20/04/2018

Hungry Ghost festival เทศกาลผีหิวแห่งเดือน 7

       ว่ากันว่าเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติเป็นช่วงเวลาที่เหล่าดวงวิญญาณจะเดินทางมายังโลกมนุษย์ ซึ่งชาวจีนจะยกเดือนนี้ทั้งเดือนให้เป็น ‘เดือนผี’ เพราะมีความเชื่อว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 7 จนถึงสิ้นเดือนนั้นเป็นวันที่ผีจากนรกจะเฮี้ยนหนักที่สุด พวกเขาจึงกำหนดให้มี ‘เทศกาลเลี้ยงผีผู้หิวโหย’ เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นเวลา 1 เดือน
       ‘เทศกาลผีหิว’ หรือ ‘เทศกาลยูหลัน’ เป็นหนึ่งในเทศกาลแบบดั้งเดิมในประเทศจีนที่มีมานานกว่าร้อยปี ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการให้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของจีน ซึ่งภายหลังได้มีการสืบสานวัฒนธรรมโดยชาวเอเชียเชื้อสายจีนในประเทศต่าง ๆ มากมาย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน 

 

 

       เทศกาลนี้ถือว่ามีความคล้ายคลึงกับเทศกาลฮัลโลวีนของฝั่งยุโรปอยู่บ้าง ตรงความเชื่อเกี่ยวกับวันปล่อยผีหรือวันประตูนรกเปิด ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่เหล่าวิญญาณพเนจรและสัมภเวสีเร่ร่อนจะได้ออกเที่ยวหากินบนโลกของคนเป็น ชาวจีนจะพากันจุดธูป ตั้งอาหารทิ้งไว้ตามริมถนน เพื่อให้บรรดาภูตผีผู้หิวโหยที่ไม่มีญาติหรือไม่มีบ้านเรือนอาศัย ได้กินทั้งของคาวหวานอย่างอิ่มหนำสำราญ 
       พิธีการเซ่นไหว้แบบนี้ มีชื่อเรียกว่า ‘ไป๊ฮ้อเฮียตี๋’ แปลว่า ไหว้พี่น้องที่ดี (เป็นคำเรียกเชิงให้เกียรติ) ทั้งยังมีการก่อกองไฟข้างถนน เพื่อเผากระดาษเงินกระดาษทอง โปรยข้าวเสียสละอาหารเพื่อบูชาผี เพื่อไม่ให้พวกเขาตามรังควาน เพราะฉะนั้นในระหว่างเดือนนี้ ใครเดินตามท้องถนนจะต้องระวังให้ดี อย่าไปเผลอเดินเหยียบของเซ่นไหว้ เพราะนั่นอาจเป็นการล่วงเกิน ‘พวกเขา’ โดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 

ต้นกำเนิด ตำนาน ความเชื่อ
       มีตำนานและเรื่องเล่าที่กล่าวถึงจุดกำเนิดของเทศกาลผีหิวมากมาย ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยในบทความนี้จะหยิบยกมาเล่าให้ฟัง 2 ตำนานด้วยกัน
       ตำนานที่ 1 เล่าว่า ในเดือน 7 ถือเป็นช่วงที่ยมบาลจะต้องตรวจดูบัญชีคนตายเพื่อคัดแยกวิญญาณตามกฎง่าย ๆ นั่นก็คือ วิญญาณดีจะได้ขึ้นสวรรค์ วิญญาณชั่วร้ายจะต้องถูกส่งลงนรก ชาวจีนรู้สึกสงสารวิญญาณร้ายที่ต้องตกนรกเป็นอย่างมากจึงร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ยมบาลจึงต้องเปิดประตูนรกออก เพื่อให้เหล่าวิญญาณร้ายออกมารับผลบุญนั้นได้นั่นเอง
       ตำนานที่ 2 เล่าว่า นับแต่โบราณกาลมีชายหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า ‘มู่เหลียน’ เป็นคนเคร่งครัดในพุทธศาสนามาก ผิดกับมารดาของเขาที่เป็นคนใจบาปหยาบช้า วันหนึ่งในช่วงเทศกาลกินเจ มารดาของมู่เหลียนได้ออกอุบายให้มู่เหลียนไปเชิญผู้ถือศีลกินเจมากินอาหารที่บ้าน ผู้ถือศีลเหล่านั้นได้ฟังต่างก็ยินดีพากันมากินอาหารตามคำเชิญ โดยที่ไม่มีใครทราบว่า มารดาของมู่เหลียนได้กลั่นแกล้งโดยการแอบใส่น้ำมันหมูลงในน้ำแกงเจนั้นด้วย 

 

 

       การกระทำของนางในครั้งนี้ถือว่าเป็นกรรมหนักอย่างยิ่ง เมื่อตายไปจึงตกอเวจีมหานรก ได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส เมื่อมู่เหลียนถอดกายทิพย์ลงไปในนรกภูมิและได้รู้ว่ามารดาของตนกำลังอดอยากทุกข์ทรมานจึงป้อนอาหารแก่มารดา แต่ปากของมารดาก็ได้ลุกเป็นไฟทุกครั้งที่แตะโดนอาหาร และยังถูกบรรดาภูตผีในนรกที่อดอยากรุมแย่งไปกินหมด มู่เหลียนจึงได้เข้าไปหาพญายมบาลเพื่อขอให้ตนรับโทษแทนมารดาด้วยความกตัญญู
       ทว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาโปรดไว้ โดยกล่าวว่า กรรมใดใครก่อก็ย่อมจะเป็นกรรมของผู้นั้น พระพุทธเจ้าได้มอบคัมภีร์อิ๋วหลันเผินให้มู่เหลียนท่องเพื่อเรียกเซียนมาช่วยมารดาให้หลุดพ้นจากการอดอยากและทุกข์ทรมานต่าง ๆ โดยมู่เหลียนจะต้องสวดคัมภีร์อิ๋วหลันเผินและถวายอาหารในคืนวันที่ 15 เดือน 7 ของทุกปี จึงจะสามารถช่วยมารดาของเขาให้พ้นทรมานได้ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวจีนจึงถือเอาวันนี้เป็นวันช่วยเหลือเหล่าวิญญาณร่อนเร่พเนจร โดยจะนำอาหารทั้งคาวหวาน และกระดาษเงินกระดาษทองไปวางไว้ที่หน้าบ้านหรือตามทางแยก และถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมา 

กิจกรรมในช่วงเทศกาล 
       ในช่วงเทศกาล ชาวจีนจะพากันเข้าร่วมพิธีเคารพ ‘เทพเจ้าต้าฉือเย่’ ที่ทำจากกระดาษ ผู้ทำหน้าที่เป็นเทพพิทักษ์ของเหล่าผีทั้งปวงตามคติความเชื่อโบราณ ทั้งยังมีการติดโคมไฟสีแดงให้ความสว่างไสวตามที่อยู่อาศัย จัดชุดเซ่นไหว้ผี เช่น ข้าว เส้นหมี่ เผือกนึ่ง ขนม เหล้า หรือน้ำชา 

 

 

       เพียงแค่ข้าวปลาอาหารเหมือนจะยังไม่พอสำหรับเหล่าวิญญาณที่น่าสงสาร เพราะชาวจีนยังมีการจัดมหรสพเพื่อมอบความบันเทิงแก่บรรดาภูตผีพเนจร ซึ่งหากใครไปเที่ยวประเทศจีนหรือฮ่องกงในช่วงเทศกาล ก็อาจมีโอกาสได้ชมธรรมเนียมปฏิบัติที่แสดงถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ เช่น การเปิดแสดงงิ้วตามตลาดหรือสวนสาธารณะ หรือการตั้งเวทีจัดแสดงละครประกอบการเล่านิทานที่เรียกว่า ‘Getai’ ซึ่งจะมีตั้งแต่การแสดงในภาษาท้องถิ่นดั้งเดิมบนเวทีไม้ไผ่ ไปจนถึงร้องเพลงสากลบนเวทีที่มีการตกแต่งด้วยการติดไฟ LED อลังการล้ำสมัย

 

 

       หลายแห่งจะมีการจัด ‘ที่นั่งพิเศษ’ เอาไว้ด้วย นั่นคือการปล่อยเก้าอี้ว่างเรียงเป็นแถวที่ด้านหน้าสุดของเวที เพื่อเว้นที่ไว้สำหรับบรรดาภูตผีที่มาชมมหรสพ เพราะฉะนั้นหากใครมีโอกาสได้ไปนั่งชมอาจจะต้องมองซ้ายมองขวาสักหน่อย จะได้นั่งถูกแถว ไม่ไปเผลอนั่งทับเก้าอี้ของใครเข้า!

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : Hungry Ghost festival เทศกาลผีหิวแห่งเดือน 7
 

เรียบเรียงโดย

นินหวา

นักอ่านและนักเขียนนิยาย เรื่องสั้น แนวระทึกขวัญ สยองขวัญ ปัจจุบันกำลังมุ่งมั่นเขียนนิยาย ส่งงานเขียนเข้าประกวดในโครงการต่าง ๆ และตระเวนกินของอร่อยทั่วประเทศ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
คุณยังไร้เดียงสานัก ที่รัก... แค่เรียนรู้เรื่องอย่างว่าจากผมได้ไม่ทันไรก็คิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ผมนั่นมันเยี่ยมยอดแล้วล่ะสินะ... มาสิ ผมจะสอนบทเรียนอย่างอื่นที่คุณยังไม่เคยรู้จัก...