จากดอกไม้ที่วางอยู่ หากแต่เริ่มโรยราในหน้าหนาว ร่องรอยของน้ำตาเทียนที่เป็นทางและก้านธูปที่คงค้างอยู่ในกระถางปัก ฉันเริ่มยกมือไหว้ศาลพระภูมิและเดินไปยังด้านหลังศาลพระภูมิ พบเรือไวกิ้งลำเล็ก ๆ เก่า ๆ สำหรับเด็กอนุบาลเหมาะสมสำหรับนั่งสองคน ซึ่งวางถัดจากศาลพระภูมิไปนิดเดียว และของเล่นอีกหลายชิ้นที่วางเรียงรายพร้อมที่จะทำหน้าที่ของมันตลอดเวลา
       “ลองให้ลูกสาวเล่าเองนะคะคุณแม่ และอย่าลืมเตรียมของมาไหว้ศาลพระภูมิด้วยนะคะ” คุณครูแจ้งย้ำกับฉันอีกรอบก่อนจะออกจากโรงเรียน ฉันรับปากและไม่ลืมที่จะขอบคุณคุณครูทั้งสองคน

 

 

       ระหว่างทางกลับบ้าน ฉันกับลูกสาวสนทนากันตลอดเวลา แต่ลูกสาวยังคงมีอาการหวาดกลัวอยู่นิดหน่อย
       “แม่ แม่ ตอนที่นั่งเล่นอยู่คนเดียวบนเรือไวกิ้ง หนูเห็นใครไม่รู้มาชวนให้ไปเล่นด้วยกัน เขานั่งอยู่อีกฝั่งของเรือไวกิ้ง แต่มันมองไม่ค่อยชัด มันแปลก ๆ เหมือนจะกวักมือเรียก และได้ยินเสียงพูดด้วยนะแม่” แล้วลูกสาวก็เล่าต่อว่า
       “เหงามั้ย ? เหงามั้ย ? มาเล่นด้วยกันมั้ย ?”
       “ปึ้งเลยตกใจรีบวิ่งไปหาคุณครู เพราะตอนนั้นเพื่อน ๆ เขากลับกันหมดแล้ว แม่น่ะมารับปึ้งช้า ทีหลังแม่มารับให้ไว ๆ นะ” พอลูกสาวเล่าจบ ฉันก็รีบรับปากลูกทันที
       ลูกถามว่าสิ่งที่เขาเห็นและได้ยินนั้นคืออะไร ? 
       ฉันจึงบอกลูกไปว่า “เขาคือเจ้าที่เจ้าทางที่ช่วยคุ้มครองและปกป้องภัยให้กับทุกคนในที่นั่น ๆ ไม่ต้องกลัวหรอกลูก เขามาดี” ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ได้บอกไปถูกหรือผิด แต่ดูแล้วลูกรู้สึกดีขึ้นและไม่หวาดกลัวฉันก็พอใจ
       รุ่งเช้า ฉันก็ทำตามที่คุณครูแนะนำและขอบคุณที่ดูแลลูกฉันเป็นอย่างดี เจ้าของโรงเรียนได้เข้ามาสนทนาด้วยในตอนหลังถึงได้ทราบว่า ที่ดินที่ติดกับรั้วโรงเรียนบริเวณศาลพระภูมินั้น เดิมเคยเป็นที่ฝังศพของชาวบ้านที่เป็นชาวมุสลิม ฉันหันไปมองที่บริเวณนั้นด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก นี่ฉันเอาลูกมาเรียนอนุบาลที่รั้วติดกับที่ที่เคยเป็นหลุมฝังศพหรือนี่! ฉันได้แต่พยายามคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาไม่ใช่ความจริง แต่มันก็อดคิดไม่ได้ มันเป็นอารมณ์ที่บอกไม่ถูกจริง ๆ 
       ทำให้ย้อนกลับไปนึกถึงเมื่อหลายวันก่อนเช่นกัน คุณครูเล่าให้ฟังว่า “หาลูกของฉันไม่เจอ ครูกับเพื่อน ๆ ต่างก็ช่วยกันหา มาเจอเอาตอนที่จะเข้าเรียนแล้ว ไปเจอลูกของฉันนอนหลับอยู่ใต้โพเดียม” น่าแปลกที่ลูกไปนอนหลับทั้งที่ตอนเช้ามีเสียงเพลง และการเล่นของเด็ก ๆ ทั้งโรงเรียน ไหนจะเพลงเคารพธงชาติอีก เสียงประกาศทางลำโพงดังขนาดนั้น ทำไมลูกถึงไปนอนหลับได้นานขนาดนั้น ฉันได้แต่ครุ่นคิดอยู่คนเดียว
       บริเวณที่ติดกับรั้วโรงเรียนมีต้นไม้ใหญ่ ๆ อยู่มากี่ต้น ข้าง ๆ มีบ้านไม้ทรงโบราณติด ๆ กัน หากมองผ่านเลยไปฉันว่าน่าจะเป็นคลองแสนแสบ และก่อนออกจากโรงเรียน ฉันไม่ลืมที่จะถามคุณครูคนเมื่อวานว่า ตกลงลูกสาวเล่าอะไรให้ฟังบ้างคะ ? 
       “ครูขา ครูขา เสียงใครไม่รู้พูดว่า เหงามั้ย ? เหงามั้ย ? มาเล่นด้วยกันมั้ย ?”

เรียบเรียงโดย

Jum103

คุณแม่ลูกสอง...ไม่ชอบเจอเรื่องหลอนแต่ชอบฟัง




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
ผมมักโดนเพื่อนหรือพี่ๆพูดกรอกหูอยู่ตลอดเวลาว่าความรักดีอย่างนั้นดีอย่างนี้แต่พอเอาเข้าจริงๆ...โคตรจะเฮงซวยเลยไอ้เวรเอ้ย!!