26/01/2019

7 ตำนานตุ๊กตาผีที่น่ากลัวที่สุดจนลืมไม่ลง

       ในช่วงวัยเด็กของใครหลายคนอาจมีตุ๊กตาตัวโปรดที่แสนรักแสนห่วง บางคนผูกพันกับตุ๊กตาตัวนั้นมากจนถึงขั้นต้องนอนกอดทุกคืน ถ้าหากตุ๊กตาเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงของเล่นที่ไร้ชีวิต แต่มันกลับมีวิญญาณร้ายสิงอยู่ ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร วันนี้จึงพามารู้จักกับตำนานเหล่าตุ๊กตาผีสิงอันโด่งดัง และเรื่องราวของตุ๊กตาบางตัวก็ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สยองขวัญออกสู่สายตาผู้คนมาแล้วทั่วโลก

1.    แอนนาเบลล์ ตุ๊กตาปีศาจอันโด่งดัง
 


 

       หนึ่งในตุ๊กตาผีสิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคือ ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ ซึ่งหลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีจากภาพยนตร์หลอนประสาทอย่างเรื่อง The Conjuring ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ได้เข้าไปมีส่วนในการสร้างความเขย่าขวัญเป็นอย่างมาก
       เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ในช่วงปี ค.ศ. 1970 เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งได้ซื้อตุ๊กตาเย็บจากผ้าเป็นของขวัญวันเกิดให้กับดอนน่า ลูกสาวนักศึกษาวิชาพยาบาลของเธอ หลังจากวันนั้นดอนน่าก็เจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดไม่หยุด เพราะแอนนาเบลล์มักเปลี่ยนท่าทางไปจากเดิมที่เคยเห็นทุกครั้ง และชักจะหนักข้อขึ้นถึงขั้นเปลี่ยนที่อยู่ได้เอง ดอนน่ากับเพื่อนร่วมห้องจึงตัดสินใจไปหาคนทรงเพื่อช่วยสืบหาความเป็นมาของตุ๊กตาตัวนี้ จึงได้รู้ว่ามันถูกเข้าสิงโดยวิญญาณของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เสียชีวิตลงในพื้นที่แห่งนี้ก่อนที่อพาร์ตเมนต์ที่พวกเธออยู่จะถูกสร้างขึ้น และวิญญาณของเด็กหญิงตนนั้นก็อยากจะอยู่กับดอนน่าด้วย เมื่อได้ฟังเช่นนี้ดอนน่าก็รู้สึกผูกพันกับตุ๊กตา และยังคงเก็บครอบครองมันไว้ แต่เหตุการณ์แปลก ๆ ก็ยังคงไม่หายไป และหนักข้อมากขึ้นถึงขั้นที่วันหนึ่งเพื่อนที่มาพักกับเธอถูกจู่โจมโดยอะไรบางอย่าง จนเกิดรอยแผลเลือดซิบที่หน้าอก ซึ่งมีรอยคล้ายนิ้วมือเล็ก ๆ อีก 7 นิ้วปรากฏอยู่ด้วย 
       คราวนี้ดอนน่าจึงไปขอความช่วยเหลือจากสองสามีภรรยา เอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน ผู้เชี่ยวชาญในการสืบเสาะเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ และก็ได้คำตอบเกี่ยวกับตุ๊กตาตัวนี้ที่แตกต่างไปจากเดิมว่า มันไม่ได้ถูกสิงด้วยวิญญาณเด็กผู้หญิง แต่เป็นปีศาจต่างหากที่พยายามอาศัยร่างของตุ๊กตาเพื่อให้ได้ใกล้ชิดและเข้าครอบครองร่างของคนในที่สุด เอ็ดและลอร์เรนได้แนะนำให้ดอนน่าล้างความชั่วร้ายออกไปจากอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ จึงได้เชิญบาทหลวงมาทำพิธี และตุ๊กตาแอนนาเบลล์นั้นดอนน่าก็ได้มอบให้กับสองสามีภรรยาช่วยรับไปดูแลแทน แล้วแอนนาเบลล์ก็ไม่วายแผลงฤทธิ์ใส่คู่สามีภรรยาวอร์เรนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อขากลับจากอพาร์ตเมนต์ของดอนน่า รถของทั้งคู่เริ่มเสียการทรงตัวเมื่อเข้าโค้งทุกหัวถนน จนต้องนำแอนนาเบลล์ที่วางไว้ตรงเบาะหลังรถมายัดใส่ถุง แล้วรดน้ำมนต์เป็นสัญลักษณ์รูปไม้กางเขน จึงกลับถึงบ้านได้โดยปลอดภัย 
       ปัจจุบันนี้ ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ถูกกักเอาไว้ในตู้กระจกที่สร้างขึ้นพิเศษ อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ออคคัลท์ รัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา แหล่งรวมของแปลก เฮี้ยน หลอน ของคู่สามีภรรยาวอร์เรน อย่างน้อยก็ช่วยกันไม่ให้แอนนาเบลล์ออกมาเพ่นพ่านเองข้างนอกได้ แต่ความเฮี้ยนของมันก็ยังคงอยู่ เมื่อมีผู้มาเที่ยวชมชายหญิงคู่หนึ่งพูดจาลบหลู่ แต่แล้วหลังจากกลับออกไปจากพิพิธภัณฑ์ได้ไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสองคนก็ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์คว่ำ คนขี่เสียชีวิต ส่วนอีกคนที่ซ้อนมาก็บาดเจ็บสาหัสต้องรักษาตัวอยู่นาน และจนปัจจุบันนี้ก็ยังมีรายงานว่า แอนนาเบลล์ยังคงออกมาสร้างความสยองขวัญให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อยู่เนือง ๆ


2.    โรเบิร์ต ตุ๊กตาต้องคำสาป
 


 

       หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อตุ๊กตาผีตัวนี้ แต่ถ้าหากบอกว่ามันเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดภาพยนตร์ตุ๊กตาผีชัคกี้ที่โด่งดัง ทุกคนจะนึกออกทันที ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นตำนานที่เกิดขึ้นจริงของครอบครัวออตโต จากเกาะคีย์เวสต์ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพี่เลี้ยงของเด็กชายโรเบิร์ต ยูจีน ออตโต หรือจีน ได้มอบตุ๊กตาสูงสามฟุตตัวนี้ให้กับเขาในปี ค.ศ. 1906 เด็กชายถูกชะตากับตุ๊กตาตัวนี้มากถึงขึ้นตั้งชื่อมันว่า ‘โรเบิร์ต’ เหมือนกับชื่อของตัวเอง แต่กระนั้นหลาย ๆ คนต่างก็บอกว่าพี่เลี้ยงคนนี้ตั้งใจมอบตุ๊กตาตัวดังกล่าวพร้อมคำสาปให้กับเด็กชายจีน เพื่อแก้แค้นที่ครอบครัวนี้ใช้งานเธออย่างทารุณต่างหาก
       เด็กชายจีนขลุกอยู่กับโรเบิร์ตตลอดเวลา แต่งตัวมันด้วยเสื้อผ้าตัวเดียวกับที่ตัวเองใส่ แต่แล้วก็มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้น ตั้งแต่เด็กชายเริ่มพูดคุยกับตุ๊กตา และมีเสียงตอบกลับมาด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยซึ่งไม่ใช่เสียงของเขาโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ ข้าวของในบ้านเริ่มหายไปจากที่ที่มันอยู่หรือบ้างก็แตกหักเสียหาย กลางดึกบางคืนนายและนางออตโตตื่นขึ้นเพราะเสียงกรีดร้องของลูกชาย เมื่อรีบเข้าไปที่ห้องนอนก็พบว่าข้าวของในห้องล้มกระจาย เด็กชายจีนยังอยู่บนเตียงด้วยท่าทีหวาดกลัว และบอกพ่อกับแม่ว่า “โรเบิร์ตเป็นคนทำ”
       เพื่อนบ้านละแวกเดียวกันยังบอกว่า ยามพวกเขาเดินผ่านบ้านขณะที่ครอบครัวออตโตไม่อยู่ และมองไปบนหน้าต่างบ้าน พวกเขาเห็นตุ๊กตาตัวนี้เคลื่อนไหวจากหน้าต่างบานหนึ่งสู่อีกบานหนึ่งได้เอง แขกที่มาเยี่ยมบ้านก็สาบานว่าเขาเห็นมันพยักหน้าและกะพริบตาได้จริง ๆ 
       อย่างไรก็ดี หลังจากที่เด็กชายจีนเสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1974 บ้านหลังนี้พร้อมกับตุ๊กตาโรเบิร์ตที่ถูกเก็บไว้บนห้องใต้หลังคาก็ตกเป็นของผู้ซื้อรายถัดมา และตุ๊กตาตัวดังกล่าวก็ตกเป็นของลูกสาววัย 10 ขวบของเจ้าของบ้าน ที่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เจอเหตุการณ์เดียวกับที่ครอบครัวออตโตเจอ เด็กน้อยกรีดร้องขึ้นมากลางดึก ข้าวของกระจัดกระจาย และเธอบอกว่า “โรเบิร์ตพยายามจะฆ่าเธอ”
       ปัจจุบันนี้ ตุ๊กตาโรเบิร์ตนั่งอยู่ในตู้กระจกที่พิพิธภัณฑ์ฟอร์ท อีสต์ มาร์เทลโล เกาะคีย์เวสต์ คอยเฝ้ามองผู้ที่มาเยี่ยมชม แม้จะถูกเก็บเอาไว้ในตู้กระจก แต่มันก็ยังคงแสดงความเฮี้ยนให้เห็นอยู่เนือง ๆ หากมันพึงใจที่จะถูกถ่ายภาพ ตุ๊กตาโรเบิร์ตจะตอบรับด้วยการเอียงคอไปด้านข้าง แต่หากว่ามันไม่เต็มใจจะถูกถ่ายภาพละก็ คุณจะได้รับคำสาปกลับไปเป็นของฝากอย่างแน่นอน 

 

3.    แมนดี้ ตุ๊กตาผีขี้เล่น
 


 

       แมนดี้ ถูกมอบให้กับพิพิธภัณฑ์เควสเนล ในบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 โดยเมเรียนดาผู้เป็นเจ้าของคนเก่า สภาพเดิมของมันมีเสื้อผ้าขาดวิ่นเก่าสกปรก ตามตัวมีรอยหักชำรุด โดยเฉพาะส่วนใบหน้าที่แตกร่อนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นมันมีอายุราว 90 ปีแล้ว และนั่นอาจทำให้มันดูไม่ต่างจากตุ๊กตาโบราณเก่าคร่ำครึทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้แมนดี้แตกต่างออกไปก็คือ เธอดูคล้ายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประหลาด ๆ อยู่เสมอ
       เมเรียนดาบอกว่าเธอมักได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้ตอนกลางดึกจากชั้นใต้ดินอยู่บ่อยครั้ง เมื่อลงไปสำรวจก็พบว่าหน้าต่างระบายอากาศบานที่อยู่ติดกับตุ๊กตาตัวนี้เปิดอ้าออก ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอจำได้แม่นยำว่ามันปิดสนิทเรียบร้อยดี แต่หลังจากที่มอบมันให้กับพิพิธภัณฑ์แล้ว เหตุการณ์นี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย
       ทว่าความแปลกประหลาดกลับมาเกิดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์แทน เมื่ออาหารบางส่วนหายไปจากตู้เย็น แล้วพบว่ามันถูกซุกอยู่ในลิ้นชักอย่างผิดวิสัย ข้าวของเคลื่อนย้ายหายไปจากที่เดิม บางชิ้นหาเจอ บางชิ้นก็หายสาบสูญไปตลอดกาล ส่วนตุ๊กตาแมนดี้เองที่เคยถูกวางอยู่ทางเดินด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ ที่ซึ่งปะทะกับทุก ๆ สายตาของผู้มาเยี่ยมชมก็ถูกย้ายเข้ามาในห้องแถมเก็บแยกไว้ต่างหากจากตุ๊กตาตัวอื่น ๆ ด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากให้มันทำอันตรายตุ๊กตาตัวอื่น ๆ
       นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมที่พยายามถ่ายภาพหรือวิดีโอของแมนดี้หลายรายยังบอกเล่าตรงกันว่า กล้องของเขาจะดับ ๆ ติด ๆ ทุก ๆ 5 วินาที จนแทบไม่สามารถบันทึกภาพหรือถ่ายวิดีโอได้ (น่าแปลกใจที่เหตุการณ์เดียวกันนี้ก็ถูกบอกเล่ามาจากผู้ที่เข้าไปเยี่ยมชมตุ๊กตาโรเบิร์ตด้วยเช่นกัน) นอกจากนี้ยังรู้สึกเหมือนมีสายตาคอยจับจ้องตามตลอดทุกฝีก้าวอีกด้วย 
       แม้ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่จะเริ่มคุ้นชินกับความรู้สึกหรือเหตุการณ์ประหลาด ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตุ๊กตาแมนดี้แล้ว แต่หากเป็นไปได้ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนอยากจะออกจากที่ทำงานเป็นคนสุดท้าย และกลายเป็นผู้ต้องปิดพิพิธภัณฑ์คนเดียวอย่างแน่นอน 


4.    ปูป้า ตุ๊กตาที่มีเส้นผมของคนจริง ๆ
 


 

       สำหรับนักทำตุ๊กตาแล้ว การสร้างตุ๊กตาให้ออกมาละม้ายคล้ายคนจริง ๆ นับเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับ ปูป้า ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงที่ทำจากผ้าสักหลาด มันมีผมสีบลอนด์เข้ม ซึ่งเป็นผมของคนจริง ๆ ที่ช่างทำตุ๊กตาซื้อต่อมาสำหรับการนี้โดยเฉพาะ หากแต่ผมที่ทำมาจากเส้นผมจริง ๆ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของตำนานตุ๊กตาผีสิงตัวนี้เท่านั้นเอง...
       เจ้าของเดิมของตุ๊กตาปูป้าเป็นเด็กหญิงชาวอิตาเลียนอายุราว 5-6 ขวบ เธอได้ครอบครองมันเมื่อราวปี ค.ศ. 1920 และอยู่ผูกพันกับมันยาวนานจนกระทั่งเธอเสียชีวิตลงเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2005 เด็กหญิงผู้อายุยืนยาวจวบ

 

จนแก่ชรายังเล่าให้หลาน ๆ ของตัวเองฟังว่า ปูป้าเป็นเพื่อนที่ดีของเธอในทุกสถานการณ์ เป็นทั้งเพื่อนเล่น เพื่อนแท้ และเคยแม้แต่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ มันเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตจริง ๆ 
       อย่างไรก็ดี หลังจากเจ้าของคนเดิมล่วงลับไปแล้ว ปูป้าถูกเก็บไว้ในตู้กระจกใส แล้วคนที่เหลือในครอบครัวก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น หลังจากมันสูญเสียเจ้าของไปแล้วมันดูจะค่อย ๆ มีชีวิต และเหมือนอยากจะหลุดพ้นออกมาจากที่ที่มันถูกเก็บเอาไว้ หลายครั้งที่คนในบ้านได้ยินเสียงเคาะกระจกเบา ๆ เมื่อเดินผ่านตู้กระจกของปูป้า สังเกตเห็นสีหน้าของมันที่ดูเปลี่ยนแปลงไป หรือแม้กระทั่งท่าทางของมันก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ทั้ง ๆ ที่มันถูกเก็บเอาไว้อยู่ในตู้โชว์โดยไม่มีใครไปจับเลยแท้ ๆ จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังคงสังเกตเห็นสีหน้าและท่าทางของปูป้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้อยู่เรื่อย ๆ


5.    อลิซ ตุ๊กตาพอร์ซเลนผู้หลอกหลอน
 


 

       อลิซ เป็นตุ๊กตาพอร์ซเลนตัวสวยของมารี ฟอร์ด ผู้อาศัยอยู่ในรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา หลานของเจ้าของเดิมบอกว่า มันเป็นตุ๊กตาที่มีวิญญาณเพื่อนสนิทของคุณย่าสิงอยู่ และนั่นเป็นที่มาของชื่อ อลิซ มันถูกเก็บอยู่ในกล่องเก็บตุ๊กตา ล็อกกุญแจไว้อย่างดี โดยไม่อาจทราบได้ว่าเหตุผลใดจึงต้องนำตุ๊กตาตัวนี้ไปเก็บไว้มิดชิดเช่นนั้น 
       เมื่อนำมันออกมาตั้งโชว์อีกครั้ง ความหลอนก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อถูกจู่โจมด้วยความรู้สึกว่าถูกอลิซจ้องมองอยู่ตลอดเวลา และหากมันไม่ชอบใจใครขึ้นมาละก็ สีหน้าของตุ๊กตาตัวนี้จะเปลี่ยนไปทันที แต่ที่สยองที่สุดคือเมื่อลองนำหูไปแนบไว้ใกล้ ๆ ริมฝีปากของมัน จะได้ยินเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกตอบกลับมา และประโยคที่เลวร้ายและหลอนจับใจจากอลิซนั้นก็คือ “ฉันอยากอยู่โดดเดี่ยวและทรมานอย่างนี้ต่อไป”


6.    เอมิเลีย ตุ๊กตาพูดได้
 


 

       เอมิเลีย มีอายุกว่าหนึ่งร้อยปี มันเป็นตุ๊กตาที่กษัตริย์อัมเบอร์โตแห่งอิตาลี (ปี ค.ศ. 1878-1900) ได้มอบให้กับอัลวาโด เบลลินา นายทหารผู้ซื่อสัตย์ และเป็นสหายที่ดีที่สุดของท่าน แต่สุดท้ายทั้งสองก็จบชีวิตลงด้วยการถูกสังหารเพื่อล้มบัลลังก์ ตุ๊กตาตัวนี้จึงตกเป็นของมารี ลูกสาวของอัลวาโด ซึ่งเธอได้ตั้งชื่อให้มันว่า เอมิเลีย 
       มารีรักและผูกพันกับเอมิเลียมาก แต่ก็ต้องระหกระเหินหนีภัยสงคราม ทั้งสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง ตุ๊กตาตัวดังกล่าวสูญเสียแขนทั้งสองข้าง หนังศีรษะ และเส้นผมบางส่วนหายไปจากแรงระเบิดที่ทิ้งลงมายังขบวนรถไฟที่กำลังแล่นหนีจุดที่โดนโจมตี แต่อย่างไรก็ดีมันยังเป็นเพื่อนรักของมารีเสมอ เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยหากได้อยู่กับตุ๊กตาสุดที่รัก
       ผู้ร่วมหลุมหลบภัยช่วงหนีสงครามกับมารีเล่าว่า เขาเห็นตุ๊กตาเอมิเลียส่งยิ้มมาให้ขณะที่มันอยู่บนตักของเธอ ส่วนมารีเองก็บอกว่า เมื่อตอนที่มันยังมีแขนอยู่ เอมิเลียกะพริบตาให้เธอ และมือของมันก็ขยับเองได้ด้วย หนำซ้ำมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอได้ยินเอมิเลียพูดออกมาว่า “มันไม่ดีเลยนะ” บางทีเธออาจจะฟังผิด อาจเป็นเสียงอย่างอื่นที่มาจากเอมิเลียก็ได้ เพราะเอมิเลียมีกล่องที่ทำให้ส่งเสียงได้ติดอยู่ แต่มันก็พังไปนานแล้วตั้งแต่ตอนหลบลูกระเบิด แต่อย่างไรก็ตาม เธอรู้สึกยินดีที่เอมิเลียพูดด้วย แม้หลายครั้งเธอจะฟังไม่ออกว่ามันพูดว่าอะไร มารีรู้สึกผูกพันกับตุ๊กตาตัวนี้มากถึงขนาดตั้งชื่อลูกสาวของตัวเองว่า เอมิเลีย ตามชื่อตุ๊กตา 
       ปัจจุบันมารีเสียชีวิตลงแล้ว และตุ๊กตาเอมิเลียตกอยู่ภายใต้การดูแลของลูกสาวเธอ ซึ่งเธอเล่าว่ายังคงได้ยินเสียงสะอื้นไห้ดังมาจากตุ๊กตาเอมิเลีย ราวกับว่ามันกำลังคิดถึงเจ้าของเดิมของตัวเอง


7.    ฮาโรลด์ ตุ๊กตาผีสิงตัวแรกที่ถูกขายในเว็บอีเบย์
 


 

       เรื่องของฮาโรลด์ไม่ใช่ตำนานเก่าแก่ แต่มันเป็นที่รู้จักโด่งดังในฐานะตุ๊กตาผีสิงตัวแรกที่ถูกขายทางเว็บอีเบย์ ซึ่งถูกขายโดยชายที่ชื่อเกร็ก ในปี ค.ศ. 2003 เชื่อกันว่าฮาโรลด์ถูกสร้างขึ้นมาราวช่วงปี ค.ศ. 1930 มันเคยถูกใช้ในการถ่ายหนังสั้นเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีคนเห็นว่ามันค่อย ๆ ขยับตัวได้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครไปสัมผัส จากนั้นตุ๊กตาฮาโรลด์ก็ถูกเปลี่ยนมือมาเรื่อย ๆ ทุกคนที่ครอบครองมันล้วนบอกเล่าถึงเสียงประหลาด ๆ ที่ได้ยิน ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองทั้ง ๆ ที่ในห้องไม่มีใครนอกจากตุ๊กตาฮาโรลด์ รวมถึงความเจ็บป่วยที่ประดังเข้ามาเมื่อได้เป็นเจ้าของตุ๊กตาฮาโรลด์ เรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ข้องเกี่ยวกับตุ๊กตาฮาโรลด์กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้างในโลกอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ดเกี่ยวกับเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ
       หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของตุ๊กฮาโรลด์คนล่าสุดจึงนำมันออกขายผ่านทางเว็บอีเบย์อีกครั้ง แต่ผู้ที่ซื้อมันไปบอกว่าจู่ ๆ ตุ๊กตาก็หายไป แล้วมันก็ไปปรากฏอยู่ที่หน้าประตูบ้านของหญิงสาวอีกครั้ง หรือแม้กระทั่งผู้ซื้อรายที่สามบอกว่าพัสดุสินค้าที่ตนเองได้รับนั้นเป็นกล่องเปล่า แล้วตุ๊กฮาโรลด์ก็ถูกพบอยู่ที่หน้าประตูบ้านของหญิงสาวที่ประกาศขายอีกแล้วนั่นเอง 
       ผู้ที่ประกาศขายเดิมที่โฆษณาขายมันทางเว็บอีเบย์นั้นบอกว่า ผู้ที่ซื้อไปจะต้องทำตามกฎในการครอบครองตุ๊กตามนตร์ดำตัวนี้อย่างเคร่งครัด คือเก็บมันไว้ให้พ้นจากสายตาใคร ๆ และต้องไม่นำตุ๊กตาออกมาจากกล่องเด็ดขาด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เธอทำพลาดไปแล้วจริง ๆ 
       ไม่ว่าจะหาทางกำจัดตุ๊กตาฮาโรลด์ตัวนี้ออกไปจากชีวิตอย่างไร เธอก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเสียที สุดท้ายหญิงรายนี้ได้แต่นำมันไว้ในกล่องตามเดิม แล้วเก็บไว้ที่ห้องใต้หลังคา หวังเพียงว่าเมื่อเธอขายบ้านหลังนี้ทิ้งไปหรือย้ายไปอยู่ที่อื่น เธอคงจะหลุดพ้นจากการตามหลอกหลอนของตุ๊กตาวูดูตัวนี้ได้เสียที
       อย่างไรก็ดี เจ้าของรายล่าสุดของฮาโรลด์ แอนโธนี ควินาตา ผู้ซื้อมันมาได้จากเว็บอีเบย์ในปี ค.ศ. 2004 ยังคงครอบครองมันมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยความพยายามที่จะพิสูจน์ว่าตุ๊กตาฮาโรลด์มีอาถรรพ์อย่างที่ใคร ๆ ร่ำลือเอาไว้จริงหรือไม่ แม้จนถึงวันนี้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ก็มีคำบอกเล่าจากทีมนักพิสูจน์เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ ที่แอนโธนีได้เชิญไปพิสูจน์เกี่ยวกับตุ๊กตาฮาโรลด์ว่า ผู้นำทีมพิสูจน์จู่ ๆ ก็เกิดป่วยขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวไมเกรนอย่างหนัก และรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว จนในที่สุดก็ต้องระงับการดำเนินการพิสูจน์เรื่องตุ๊กตาผีฮาโรลด์ไป และแอนโธนีเองก็เริ่มสัมผัสได้ถึงอะไรแปลก ๆ บางอย่างเกี่ยวกับตุ๊กตาที่เขาเป็นเจ้าของ เมื่อเขาเขียนเล่าในบล็อกของตัวเองว่า รู้สึกเหมือนเห็นตุ๊กตาฮาโรลด์ขยับตัวได้ และได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของเด็กทารก 
       ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ฮาโรลด์เป็นตุ๊กตาผีสิงจริงหรือไม่ และมันจะถูกขายทอดต่อไปในเว็บอีเบย์อีกไหม ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์และติดตามกันต่อไป

       คนรักตุ๊กตาหลายคนเมื่อได้อ่านตำนานความเฮี้ยนของ 7 ตุ๊กตาผีที่มีอยู่จริงแล้ว อาจขวัญผวาจนไม่กล้าเข้าใกล้ตุ๊กตาตัวโปรด แต่ก็ไม่อยากให้คุณหวาดกลัวไป เพราะเราหวังว่าคุณคงไม่ดวงซวยจนมีตุ๊กตาผีสิงไว้ในครอบครองเหรอนะ

 

ข้อมูลอ้างอิง : 7 ตำนานตุ๊กตาผีที่น่ากลัวที่สุดจนลืมไม่ลง

เรียบเรียงโดย

อบเชย

ผู้หญิงตัวเล็กที่ชื่นชอบธรรมชาติและหลงใหลในเรื่องราวลี้ลับ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | เสาร์
เพราะฝนตกไม่ทั่วฟ้า ยุติธรรมหลั่งมาไม่ทั่วถึง เขาจึงเรียงร้อยความตาย ด้วยนิยายจากฆาตกร