17/01/2019

แช่ง คำพูดเปรียบเสมือนอาวุธฆ่าคนให้ตายทั้งเป็น

 


       แช่ง ภาพยนตร์เขย่าขวัญหลอนแรงจากค่ายมันเวิร์ค โปรดักชั่น (Mun Work Production) จากฝีมือของจิต กำเหนิดรัตน์ ผู้กำกับภาพยนตร์โรแมนติกคอมมาดี้เรื่อง เลิฟอะรูมิไลค์ รักอะไรไม่รู้ (2015) ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับความสยองครั้งใหม่ที่มีองค์ประกอบเป็นโศกนาฏกรรมแห่งการจองเวรที่เกิดขึ้นจากแรงอาฆาต โดยมีโครงเรื่องเกี่ยวกับคำแช่งและความเชื่อโดยถ่ายทอดผ่านเรื่องสั้น 3 เรื่อง

       ร่วมด้วยนักแสดงนำคุณภาพทั้งสามท่าน อาทิ เดวิด อัศวนนท์ จอมแอคติ้งสุดร้ายกาจที่มีผลงานทั้งละครและภาพยนตร์มาแล้วมากมาย โดดเด่นจากบทบาทของคนโรคจิตวิปลาสซึ่งลุงหนวดเดวิดแสดงได้สมจริงจนน่ากลัว, ชินวุฒ อินทรคูสิน ตีบทแตกจากภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง ทองสุก 13 ที่เคยทำให้ผู้ชมขนหัวลุกกันทั้งโรงกับสีหน้าท่าทางประหลาดของเขา, หน่อง - ธนา ฉัตรบริรักษ์ เจ้าพ่อเอ็มวีดีกรีซีนอารมณ์ที่ช่วงนี้เนื้อหอม ถูกทาบทามให้มาเล่นหนังถึงสองเรื่องติดกันทั้งขุนบันลือและแช่ง ซึ่งสำหรับเรื่องแช่งนั้นหนุ่มมาดเท่ห์รายนี้เล่นได้ดีเกินคาด

 

  
เดวิด อัศวนนท์, ชินวุฒ อินทรคูสิน, ธนา ฉัตรบริรักษ์

 


       Chapter 1 : วิปลาส

       บาทหลวงโจเซฟ (เดวิด อัศวนนท์) ได้รับเบาะแสการเสียชีวิตของลอนโดเพื่อนบาทหลวงด้วยกัน ผู้ทำหน้าที่มิชชันนารีที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขาไม่รอช้าที่จะโยนตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นเพื่อต้องการสืบให้รู้แน่ชัดว่าเกิดเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรขึ้นกันแน่ โดยโจเซฟได้พบเข้ากับเบาะแสสำคัญ นั่นก็คือเด็กหญิงปริศนาที่ถูกขังอยู่กลางป่าและเครื่องบันทึกแผ่นเสียงการแสดงละครรำที่กรีดร้องโหยหวนราวกับปีศาจทุกครั้งที่บรรเลง เมื่อชาวบ้านกลางดงค่อย ๆ ทยอยตายไปกว่าครึ่ง โดยมีข้อสันนิษฐานว่าเป็นต้นตอของคำสาป โจเซฟจึงตัดสินใจขุดรากถอนโคนเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเอง จนกระทั่งได้พบเข้ากับความจริงสุดสะพรึงที่เผยให้เห็นด้านมืดของจิตใจมนุษย์

       วิปลาส เป็นตอนที่มีโลเคชั่นสวยงามที่สุด เรื่องราวเกิดขึ้นกลางป่าลึกที่เป็นศูนย์รวมของความลึกลับ ช่วยยกระดับบรรยากาศรอบข้างชวนให้พิศวงยิ่งขึ้น ทั้งยังฉาบเคลือบไปด้วยปริศนาซึ่งพาคนดูและตัวละครในเรื่องเดินทางจากจุดเริ่มต้นไปสู่จุดจบพร้อมกัน โดยค่อย ๆ ทยอยเฉลยปมทีละนิด ซึ่งโดยส่วนตัวเกลียดเสียงดนตรีประกอบละครรำมาก ได้ยินทีไรเป็นต้องใจสั่น พอ ๆ กับเสียงสวดคำแช่งที่กดดันเป็นระยะ แต่กลับกันผมชอบความครีเอทของตัวละครตัวหนึ่งที่คล้ายกับกอลลัมในเรื่องนี้ บาดแผลพุพองที่เห็นแล้วชวนขยะแขยงเสียเหลือเกิน

 

       ส่วนหนึ่งที่ไปดูเพราะชอบการแสดงของเดวิด อัศวนนท์ ซึ่งเรื่องนี้ยังคงแสดงได้ตามมาตรฐานของตัวเองที่ทำได้ดีมาโดยตลอด ทีแรกคิดว่าลุงหนวดคงมาแนวเสียสติหรือจิตป่วนอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ผิดคาด เพราะเรื่องนี้สติสตางค์แกดีกว่าที่คิด ชอบแง่คิดตอนวิปลาสนะที่แสดงให้เห็นว่ากฎแห่งกรรมยังคงใช้ได้ผล คนทำชั่วยังไงก็ต้องได้รับการลงทัณฑ์อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อันเป็นที่มาของวลีที่ว่า ‘กรรมนั้นคืนสนอง’

 

 

       Chapter 2 : Tattoo

       เฟรดดี้ (ชินวุฒ อินทรคูสิน) ช่างสักมือฉมังที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างไร้จุดหมายหลังจากที่เลิกรากับหญิงสาวนามลันตาคนรักของเขา กระทั่งวันหนึ่ง จู่ ๆ เธอก็กลับมาหาเฟรดดี้พร้อมกับความลับบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ มันตามหลอกหลอนทั้งตัวเธอและพาให้คนรอบข้างต้องพบกับหายนะ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเธอล้วนจบไม่สวย ขณะเดียวกัน เชส เพื่อนของเฟรดดี้ก็ได้ตกหลุมรักลันตาชนิดโงหัวไม่ขึ้น โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปสู่ประตูยมโลกซะแล้ว ท้ายที่สุดเชสก็ค้นพบความจริงบางประการระหว่างตัวลันตาเองและเพื่อนรักของเขา อันนำมาซึ่งเรื่องราวสุดจิตตกในช่วงท้ายเรื่อง

       Tattoo เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับรอยสักและคำมั่นสัญญา โดยมีเงื่อนไขของความรักเข้ามาเป็นใจกลางสำคัญ เรื่องนี้น่าตื่นตาตื่นใจกับฉากอีโรติกของลันตา (กวาง วรรณปิยะ ออมสินนพคุณ) ที่แสดงได้เร่าร้อนทุกซีน ความเซ็กซี่ของเธอมีพลังรุนแรงระดับสิบ สะกดสายตาของผมให้จดจ่ออยู่กับตัวละครตัวนี้ได้ตั้งแต่ต้นยันจบเรื่อง จังหวะผีตุ้งแช่ที่โผล่ออกมาทำได้ดีเลย จังหวะนรกมาก ๆ เรียกเสียงกรี๊ดจากคนในโรงได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง ตอนแรกเห็นโปสเตอร์หนังแล้วคิดว่าตัวละครเฟรดดี้น่าจะโดดเด่นกว่าใครเพื่อน แต่เอาเข้าจริงเชสกลับปรากฏตัวให้เห็นมากกว่าเสียอีก 

       หนังยังได้หยิบยกเอาความเชื่อในเรื่องของ ‘โจ’ ไสยศาสตร์ของภาคใต้เข้ามาใช้งานอีกด้วย โดยเชื่อกันว่ามันสามารถป้องกันสิ่งของจากพวกมิจฉาชีพได้ และจะส่งผลร้ายต่อหัวขโมยโดยเลวร้ายที่สุดจนอาจถึงแก่ชีวิตและจากโปรยปกที่ว่า ความตายคือผลลัพธ์ของการล่วงล้ำ โดยอาจสรุปใจความสั้น ๆ ได้ดังนี้ ของใครใครก็รัก ของใครใครก็หวง ในเมื่อสิ่งของนั้นถูกครอบครองและมีเจ้าของอยู่แล้ว ก็ไม่ควรล่วงล้ำเข้าไปเกี่ยวพันหรือแย่งมันมาเป็นของตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์นั้นก็คงหนีไม่พ้นความตาย

 

 

       Chapter 3 : คำแช่ง

       ซัน (หน่อง - ธนา ฉัตรบริรักษ์) ชายหนุ่มที่พยายามเป็นสามีที่ดีของจีจี้และต้องการให้เธอยอมรับ อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ได้ถูกผีตามหลอกหลอนอย่างไม่ทราบสาเหตุ ฝันร้ายเรื้อรัง และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดภาพหลอนหรือว่าตัวเองกำลังกลายเป็นบ้ากันแน่ ซันจำไม่ได้เลยสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงสามวันที่ผ่านมา เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนมันได้นำพาเขาเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกที ท่ามกลางคนรอบข้างที่พยายามหาวิธีช่วยเหลือต่อสิ่งที่เขาต้องเผชิญอย่างสุดความสามารถ ช่วยกันปะติดปะต่อถึงสาเหตุที่ทำให้ความทรงจำของชายหนุ่มพร่าเลือนก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

       คำแช่ง เป็นผลงานภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องแรกของหน่องที่ได้รับบทนำแบบเต็มตัว ซึ่งเขาเล่นได้เป็นธรรมชาติมาก ทั้งหน้าตาและบุคลิกกลมกลืนไปกับบทบาทของซันราวกับว่ามันคือตัวเขาเองจริง ๆ แถมซีนดราม่าตอนจบยังบีบหัวใจและเรียกน้ำตาได้อีกด้วย เรื่องนี้เน้นหนักไปที่จิตใจของตัวละครที่บอบช้ำจากคำแช่ง คำพูดเพียงไม่กี่คำก็เพียงพอแล้วที่จะก่อเกิดเป็นผลร้ายแก่ผู้อื่น

       หลังจากหลอนแรงกับสองเรื่องที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าผู้กำกับคงไม่อยากให้หนังมันหนักจนเกินไป จึงได้เพิ่มความคอมมาดี้เล็กน้อยเข้าไปเพื่อเป็นสีสันให้คนดูได้ผ่อนคลาย ร่วมด้วยตลกตัวพ่อ กิตติศักดิ์ เวชประสาร (ยัด เฟ็ดเฟ่) ที่เห็นแค่หน้าก็ฮาแล้ว แถมยังมีซีนโรแมนติกส่งท้ายที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจก่อนออกจากโรงอีกด้วย

 


       จุดเด่นของหนังผีเรื่องนี้คือมันได้เล่าถึงความดำมืดภายในก้นบึ้งจิตใจของมนุษย์ด้วยกันเอง โศกนาฏกรรมล้วนมาจากลมปากที่ทั้งตั้งใจและพลั้งเผลอคำพูดของมนุษย์ไม่ได้กล่าวถึงแต่เรื่องสวยงามเสมอไป เพราะมันสามารถใช้เป็นอาวุธฆ่าคนได้ ใช้สาปแช่งคนที่เราเกลียดได้ และมันส่งผลกระทบในแง่ลบเกินกว่าที่ใครสามารถจินตนาการ หนังเรื่องนี้จึงตอกย้ำสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับโลกโซเชียล ก่อนจะว่าร้ายใครควรตระหนักให้ถี่ถ้วนเสียก่อนว่ามันได้สร้างบาดแผลแก่ผู้อื่นหรือไม่

       ร่วมพิสูจน์ด้วยตาตัวเองกับหนังผี 3.5 ก้านธูป ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ครับ 

เรียบเรียงโดย

เท็ดดี้

นักเขียนผู้หลงใหลในความสยดสยองของทุกแขนง




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
ผมมักโดนเพื่อนหรือพี่ๆพูดกรอกหูอยู่ตลอดเวลาว่าความรักดีอย่างนั้นดีอย่างนี้แต่พอเอาเข้าจริงๆ...โคตรจะเฮงซวยเลยไอ้เวรเอ้ย!!