11/05/2019

มาทำความรู้จักกับ ‘ซิฟิลิส’ ภัยอันตรายใกล้ตัว ที่กำลังกลับมาระบาดในไทยอีกครั้ง

 

ที่มาของภาพ : familydoctor

 

       โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นคำที่เราทุกคนคุ้นชินและเคยได้ยินกันมาบ่อย ๆ แต่ทว่าน้อยคนนักที่จะรู้จักและเข้าใจกับสิ่งที่เรียกว่า ‘โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์’ จริง ๆ ด้วยลักษณะทางวัฒนธรรมและค่านิยมบางอย่างที่หล่อหลอมทัศนคติและพฤติกรรม ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนไม่ทันได้ตระหนักถึงผลกระทบและความอันตรายของโรคเหล่านี้ รวมทั้งเยาวชนอีกจำนวนไม่น้อยก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตนเองอย่างเพียงพอ วันนี้เราจึงอยากจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ โรคซิฟิลิส หนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่กำลังกลับมาระบาดอย่างหนักในกลุ่มเยาวชนไทยกันค่ะ

 

ที่มาของภาพ : board.postjung

 

       โรคซิฟิลิส เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เรียกได้ว่าอันตรายและน่ากลัวอย่างมาก เพราะมันสามารถคร่าชีวิตของผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ได้หากไม่เข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี

 

       โดยกระแสการระบาดของโรคซิฟิลิสนั้นเริ่มได้รับความสนใจจากคนทั่วไปมากขึ้นจากที่มีรายงานแจ้งว่าโรคซิฟิลิสกำลังกลับมาระบาดอีกครั้งในประเทศไทย โดยทางเพจ facebook โรงพยาบาลบางรัก ได้โพสต์เรื่องราวของสถิติโรคซิฟิลิสที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น โดยไม่น่าเชื่อเลยว่าช่วงอายุที่มีการระบาดของโรคนี้มากที่สุดก็คือผู้ป่วยในช่วงอายุ 15-24 ปี ซึ่งเป็นเยาวชนในวัยมัธยมศึกษา – ระดับมหาวิทยาลัย นั่นแสดงให้เห็นว่าเยาวชนในวัยนี้ส่วนใหญ่ยังคงขาดความเข้าใจและยังคงไม่รู้วิธีการป้องการตนเองอย่างถูกวิธีเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

 

ที่มาของภาพ : BangrakSTIsCenter

 

       จากบทความของ นายแพทย์นิสิต คงเกริกเกียรติ ได้กล่าวถึงที่มาของโรคซิฟิลิสว่า “เมื่อปี ค.ศ. 1494 เกิดการระบาดของโรคชนิดหนึ่งขึ้นในทวีปยุโรป ท่ามกลางสงครามระหว่างฝรั่งเศสกับอิตาลี ซึ่งตอนนั้นเรียกโรคนี้ว่า Great Pox โดยในปี 1942-1943 Columbus ออกเดินทางจากสเปนเพื่อสำรวจทวีปอเมริกาและลูกเรือของเขาก็อาจจะนำโรคนี้ออกจากทวีปอเมริกาและแพร่เชื้อสู่ทวีปยุโรป และที่น่าตกใจคือลูกเรือหลายคนของ Columbus ได้เข้าร่วมต่อสู้ในสงครามระหว่างฝรั่งเศสกับอิตาลีด้วย”

 

ที่มาของภาพ : 3.bp.blogspot

 

       และนายแพทย์นิสิตยังกล่าวถึงเรื่องของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ด้วยว่า “สยามได้เปิดประตูประเทศรับอารยธรรมตะวันตกอย่างเต็มที่ คนหลายชาติหลายภาษาต่างหลั่งไหลเข้ามา โสเภณีต่างชาติเลยเข้ามาด้วยเป็นขบวน ผลก็คือชายไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เป็นโรคบุรุษหรือกามโรคกันครึ่งค่อนเมือง แม้ยังไม่มีตัวเลขยืนยันในตอนนั้น แต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ มีรายงานของกรมสุขาภิบาลระบุว่า ผู้ชายในพระนครที่ป่วยเป็นกามโรคมีจำนวนถึงร้อยละเจ็ดสิบห้า” (ที่มา ‘เรื่องเก่า เล่าสนุก’ โดย โรม บุนนาค)

 

ที่มาของภาพ : medthai

 

       โรคซิฟิลิสนั้นค่อนข้างอันตรายมากเพราะผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่รู้ตัวว่าป่วยจนกระทั่งอาการลุกลามจนยากต่อการรักษา เพราะในระยะแรกนั้นผู้ป่วยจะเกิดอาการเป็นแผลริมแข็งขึ้นที่อวัยวะเพศ ซึ่งจะไม่เจ็บและมักจะหายไปเอง ถ้าไม่ทันสังเกต หรือไม่รู้ว่าแผลนั่นคือจุดเริ่มต้นของโรคอันตรายนี้ละก็ มีโอกาสเสี่ยงสูงทีเดียวที่อาการของผู้ป่วยจะเข้าขั้นหนักขึ้นเรื่อย ๆ

 

โรคซิฟิลิสมีอาการแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะเป็นแผล หลังจากติดเชื้อได้ประมาณ 10-90 วัน ผู้ป่วยจะมีตุ่มเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตร อาจจะเกิดขึ้นที่อวัยวะเพศ อัณฑะ ช่องคลอด หัวหน่าว ทวารหนัก ริมฝีปาก ลิ้น ต่อมทอนซิล หัวนม หรือขาหนีบ หรือบริเวณที่สัมผัสเชื้อ จากนั้นจะเริ่มขยายออกมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และจะแตกออกกลายเป็นแผลกว้างขึ้น มีลักษณะเป็นรูปกลมหรือรูปไข่ ขอบแผลเรียบยกนูนและแข็ง
  2. ระยะเข้าข้อออกดอก จะพบหลังจากระยะแรกประมาณ 4-8 สัปดาห์ (อาจเกิดหลังจากมีแผลเพียง 2-3 วัน หรือนานหลายเดือนก็ได้) เชื้อจะเข้าไปอยู่ตามต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกาย รวมทั้งกระจายไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีผื่นขึ้นทั้งตัวและที่ฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย นอกจากนี้ ยังอาจพบอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น รู้สึกไม่สบาย มีไข้ต่ำ ๆ เป็นครั้งคราว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นต
  3. ระยะทำลาย เป็นระยะสุดท้ายของโรค เกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ถูกต้อง จึงทำให้เข้าสู่ระยะร้ายแรง ซึ่งเชื้อจะเข้าสู่สมองและไขสันหลังทำให้เป็นอัมพาต ชัก ความจำเสื่อม ตามัว ตาบอด หูหนวก บุคลิกภาพเปลี่ยนไป อาจเสียสติและรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

ที่มาของภาพ : medthai

 

       ถึงแม้ว่าโรคซิฟิลิสจะอันตรายแต่ก็ยังสามารถรักษาได้ด้วยการเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี และหากเกิดแผลบริเวณอวัยวะเพศโดยเฉพาะหลังการมีเพศสัมพันธ์ควรไปพบแพทย์เสมอ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของแผลที่เกิดขึ้นและรับยารักษาให้ตรงกับโรค และเมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคซิฟิลิส แพทย์จะให้การรักษาโรคซิฟิลิสด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลินในขนาดสูง ทั้งนี้ระยะเวลาการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่เป็นด้วย และผู้ป่วยจะต้องไปฉีดยาตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง เพราะการขาดยาจะเป็นสาเหตุสำคัญทำให้โรคไม่หายขาดและอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะคะ

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : มาทำความรู้จักกับ ‘ซิฟิลิส’ ภัยอันตรายใกล้ตัว ที่กำลังกลับมาระบาดในไทยอีกครั้ง

 

เรียบเรียงโดย

LittleFullMoon

สิ่งลึกลับที่มองไม่เห็นด้วยตา ก็คิดไปว่าไม่มี แต่รู้ตัวอีกทีก็อาจจะอยู่ใกล้ๆนี้โดยที่มองไม่เห็นก็ได้




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | เสาร์
เพราะฝนตกไม่ทั่วฟ้า ยุติธรรมหลั่งมาไม่ทั่วถึง เขาจึงเรียงร้อยความตาย ด้วยนิยายจากฆาตกร