26/04/2018

4 เรื่องเล่าสยองขวัญจากประเทศมอลตา

       มอลตา (Malta) มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็นดินแดนที่มีแสงแดดแจ่มใสตลอดทั้งปี อากาศบริสุทธิ์ ชายหาดสวยงาม และชาวเมืองเป็นมิตร อีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาก จึงไม่น่าแปลกใจ หากเกาะเล็ก ๆ ที่สวยงามแห่งนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องเล่าลี้ลับมากมาย ซึ่งแฝงฝังมากับประวัติศาสตร์อันยาวนาน 
       บทความตอนนี้ จะพาไปเยี่ยมชมสถานที่บางแห่งซึ่งมีเสียงเล่าลือกันว่า มักจะมี ‘วิญญาณ’ คอยปรากฏตัวทักทายผู้คนอยู่บ่อย ๆ

 

ถนนเซนต์เออซูล่า ที่มา : Google Street View

 

       บ้านผีสิงบนถนนเซนต์เออซูล่า (St Urusla) 
       เมื่อสมัยที่มอลตายังอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ มีเรื่องเล่าว่า กะลาสีเรือชาวอังกฤษสองคนได้พบหญิงสาวสวยคนหนึ่ง เธอร้องขอให้หนุ่ม ๆ ช่วยเดินไปส่งที่บ้าน เมื่อกะลาสีเรือพาสาวสวยมาส่งถึงบ้านซึ่งตั้งบนถนนเซนต์เออซูล่า เธอก็นึกขึ้นได้ว่าลืมกุญแจไว้ในบ้าน จึงขอให้พวกเขาช่วยงัดประตูให้ที หลังจากที่งัดกุญแจได้สำเร็จ ประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นห้องที่เป็นระเบียบเรียบร้อย จัดเก็บไว้อย่างสวยงาม สว่างไสวด้วยแสงเทียน หลังจากนั้นหนุ่ม ๆ ก็เอ่ยลาหญิงสาว
       ทว่าเมื่อถึงวันรุ่งขึ้น กะลาสีเรือคนหนึ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมกลักบุหรี่ไว้ในบ้านหลังนั้น จึงพากันย้อนกลับไปที่นั่นอีกครั้ง แต่กลับพบเพียงบ้านรกร้าง ซึ่งเพื่อนบ้านต่างยืนยันว่าไม่มีคนอาศัยมาหลายสิบปีแล้ว แต่กระนั้น หลายคนที่ผ่านไปมา มักจะเห็นแสงไฟวอมแวมส่องสว่างมาจากข้างในบ้านอยู่บ่อย ๆ
 


ปราสาทเวอร์ดาลา ที่มา : Wikipedia

 

       วิญญาณท่านหญิงในชุดสีน้ำเงินที่ปราสาทเวอร์ดาลา (Verdala) 
       ในสมัยที่คณะนักบวชคอทอลิกแห่งนักบุญยอห์นปกครองมอลตา มีเรื่องเล่าว่า หลานสาวของแกรนด์แมสเตอร์เดอโรฮัน (Grand Master De Rohan) จะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับชายคู่หมายซึ่งเธอไม่ได้มีใจให้เขาแม้แต่น้อย สาวน้อยดื้อดึงขัดขวางไม่ให้เกิดพิธีวิวาห์ขึ้น เมื่อชายหนุ่มรู้เข้าก็โมโหหนัก จึงขังหญิงสาวไว้ในห้องของเธอที่ปราสาทเวอร์ดาลา เธอพยายามหนีออกทางหน้าต่าง ก่อนจะตกลงมาถึงแก่ความตายในที่สุด
       ตั้งแต่นั้นมาดวงวิญญาณของเธอก็ยังคงวนเวียนรอบปราสาทแห่งนั้น นักท่องเที่ยวหลายคนยืนยันว่าเคยเห็นเธอมาปรากฏตัวในบานกระจก บางทีก็ยืนอยู่ตามขอบระเบียง กล่าวกันว่าเธอยังคงสวมชุดสีน้ำเงินสวยงาม เป็นชุดเดียวกับที่เธอสวมใส่ในวันที่เสียชีวิตนั่นเอง 

 

 

เมืองเอ็มดินา ที่มา : Google Street View

 

       เจ้าสาวหัวขาดที่เอ็มดินา (Mdina) 
       เย็นวันหนึ่งบนถนนสายมืด สาวสวยคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเอ็มดินา (Mdina) ถูกอัศวินลอบทำร้าย เธอพยายามต่อสู้ปกป้องตนเอง และพลั้งมือฆ่าอัศวินผู้นั้นโดยไม่ตั้งใจ ศาลตัดสินลงโทษประหารชีวิตหญิงสาว แต่ด้วยความปรานี ศาลอนุญาตให้เธอได้เข้าพิธีแต่งงานกับชายที่เธอรัก ในช่วงเวลาหนึ่งนาทีก่อนที่จะถูกประหารชีวิตด้วยการตัดหัว
       นับจากนั้นมา หลายคนอ้างว่ามักจะเห็นเจ้าสาวหัวขาดยังคงเดินเตร่ไปตามถนนในเมืองเอ็มดินา บางครั้งก็ยืนเงียบ ๆ ที่ปลายสุดของถนน  ล่อลวงให้ผู้คนเดินตามไป บ้างก็เล่าว่า ดวงวิญญาณของเธอมักจะปรากฏตัวต่อหน้าชายที่เป็นหม้าย หรือผิดหวังจากความรัก ล่อลวงให้เขาเหล่านั้นสิ้นหวังยอมแพ้ และเดินเข้าสู่โลกแห่งความตายไปพร้อมกับเธอ

 

ถนนชานเมืองแนกซ์ซาร์ ที่มา: Google Street View

 

       เด็กสาวข้ามถนนที่เมืองแนกซ์ซาร์ (Naxxar)
       อาจเป็นเรื่องราวที่มีชื่อเสียงและน่ากลัวที่สุดของชาวมอลตา คนใช้รถใช้ถนนหลายคนเล่าว่าเมื่อขับรถไปตามถนนจากเมืองซาลินา (Salina) ไปยังเมืองแนกซ์ซาร์ (Naxxar) จะเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งเดินสะดุดล้ม และพยายามโบกมือร้องขอให้คนที่ขับรถผ่านไปมา หยุดรถเพื่อช่วยเธอ 
       เล่ากันว่า คนขับรถใจกล้าคนหนึ่งจอดรถลงข้างทางเพื่อช่วยเด็กสาว ทันทีที่เขาเอื้อมมือช่วยพยุงเธอ เธอก็หายตัวไปในอากาศต่อหน้าต่อตาเขา ส่วนคนที่อาจหาญขับผ่านเธอไปโดยไม่ช่วยเหลือ  เมื่อเหลือบตาดูกระจกมองหลัง จะพบเด็กสาววัยรุ่นคนนั้นโดยสารมากับรถด้วย

       เรื่องเล่าลือเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่ หากอยากรู้ความจริง คงต้องไปเยือนเพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเอง  ไม่แน่ว่าเหล่าวิญญาณทั้งหลายกำลังเตรียมพร้อม คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ก็เป็นได้ : )

 

ที่มา : guidememaltamaltatodaylovinmalta
 

เรียบเรียงโดย

มายาโรส

"เป็นผี สิงอยู่ในหนังสือ กินตำราความรู้เป็นอาหาร แต่งงานกับตัวอักษร มีความรักในโลกจินตนาการ"




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | จันทร์
เรื่องเล่าพิศวงของญี่ปุ่นที่จะทำให้คุณขนหัวลุก