08/03/2019

อิน จัน มั่น คง ดวงวิญญาณผู้เฝ้าทวารเมือง ตามตำนานการสร้าง ‘เสาหลักเมือง’

 

       หากทุกท่านเคยเดินทางไปที่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของท้องสนามหลวงตรงข้ามพระราชวัง ก็คงจะสังเกตเห็นอาคารปูนทรงยอดปรางค์ มีมุขยื่นทั้ง 4 ด้าน ที่สร้างตามลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาในอดีต อันเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองซึ่งปรากฏเด่นเป็นสง่าต่อสายตาผู้ที่มาสักการะ

 

ที่มาของภาพ : sanook

 

       ‘เสาหลักเมือง’ ในด้านความเชื่อตามธรรมเนียมพิธีพราหมณ์นั้นกล่าวว่า ก่อนที่จะสร้างเมืองต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองในที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญเพื่อเสริมสิริมงคล เสาหลักเมืองของกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยเรานั้นสร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อครั้งก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ และมีการบูรณะปรับปรุงอีกครั้งหนึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

 

ที่มาของภาพ : wikipedia

 

 

       ทั้งนี้หากย้อนกลับไปเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา ตามตำนานที่ถูกเล่าขานกันต่อมานั้น ปรากฏเป็นเรื่องราวอันน่าสยดสยองของขั้นตอนและพิธีกรรมตามความเชื่อในเรื่องของการ ‘สังเวยชีวิต’ เพื่อสร้างเสาหลักเมือง โดยมีความเชื่อกันว่าพิธีสร้างพระนครหรือสร้างบ้านสร้างเมืองนั้นจะต้องฝังอาถรรพ์ใน 4 ประตูเมือง บางตำนานเล่าว่าหากจะก่อสร้างเมืองแล้วนั้นจะต้องนำเอาคนที่ชื่อ อิน จัน มั่น คง ฝังลงในหลุมทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นวนเวียนประหนึ่งเป็นผู้เฝ้าทวารมหาปราสาทบ้านเมือง เพื่อป้องกันอริราชศัตรูรวมถึงไม่ให้มีโรคภัยไข้เจ็บเกิดแก่เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ผู้ปกครองบ้านเมือง

 

ที่มาของภาพ : tnews

 

       ขั้นตอนการคัดเลือกผู้ที่จะต้อง ‘สละชีพ’ ในพิธีฝังเสานั้น จะมีผู้ที่เสาะหาโดยการเรียกชื่อ อิน จัน มั่น คง ไปเรื่อย ๆ ใครขานรับขึ้นมา ก็จะถูกนำตัวไปฝังในหลุมที่มีต้นเสาผูกไว้กับคานใหญ่ ชักขึ้นเหนือหลุมในระดับสูงพอสมควรและโยงไว้ด้วยเชือกสองเส้นทั้งหัวและท้าย ครั้นเมื่อถึงวันที่จะกระทำพิธี พระเจ้าแผ่นดินจะมีรับสั่งเพื่อเร่งแจ้งข่าวให้รู้โดยทั่วกันและเริ่มต้นพิธีของการสังเวยชีวิตผู้ที่จะมาเฝ้าทวารเมือง จากนั้นก็ตัดเชือกเพื่อปลดปล่อยพันธนาการให้เสาร่วงหล่นลงไปในหลุม ซึ่งก้นหลุมมีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของพิธีกรรมนี้นอนรอคอยความตายอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

       มีบันทึกของพ่อค้าชาวเนเธอร์แลนด์ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง นามว่า เยเรเมียส ฟาน ฟลีต หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ‘วัน วลิต’ กล่าวถึงความเชื่อในการสังเวยผู้บริสุทธิ์ในพิธีกรรมการฝังเสาหลักเมืองตลอดจนการก่อสร้างหอสูงต่าง ๆ ในพระราชวังว่า “พระเจ้าแผ่นดินองค์ปัจจุบันทรงเปลี่ยนประตูทั้งหมด ประตูเหล่านี้ถือเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศสยาม พระเจ้าแผ่นดินจะทรงสั่งให้โยนหญิงมีครรภ์ 2 คนลงไปใต้เสาแต่ละต้น และจำเป็นต้องใช้หญิงมีครรภ์ถึง 68 คนสำหรับประตู 17 ประตูนี้”

 

ที่มาของภาพ : tnews

 

       ไม่เพียงแต่ประตูของพระราชวังเท่านั้น วัน วลิตยังเล่าอีกว่า การสร้างที่ประทับในพระราชวังก็ได้ทำพิธีนี้เช่นเดียวกัน ดังบันทึกตอนหนึ่งมีใจความว่า “ถ้าสร้างพระราชวัง หอสูง หรือที่ประทับ ใต้เสาแต่ละต้นต้องโยนหญิงมีครรภ์คนหนึ่งลงไป หญิงผู้ตายในเวลาใกล้คลอดยิ่งดี เชื่อว่าผู้หญิงเหล่านี้เมื่อตายแล้วจะกลับเป็นผีปีศาจที่ดุร้าย ไม่เพียงคอยปกป้องเสาซึ่งตนถูกโยนลงมาข้างใต้ แต่ยังช่วยให้ทั้งบ้านพ้นจากโรคร้าย”

 

       เนื่องจากพิธีกรรมดังกล่าวนั้นไม่มีปรากฏให้เห็นในปัจจุบันและไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเคยเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์หรือไม่ แต่เป็นการเล่ากันปากต่อปากจากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ หากจะนึกถึงความน่ากลัวและความน่าสยดสยองนั้นหลาย ๆ คนก็อาจจะมองไม่เห็นภาพ ทีมงาน Horrorism จะพาคนอ่านย้อนไปดูความน่ากลัวของ ฉากหนึ่งในละครเรื่อง ‘เจ้ากรรมนายเวร’ ที่หยิบยกเอาตำนานการสร้างเสาหลักเมืองมาถ่ายทอดให้เห็นถึงความน่ากลัวและน่าหดหู่ใจได้สมจริงก็จะทำให้เรานึกถึงภาพของความน่ากลัวของการสร้างเสาหลักเมืองได้ไม่ยาก

 

 

       ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าพิธีกรรมแห่งการสังเวยชีวิตเพื่อสร้างเสาหลักเมืองนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อนจริงหรือไม่ แต่ก็ยังมีอีกหลายตำนานที่เล่าขานในเรื่องของความโหดร้ายและความสยดสยองของการสร้างเสาหลักเมือง ซึ่งก็แปลกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ แต่สิ่งที่เหมือนกันของทุกตำนานคือทำขึ้นเพื่อต้องการเห็นบ้านเมืองนั้นสงบสุขปราศจากศัตรูหรือโรคภัยทั้งปวงนั่นเอง

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : อิน จัน มั่น คง ดวงวิญญาณผู้เฝ้าทวารเมือง ตามตำนานการสร้าง ‘เสาหลักเมือง’ 

เรียบเรียงโดย

LittleFullMoon

สิ่งลึกลับที่มองไม่เห็นด้วยตา ก็คิดไปว่าไม่มี แต่รู้ตัวอีกทีก็อาจจะอยู่ใกล้ๆนี้โดยที่มองไม่เห็นก็ได้




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | เสาร์
เพราะฝนตกไม่ทั่วฟ้า ยุติธรรมหลั่งมาไม่ทั่วถึง เขาจึงเรียงร้อยความตาย ด้วยนิยายจากฆาตกร