16/04/2018

เปิดกรุหนังสยอง The Wailing (2016) บันเทิงไปกับความสยดสยอง พร้อมมองหาความหมายที่ซ่อนเร้น

       The Wailing เป็นหนังยาวเรื่องที่ 3 ของผู้กำกับ นาฮงจิน จาก The Chaser (2008) และ The Yellow Sea (2010) ที่ยังคงบรรยากาศแบบจริงจัง ดิบเถื่อน และมีจังหวะ ‘ชวนเหวอ’ อยู่ตลอด 

       หนังเล่าเรื่องของนายตำรวจคนหนึ่งในหมู่บ้านห่างไกลความวุ่นวาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนอยู่กันอย่างสงบสุข เรียบง่าย ไม่มีคดีอะไรที่ซับซ้อนหรือเดือดร้อนให้ต้องใช้สมองแก้ไขนัก จนกระทั่งการมาถึงของชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งนำพาเรื่องราวทั้งการฆาตกรรมหมู่ พิธีกรรมประหลาด พฤติกรรมชวนสยอง ที่สำคัญคนที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อก็คือตัวเขาและครอบครัว

 

       ในแง่ของความเป็นหนังสยองขวัญ The Wailing ทำได้ดีในทุกส่วน เริ่มต้นด้วยการสร้างความสั่นสะเทือนในจิตใจฉุดให้เกิดความสงสัย มีการหักมุมในจังหวะที่เหมาะสม ตั้งคำถามให้เลือกตัดสินใจ และกระหน่ำใส่คนดูด้วยความสยองในแบบรุนแรงดังที่จะหยิบยกฉากหนึ่งมาเล่าให้ฟังกระตุ้นอารมณ์ดังนี้ 

       พระเอกและพวกพากันบุกไปที่บ้านของผู้ต้องสงสัย เพื่อนของพระเอกคนหนึ่งตะโกนเรียกให้ไปดูที่ป่าไผ่หลังบ้าน ทั้งหมดไปรวมตัวที่ริมป่า ทันใดนั้นชายคนหนึ่งก็เดินออกมาในสภาพคล้ายซอมบี้ที่ติดเชื้อโรคบางอย่างยังไม่ทันตั้งตัว ซอมบี้ก็พุ่งเข้าหา ชายคนหนึ่งใช้ไม้กระหน่ำฟาดจนซอมบี้ทรุดลง เพื่อนที่ไปด้วยปรามให้เบามือก่อน แต่เมื่อซอมบี้ลุกขึ้นมาพุ่งใส่อีกครั้ง คราวนี้ไม้ในมือกระหน่ำฟาดลงไปแรงกว่าเดิม จนมีคนที่ตามมาทีหลังห้ามเอาไว้อีกครั้งด้วยความไม่รู้ ขณะที่ห้ามปรามกันอยู่นั้น ซอมบี้ก็พุ่งเข้ากัดที่ใบหน้า และค่อย ๆ ลอกหนังหน้าออก ทุกคนช่วยกันกระหน่ำฟาดไปที่ร่างติดเชื้อนั้น จนในที่สุดพระเอกต้องเอาก้อนหินมาทุบหัว แต่เดี๋ยวก่อน แทนที่จะหยุดมันกลับเดินเข้าไปหมายจะกัดพระเอก ระหว่างที่ยื้อกันอยู่นั้น เพื่อนอีกคนก็เอาคราดปักเข้าไปที่หัวของซอมบี้ จังหวะนี้น่าจะทำให้ผีร้ายหยุดเคลื่อนไหวได้เสียที แต่เปล่าจ้า ซอมบี้ลุกขึ้นและดึงคราดเหล็กออกจากหัว ซึ่งเป้าหมายของคราดในมือมันก็คือ พระเอกของเรา

 

       ที่ยกมาเล่านั้นเป็นตัวอย่างของความรุนแรงเลือดสาด แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นคือการบีบหัวใจของคนดูผ่านตัวละคร โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกมาเร้าความรู้สึก อันนำไปสู่การทำร้ายจิตใจอย่างที่สุดในช่วงท้าย ที่ทำเอาดูจบแล้วหดหู่จนอยากเปิดการ์ตูนลั้ลลาดูล้างอารมณ์กันเลยทีเดียว

 

       มากยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ดีงามยิ่งกว่าความบันเทิงแบบสยองขวัญที่จัดให้นั้นหนังยังแฝงประเด็นให้ได้ขบคิดมากมาย และสร้างกระแสให้ผู้ชมได้นำไปขบคิดมากมายถึงการสื่อความหมายเรื่องต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ อาทิเช่น การพูดถึงความหละหลวมของอำนาจรัฐต่อการดูแลประชาชน กฎบางอย่างที่ควบคุมสังคม ความเชื่อและศรัทธาในความดีงาม ไปจนถึงปัญหาระดับชาติระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่น อันจะเห็นได้จากการวางตัวร้ายเป็นชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตัวนำปัญหาและความชั่วร้ายต่าง ๆ เข้ามาสู่เมืองอันสงบสุข แต่...อย่างไรก็ตาม ผู้ชมไม่จำเป็นจะต้องนำไปตีความหรือคิดมากให้ปวดหัวเกินไป หนังเรื่องนี้บันเทิงสมใจคอสยองขวัญ ขณะเดียวกันก็เป็นหนังดีซึ่งแฝงความคิดบางอย่างอยู่ในนั้น แม้จะไม่เข้าใจบริบทสังคมของผู้สร้าง ผู้ชมก็สามารถดูแล้วรู้สึกสนุกสนานไปกับเรื่องราวได้ไม่ยาก

       หนังประสบความสำเร็จระดับนานาชาติ โดยกวาดคำชมและเสียงปรบมือถล่มทลายเมื่อครั้งไปเปิดฉายที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ ส่วนหนึ่งเพราะหนังแปลกใหม่ และเป็นการนำเอาองค์ประกอบของความสยองขวัญต่าง ๆ มาใช้เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่ต้องการจะสื่อ โดยมีทั้งการสร้างความไม่ไว้วางใจ คลุมเครือ มีผีหรือวิญญาณที่มาปรากฏตัว มีสัตว์ประหลาด เชื้อโรคระบาด ซอมบี้ ปีศาจ ไปจนถึงซาตาน จะเห็นได้ว่าแทบจะเป็นการรวมฮิตความสยองมากองรวมกัน ซึ่งถ้าหากทำแล้วไม่ถึงหรือไม่มีฝีมือมากพอ อาจจะพาหนังหลุดออกทะเลเละเทะไม่ได้ดูสนุกอย่างเช่นที่เห็นก็เป็นได้

 

       ต้องบอกว่าหนังประสบความสำเร็จในการสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูอยู่ตลอด แม้ว่าจะไม่มีพระเอกหน้าตาดี นางเอกสวยหวาน ตามประสาหนังหรือซีรีส์เกาหลี แต่ The Wailing มีหลายสิ่งที่ดีงามกว่าหน้าตามากนัก การแสดงของทุกตัวละครดูสมจริง โดยเฉพาะ 'จงกู' (ควาก โดวอน) ตำรวจหนุ่มใหญ่ร่างอวบที่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวที่ตัวเองไม่มีปัญญาจะจัดการ พัฒนาการที่แสดงออกมาให้เห็นนั้นนำพาผู้ชมไปพบกับความสิ้นหวังได้อย่างหมดใจ ราวกับเดินไปข้าง ๆ เพื่อนที่หลงทาง และรู้ตัวอีกทีก็โผล่มายืนอยู่กลางนรก ที่เลือกได้เราคงอยากจะให้ตัวละครตัดสินใจอีกอย่างในช่วงเวลาที่ต้องเลือก


       The Wailing เป็นหนังที่ดูสนุก ลุ้นระทึก ตื่นเต้น และกระตุ้นให้ตื่นตัวอยู่เสมอขณะชม หรือหากชอบดูหนังแล้วเก็บบางอย่างไปคิดต่อ เรื่องนี้ก็เหมาะสำหรับการนำไปตีความหาความหมาย จุดเชื่อมโยงต่าง ๆ วางเอาไว้ได้ดีมีพลัง ที่สำคัญคือบทสรุปที่เจ็บปวดจนหนังติดอยู่ในห้วงคำนึงไปอีกหลายวัน

 

ปักธูปการันตีความหลอน : 

เรียบเรียงโดย

ริญญา

นักเขียนอิสระ ที่สนใจและรักใคร่ภาพยนตร์ พ่วงด้วยนิสัยชอบวิจารณ์ จึงกลายมาเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในเรื่องภาพยนตร์ให้แก่ผู้สนใจใคร่รู้ได้ติดตาม




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง