19/01/2019

สถิติการล่วงละเมิดทางเพศ / โทษประหารคดีโทรมเด็กหญิงในอดีตและบทลงโทษคดีข่มขืนในปัจจุบัน

 

       จากข้อมูลข่าวในสื่อทุกแขนง พบว่า ผู้หญิงและเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกาย-จิตใจ วันละไม่น้อยกว่า 7 คน มีตัวเลขของผู้หญิงที่เข้ารับการบำบัดรักษาและแจ้งความร้องทุกข์สูงถึงปีละ 30,000 คน ซึ่งความรุนแรงต่อผู้หญิงมีปัจจัยร่วมจากเครื่องดื่มมึนเมา สารเสพติด สื่อลามก พื้นฐานจากครับครัว และสิ่งแวดล้อมในสังคม 

 


ที่มาของภาพ : thaihealth
 

       เหตุการณ์ความรุนแรงในผู้หญิงและเด็กเป็นปัญหาในสังคมซึ่งเรื้อรังมายาวนาน จากการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศปี 2560 ในหนังสือพิมพ์ 13 ฉบับ โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พบว่าเกิดเหตุความรุนแรงทางเพศทั้งหมด 317 ข่าว ซึ่งช่วงอายุของผู้ถูกกระทำเกินครึ่งเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 5-20 ปีถึง 60.6% รองลงมาอายุ 41-60 ปี 30.9% ที่น่ากังวลใจคืออายุของผู้ถูกกระทำน้อยที่สุดเป็นเด็กหญิง 5 ขวบถูกข่มขืน และมากที่สุด 90 ปี และที่น่าเศร้าใจคือมีผู้เสียชีวิต 20 ราย ด้านกลุ่มอาชีพผู้ถูกกระทำมากที่สุดคือนักเรียน นักศึกษา ถึง 60.9%

       ที่น่าตกใจคือผู้กระทำความรุนแรงกว่าครึ่งเป็นคนรู้จักคุ้นเคยหรือบุคคลในครอบครัวกว่า 53% รองลงมาเป็นคนแปลกหน้า ไม่รู้จักกัน 38.2% และคนที่รู้จักกันผ่านโซเชียล 8.8% โดยอายุของผู้กระทำที่น้อยที่สุดคือ 12 ปี ซึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศมากที่สุดคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูงถึง 31.1% รองลงมาอ้างว่ามีอารมณ์ทางเพศ 28% ส่วนสถานที่เกิดเหตุมักจะเป็นในที่พักของผู้ถูกกระทำฯ และในที่เปลี่ยว ถนนเปลี่ยวยกตัวอย่างคดีดังในอดีตเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ที่ผู้กระทำผิดถูกตัดสินประหารตามคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติ

 

คดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราและพยายามฆ่าคนเพื่อปกปิดความผิด
       ด.ญ.ปานทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 8 ปี เป็นลูกคนที่ 11 จากพี่น้องทั้งหมด 15 คน พ่อแม่จึงต้องออกทำงานเพื่อหาเลี้ยงลูก ๆ ทั้งหมด ทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูกได้ทั่วถึง ด.ญ.ปานทิพย์จึงหนีเที่ยวหลายครั้ง โดยไปอาศัยอยู่กับครอบครัวนายชู หรือ จันทึก ภักดี ที่วัดด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ซึ่งนายชูมีอาชีพขอทานและขายลูกโป่งตามงานวัด บางครั้ง ด.ญ.ปานทิพย์ก็ออกไปช่วยขายลูกโป่งและขอทานด้วย

       วันไหนที่ ด.ญ.ปานทิพย์ไม่ออกไปช่วยขอทานหรือไม่ช่วยทำงานบ้าน นายชูและเมียก็จะตบตีและทำร้าย ด.ญ.ปานทิพย์ ทำให้เธอต้องหนีกลับบ้าน แต่ไม่นาน ด.ญ.ปานทิพย์ก็จะหนีจากบ้านมาอาศัยอยู่ด้วยอีก

       วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 เวลาบ่าย นายชูพบ ด.ญ.ปานทิพย์ที่หน้าวัดด่านสำโรงขณะกำลังขอข้าวชาวบ้านกินอยู่ จึงชวนไปที่บ้านอีกครั้ง จนกระทั่งตกเย็นหลังกินข้าวมื้อเย็นกันเสร็จแล้ว เมียและลูกอีกสองคนของนายชูได้ออกไปขอทานและขายลูกโป่งในงานวัด ปล่อยให้ ด.ญ.ปานทิพย์นอนอยู่กับลูกชายคนเล็กของนายชูอายุ 5 ขวบกันสองคน ส่วนนายชูได้ตั้งวงเหล้ากินอยู่กับเพื่อนขอทานชื่อนายน้อย หรือไส้ออก บุญชื่น

 

 
ที่มาของภาพ : แฟนคลับ ยุทธ บางขวาง


       จนกระทั่งเวลา 22.00 น. นายชูและนายน้อยได้ปรึกษากันตกลงที่จะข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.ปานทิพย์ โดยนายชูจะเป็นผู้ลงมือก่อน จึงไปหลอกให้ ด.ญ.ปานทิพย์ออกมาจากมุ้งที่นอนอยู่กับลูกของนายชู แล้วให้นอนลงกับพื้นกระดานทางเดินในศาลาที่ครอบครัวนายชูพักอาศัย จากนั้นนายชูได้ลงมือข่มขืน ด.ญ.ปานทิพย์ทันที แต่เนื่องจากเครื่องเพศของ ด.ญ.ปานทิพย์มีขนาดเล็กมาก นายชูจึงเปลี่ยนไปข่มขืนทางทวารหนักจนสำเร็จความใคร่ นายน้อยได้ข่มขืน ด.ญ.ปานทิพย์เป็นรายต่อมาจนช่องทวารหนักฉีกขาด

       ระหว่างนั้นที่อีกศาลาหนึ่งมีกลุ่มขอทานตั้งวงกินเหล้าอยู่เช่นกัน เมื่อรู้ว่านายชูและนายน้อยกำลังข่มขืน ด.ญ.ปานทิพย์ จึงมาขอต่อคิวร่วมข่มขืนด้วย โดยมีนายชาญ เล็ก ทองใบ, นายศักดิ์ กระจ่าง เชื้อค้าช้าง, นายเป๋ ประมวล วงศ์เสงี่ยม และอีกหนึ่งคนไม่ทราบชื่อ (หลบหนีไปได้) ร่วมกันข่มขืนในลักษณะโทรมหญิง ระหว่างข่มขืน ด.ญ.ปานทิพย์ได้ร้องและขัดขืนด้วยความเจ็บปวด แต่กลุ่มขอทานบ้ากามไม่สนใจยังคงรุมข่มขืนจนเธอสลบไป

 

 
ที่มาของภาพ : แฟนคลับ ยุทธ บางขวาง

 

       หลังจากข่มขืนกันเสร็จแล้ว นายชูและนายน้อยเกรงว่า ด.ญ.ปานทิพย์ซึ่งบาดเจ็บสาหัสและสลบอยู่อาจจะถึงตายได้ และเกรงกลัวความผิด จึงได้รอเวลาให้ดึกก่อนเพื่อหาทางทำลายหลักฐาน

       วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 เวลาประมาณ 00.30 น. นายชูและนายน้อยได้ช่วยกันอุ้มร่างที่สลบของ ด.ญ.ปานทิพย์ไปไว้ใต้ล้อรถยนต์โดยสารที่จอดอยู่ในลานทรายริมถนนสุขุมวิท เพื่อให้รถทับร่าง ด.ญ.ปานทิพย์เมื่อถอยออกจากที่จอด หวังให้ถูกรถทับตายจะได้ทำลายหลักฐานการข่มขืนทั้งหมด

       เวลาประมาณ 05.00 น. ก่อนที่รถโดยสารจะถอยออกไปวิ่งตามปกติ เด็กรถสังเกตเห็นร่าง ด.ญ.ปานทิพย์นอนอยู่ใต้ท้องรถบริเวณล้อ จึงเอาตัว ด.ญ.ปานทิพย์ออกมาจากท้องรถได้ก่อนที่รถจะทับตาย จากนั้นได้นำตัวส่งโรงพยาบาลรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

       วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายชู นายน้อยและพวกได้เกือบทั้งหมด หนีรอดไปได้เพียงคนเดียว ทุกคนให้การรับสารภาพ โดยมี ด.ญ.ปานทิพย์เป็นผู้ชี้ตัวยืนยัน

       วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 คณะปฏิวัติเห็นว่าการที่น.ช.ชู น.ช.น้อย และพวกได้ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.ปานทิพย์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้ว น.ช.ชู และ น.ช.น้อยยังได้นำ ด.ญ.ปานทิพย์ไปทิ้งไว้ให้รถทับ เป็นการเจตนาจะฆ่าให้ตายด้วยความทารุณโหดร้ายเพื่อปกปิดการกระทำผิดอื่นของตน แม้ทั้งหมดจะให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุ ก็เป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน การที่ผู้ต้องหาทุกคนมีร่างกายแข็งแรงพอที่จะประกอบอาชีพอื่นเลี้ยงตนเองได้ แต่ประกอบอาชีพขอทานเอาเปรียบและหลอกลวงประชาชน อาศัยอยู่ในวัดเป็นเวลานานแทนที่จะช่วยกันบำรุงรักษาวัด กลับทำลายชื่อเสียงของวัดด้วยการเสพสุรายาเมา กระทำผิดกฎหมายอย่างไร้มนุษยธรรม โดยกระทำการข่มขืนเด็กหญิงอย่างทารุณโหดร้ายในลักษณะโทรมหญิง โดยปราศจากความเมตตาปรานี ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง สมควรลงโทษโดยอาศัยอำนาจคณะปฏิวัติ

 


ที่มาของภาพ : แฟนคลับ ยุทธ บางขวาง

 

       หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งให้ลงโทษประหารชีวิต น.ช.ชู และ น.ช.น้อย โดยไม่มีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาแต่อย่างใด ส่วนพวกที่เหลือให้จำคุกตลอดชีวิต

       ที่มา : แฟนคลับ ยุทธ บางขวาง

 

แล้วบทลงโทษคดีข่มขืนตามกฎหมายไทยในปัจจุบันกำหนดบทลงโทษอย่างไรบ้าง ?

       ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 มีใจความว่าผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000 บาทถึง 40,000 บาท

       โดยที่มาตรา 276 วรรค 2 ได้ให้ความหมายของการข่มขืนกระทำชำเราไว้ว่า การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
มาตรา 276 วรรค 3 กำหนดไว้ว่า ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000 บาทถึง 40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
มาตรา 277 ทวิ มีใจความว่า ถ้าข่มขืนตาม มาตรา 276 จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000 บาทถึง 40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
มาตรา 277ตรี ถ้าข่มขืนโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือระเบิดตาม มาตรา 276 วรรคสาม เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต

 

       ถ้าพิจารณาจากตัวบทกฎหมาย การข่มขืนผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำนั้นถึงแก่ความตาย จะมีโทษหนักอยู่ 2 สถาน คือ ประหารชีวิตกับจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งนับว่าเป็นโทษที่หนักที่สุด...แต่ในความเป็นจริงทำไมผู้กระทำความผิดฐานข่มขืนกลับติดคุกแค่เพียง 2 ปีเท่านั้น ?

       นั่นเพราะในการพิจารณาตัดสินคดีเรื่องของความรับผิดทางอาญานั้น สามารถหยิบยกเหตุบรรเทาโทษ เหตุยกเว้นโทษ เหตุยกเว้นความผิด ลดหย่อนโทษ เพิ่มโทษ หรือชะลอการลงโทษ มาพิจารณาร่วมด้วยว่ามีเหตุให้สามารถกระทำการลดหรือเพิ่มโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่นั่นเอง...

       ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่นำไปพิสูจน์ในชั้นศาล และศาลยุติธรรมเท่านั้นที่จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินคดี

 

ข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบ : สถิติการล่วงละเมิดทางเพศ / โทษประหารคดีโทรมเด็กหญิงในอดีตและบทลงโทษคดีข่มขืนในปัจจุบัน

เรียบเรียงโดย

ตาหวาน

หนึ่งในสมาชิก TeamHorror ที่เสพติดเรื่องราวระทึกขวัญ สยองขวัญ ตำนานลี้ลับและความเชื่อต่างๆ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | จันทร์
หากดวงตาของมนุษย์สามารถรับรู้และมองเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นได้ มันจะนำมาซึ่งสิ่งใด และนำพาไปสู่สิ่งใด สิ่งที่เห็นนั้นมีจริงหรือ แล้วที่ไม่เห็นนั้นไม่มีจริงหรือ ใครเล่าจะให้คำตอบ...