12/03/2019

แสงกระสือ แสงแห่งปี

 

 

กระสือคือหนึ่งในผีที่เราตื่นเต้นกับมันเสมอ นอกจากเป็นตัวละครที่จะมากับซีจีแน่นอน ทำให้รอคอยว่าคนสร้างจะวาดไอ้ตัวประหลาดนี่ออกมายังไง ถ่ายทำเนียนแค่ไหน ยังเป็นเพราะมันเป็นผีที่มีความครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่เยอะ เช่น มีตำนานอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ชัดเจนหรือเป็นที่รับรู้ตั้งแต่ต้นจนจบแบบแม่นาก หรือมีลักษณะรูปร่างที่ค่อนข้างชัด แต่ก็ดูไร้เหตุผลมาก ๆ ว่าเป็นแบบนั้นได้ยัง ทำไมต้องถอดหัวลอยมาพร้อมอวัยวะภายใน ทำไมต้องมีแสง ที่สำคัญคือ ส่วนตัวฉงนฉงายตลอดมาว่ามันเป็นผีที่น่ากลัวยังไง โอเค รูปร่างอาจจะดูน่ากลัว แต่มันต่อตีกับคนทั่วไปยังไง มือก็ไม่มี แถมจะมาตุ้งแช่ก็ไม่ได้อีกเพราะ (เสือก) มีแสงนำมาก่อน อาหารหลักก็ไม่ใช่คนแบบผีอื่น ๆ คิดไปคิดมาเลยมักรู้สึกว่ามันดูจะเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ล่า การที่จะหาเหตุผลมาถมเต็มส่วนเว้า ๆ แหว่ง ๆ และดูขัดแย้งกันให้เป็นที่ยอมรับได้เนี่ย คือสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับเรา มันวัดกึ๋นหรือวิสัยทัศน์ของคนสร้างเลยแหละ เพราะถ้าไดเรกชันผิด ทุกอย่างจะพินาศ

 

 

       โปรเจกต์แสงกระสือน่าสนใจมากขึ้นไปอีก ตั้งแต่ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์มเปิดตัวโปรเจกต์ต่าง ๆ เมื่อหลายปีก่อน และมีเรื่องนี้เป็นหนึ่งในลิสต์นั้น แถมท้ายว่าคนเขียนบทคือคุณมะเดี่ยว เราเป็นแฟนของพี่มะเดี่ยว ติดตามงานของแกมาตั้งแต่ คน ผี ปีศาจ, รักแห่งสยาม ฯลฯ จนถึงซีรีส์ขวัญผวา แต่ถึงพี่มะเดี่ยวจะทำงานผีมาพอสมควร เราก็ยังนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าแกจะผสมกระสือออกมาอย่างไร แถมทำให้กลายเป็นหนังรักด้วย การรอคอยนี้จึงน่าตื่นใจมาก ๆ แล้วก็แอบรู้สึกยาวนานมาก ๆ ด้วยจนนึกว่าเขาเลิกทำกันไปแล้ว (ฮา)

 

 

       ต้องยอมรับว่าหน้าหนังและตัวอย่างทำให้เราใจดรอปไปนิด นอกจากฉากการถอดหัวที่ดูเก๋จัง อย่างอื่นเราไม่อินเท่าไหร่ ทั้งการเลือกให้กระสือมีแค่หัวใจกับเส้นใยระโยงระยาง มีฉากเอาอะไรคล้าย ๆ ลิ้นตวัดกินของสดอีกต่างหาก รวมถึงการเลือกเซ็ตติ้งชนบทสมัยเก่า มีฉากชาวบ้านจุดไฟไล่ล่าผี เหล่านี้เป็นสิ่งที่ส่วนตัวรู้สึกแหม่ง ๆ ขำ ๆ กังขาว่ามันคือเส้นเรื่องที่เก่าไปรึเปล่านะ มันน่าจะเอาต์ไปแล้วรึยัง การประยุกต์รูปลักษณ์ผีก็ไม่งามเท่าไหร่ แถมตอนนี้ยังมีกระสือเบียดเข้ามาในโรงหนังอีกตัวอีกต่างหาก...

 

 

 

       รีวิวนี้ช่างเท้าความยาวเหลือเกิน (ฮา) เราแค่อยากจะให้คุณเห็นภาพน่ะว่า แม้แต่คนที่เริ่มต้นมาด้วยความกังขาอย่างเรา ถึงเวลาได้ดูจริง ยังไปสู่จุดที่เหมือนหัวใจจะหยุดเต้น มันถูกหนังบีบด้วยบท ด้วยการแสดง ด้วยโปรดักชัน โดยเฉพาะความทะเยอทะยานว่าเฮ่ย แม่งไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ!

       หนังไม่ได้วางตัวซับซ้อน เนื้อเรื่องค่อนข้างเล่าตรงไปตรงมา โดยเฉพาะครึ่งแรกจะปูพื้นและค่อย ๆ เล่าตามที่เห็นในตัวอย่าง ตามตำนานเดิม ความสัมพันธ์ตั้งแต่วัยเด็กของ สาย น้อย และเจิด เจิดหลงรักสาย แต่สายกลับรักกับน้อย เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อวันที่สายเป็นสาวเต็มตัว มีระดูครั้งแรกเปื้อนฟูก เลือดนั้นค่อย ๆ ขยายวงกว้างในเช้าถัด ๆ มา พร้อม ๆ กับการตายของสัตว์ต่าง ๆ ในหมู่บ้าน และการมาเยือนของกลุ่มคนแปลกหน้าที่อ้างตัวว่าเป็นนักล่ากระสือ โดยไม่รู้ว่าที่แท้แอบแฝงจุดประสงค์อะไรกันแน่!

 

 

 

 

 

 

 

       หนังค่อย ๆ ไล่โทนจากสว่าง รักใส ๆ ไปสู่จุดที่ดาร์กหนึบและบีบหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจเล่าแบบตรงไปตรงมานั้นทำให้เราผูกพันกับตัวละคร และพร้อมจะเอาใจช่วยในช่วงหลัง ๆ อย่างตัวเกร็ง การเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นเส้นใยต่าง ๆ แทนไส้ ก็ทำให้กระสือสามารถสื่อและสร้างอารมณ์อะไรได้มากกว่าภาพเดิม ๆ หรือการเลือกใช้ฉากหลังในปีสงครามโลกและในชนบทท้องนานั้น ก็ช่วยให้หนังมีพื้นที่โชว์งานอาร์ตสวยคลาสสิกในพื้นที่ที่เราแทบไม่เคยเห็นความโรแมนติกของมันเลย (เท่าที่จำได้ดูจะมีแค่ แผลเก่า (2557) ที่เคยทำ แต่ก็ให้ความรู้สึกต่างไปอีกแบบ)

 

 

 

       นับเป็นความสำเร็จของโปรดักชันที่หลอกให้เราลืมนึกถึงกลิ่นเหม็นดิน กลิ่นขี้วัว กลิ่นเลือด หรือแม้แต่กลิ่นกระสือ แถมยังสื่อถึงความพิพาทภายในดินแดนที่ถูกเรื่องวิบัติจากภายนอกล้อมเข้ามาจุดปะทุ ฉากอเวนเจอร์ตอนท้าย ทั้งคน ทั้งผี ทั้งสัตว์ประหลาดตีกันนั้น นอกจากขับอารมณ์คนดูไปจนสุด เมื่อหวนนึกกลับไป มันยังทำให้เราสงสัยด้วยว่าฝ่ายไหนคือฝ่ายไหน ใครกันแน่คือสัตว์ประหลาด และในที่สุด สงครามก็ทำให้ทุกฝ่ายย่อยยับไปไม่ต่างกัน สิ่งที่เราชอบที่สุดก็คือ เราจะพบว่าทุกคนมีส่วนผิดทั้งนั้น ไม่มีใครขาวสะอาดเลย แม้แต่สายหรือน้อยที่ถูกวางภาพไว้ในฝั่งคนดีของเรื่องก็ตาม

 

 

 

 

       ในแง่เรื่องของกระสือ นี่เป็นอีกงานที่ตีความมอนสเตอร์ไทยได้มีลมหายใจและเนื้อหนังหลังจาก กระสือวาเลนไทน์ (2549) เคยทำถึงขั้นมาแล้ว แต่ครั้งนี้กลมกล่อมและตราตรึงกว่า ในแง่หนังไทย แสงกระสือ ผงาดขึ้นด้วยความทะเยอทะยานและประณีตตั้งใจ เป็นหมุดหมายใหม่ที่ในเวลาต่อ ๆ ไปคนจะต้องพูดถึงอย่างที่เคยพูดถึง ชัตเตอร์ (2547) หรือ เปนชู้กับผี (2549) เราขอปักธูปให้ 4.5 ดอก และบอกต่อว่า คุณไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้โดยประการทั้งปวง เข้าโรงพร้อมกันวันที่ 14 มีนาคมนี้ครับ

 

ปักธูปการันตีความหลอน :  

 

ขอบคุณภาพสวย ๆ จาก TransformationFilms, Wikipedia 

เรียบเรียงโดย

เชิงเทียน

มนุษย์กลัวเลือดกลัวผี ที่หลงรักงานฆาตกรรม ดื่มด่ำกับความหลอน




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | พฤหัสบดี
เศียรสะบั้น พลันสูญสิ้น วิญญา บ่วงพัทธา ปาสาณ ผลาญชีวี!