05/02/2019

เทศกาลตรุษจีนและประเพณีปฏิบัติในประเทศไทย

 
ที่มาของภาพ : iurban

 

       ‘ตรุษจีน’ เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน คล้าย ๆ กับเทศกาลสงกรานต์ของคนไทย หรือวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก ซึ่งวันตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ชาวจีนทุกคนจะให้ความสำคัญกับวันนี้เป็นอย่างมาก การเตรียมงานฉลองส่วนมากจะเริ่มจากการทำความสะอาดครั้งใหญ่ในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูกทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่าง หน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้ายออกไป ประตูหน้าต่างจะถูกประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพรอย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืน เป็นต้น

 


ที่มาของภาพ : kswood

 

ที่มาของวันตรุษจีน 

       เกิดจากการจัดขึ้น เพื่อตั้งใจที่จะฉลองฤดูใบไม้ผลิ ในประเทศจีนจะเรียกวันตรุษจีนอีกชื่อหนึ่งว่า ‘เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ’ เพราะฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินจีนเริ่มต้นด้วยวันลี่ชุน ซึ่งเป็นวันแรกในทางสุริยคติของปีปฏิทินจีน เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาว ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนนั้นประเทศจีนปกคลุมไปด้วยหิมะ จึงทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้ เมื่อเข้าถึงฤดูใบไม้ผลิ จึงจะสามารถเพาะปลูกพืชผักได้ตามปกติ ชาวจีนจึงกำหนดให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิตในแต่ละปีเป็นวันสำคัญที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’


ที่มาของภาพ : promotions

 

เทศกาลตรุษจีนในประเทศไทย

       ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว
       1. วันจ่าย ปีนี้ตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหาร ผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว 
       2. วันไหว้ ปีนี้ตรงกับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 จะมีการไหว้ 3 ช่วงเวลา 

 

       •    ตอนเช้ามืด จะไหว้ ‘ไป๊เล่าเอี๊ย’ เป็นการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อห้าอย่าง (โหงวแซ) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
       •    ตอนสาย จะไหว้ ‘ไป๊เป้บ๊อ’ เป็นการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเพื่อเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด ในวันนี้จะมีการแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว 
       •    ตอนบ่าย จะไหว้ ‘ไป๊ฮ้อเฮียตี๋’ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล

 


ที่มาของภาพ : sanook

 

       3. วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ของจีน ปีนี้ตรงกับวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นวันที่ 1 ของเดือนที่ 1 ของปี คนจีนจะเรียกวันนี้ว่าวัน ‘ชิวอิก’ ในวันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันคือ ‘ป้ายเจีย’ เป็นการไหว้ขอพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะส้มออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า ‘กิก’ ไปพ้องกับคำว่าความสุขหรือโชคลาภ ในภาษาจีนฮกเกี้ยนและภาษาจีนกวางตุ้งจะเรียกส้มว่า ก้าม ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือ เพราะเป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น

 


ที่มาของภาพ : tarad


       สุดท้ายนี้ สำหรับเทศกาลวันตรุษจีนหรือปีใหม่จีนในวันนี้ ขอให้พี่น้องคนจีน รวมถึงพี่น้องคนไทยที่มีเชื้อสายจีนทุกคน ‘ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้’ มั่งมี ศรีสุข ร่างกายแข็งแรงกันถ้วนหน้า เฮง ๆ ตลอดปีนะจ๊ะ

 

ข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบ : เทศกาลตรุษจีนและประเพณีปฏิบัติในประเทศไทย

เรียบเรียงโดย

ตาหวาน

หนึ่งในสมาชิก TeamHorror ที่เสพติดเรื่องราวระทึกขวัญ สยองขวัญ ตำนานลี้ลับและความเชื่อต่างๆ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | จันทร์
หากดวงตาของมนุษย์สามารถรับรู้และมองเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นได้ มันจะนำมาซึ่งสิ่งใด และนำพาไปสู่สิ่งใด สิ่งที่เห็นนั้นมีจริงหรือ แล้วที่ไม่เห็นนั้นไม่มีจริงหรือ ใครเล่าจะให้คำตอบ...