27/08/2019

ไฟไหม้ป่า Amazon ครั้งใหญ่...ความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้

 

       ป่าดิบชื้นเขตร้อนที่สำคัญที่สุดของโลกกำลังเผชิญกับภาวะไฟป่าครั้งใหญ่เนื่องยาวนานมากว่าสามสัปดาห์แล้ว ในบางฤดูกาลการเกิดไฟป่าถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในปีนี้สถิติการเกิดไฟป่ากว่า 70,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 83%

 

ที่มาของภาพ : NASA/NOAA

 

       ผู้คนส่วนใหญ่เพิ่งได้รับรู้ข่าววิกฤตไฟป่าครั้งนี้ผ่านแฮชแท็ก #PrayForTheAmazon และ #PrayforAmazonas ทางทวิตเตอร์ที่ติดเทรนด์ทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ภาพป่าไม้บริเวณกว้างถูกแชร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิบัติการหยุดความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยด่วน

 

ที่มาของภาพ : Victor Moriyama/Agence France-Presse — Getty Images

 

       พื้นที่ส่วนใหญ่ของป่าแอมะซอนอยู่ในประเทศบราซิล ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ในพื้นที่ตอนเหนือลอยไปไกลถึงเมืองเซา เปาโลที่อยู่ห่างออกไปทางใต้ราว 2,700 กิโลเมตร จากคลิปวิดีโอที่ชาวเมืองถ่ายมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม จะเห็นว่าท้องฟ้ามืดมิดด้วยเขม่าควันทั้งที่เป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมง

 

 

ที่มาของภาพ : boredpanda.com

 

 

       หลายฝ่ายเชื่อว่าสาเหตุของวิกฤตไฟป่าครั้งนี้เกิดจาก ‘การที่มนุษย์ลุกล้ำพื้นที่ป่าด้วยการเผา’ โดย ประธานาธิบดี Jair Bolsonaro ของประเทศบราซิล ผู้ที่มีฉายาว่าเป็น Donald Trump แห่งอเมริกาใต้ กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วโลกเพราะตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ เขาก็มีนโยบายที่สนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถใช้ทรัพยากรในเขตป่า Amazon ได้อย่างเสรี รวมถึงปล่อยปละละเลยการลงโทษผู้ที่ถางป่าอย่างผิดกฎหมาย ซ้ำยังเคยกล่าวต่อสาธารณะอีกว่ากลุ่ม NGOs หรือนักอนุรักษ์อิสระต่างหากที่เป็นต้นเหตุไฟป่าเพราะถูกตัดเงินทุน แต่เมื่อไม่มีหลังฐาน ภายหลังเขาจึงอ้างว่าไม่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าว

 

ที่มาของภาพ : Twitter @BBCWorld

 

       ณ เวลานี้ ป่าที่เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนประมาณ 20% ของโลกกำลังถูกทำลายและกลับกลายเป็นแหล่งผลิตคาร์บอนอันเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก นอกจากนั้นพืชพรรณไม้หายาก และสัตว์ป่าจำนวนมากต้องล้มตายไป พื้นที่สีเขียวนับล้านตารางกิโลเมตรถูกทำลายเพียงเพราะกิจกรรมของมนุษย์ เป็นการสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

 

ที่มาของภาพ :  Maxar Technologies/Handout | Reuters

 

       ตอนนี้รัฐบาลบราซิลส่งกำลังทหารกว่า 44,000 นาย และนำเครื่องบินเฮอร์คิวลิส ซี-130 ไปปฏิบัติภารกิจทิ้งน้ำทางอากาศ 12,000 ลิตรลงไปดับไฟเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เช่นเดียวกับรัฐบาลของประเทศโบลิเวียที่เซ็นสัญญากับเครื่องบินโบอิ้ง ซูเปอร์แทงเกอร์ ที่สามารถขนน้ำได้ถึง 19,000 แกลลอน บินขึ้นไปทิ้งน้ำดับไฟป่าในเขตพื้นที่ของโบลิเวียที่กำลังเผชิญวิกฤตไฟไหม้รุนแรงเช่นกัน

 

 

ที่มาของภาพ : Twitter @GlobalSuperTank

 

       หลายประเทศยกให้เรื่องนี้เป็นวิกฤตระดับโลก และต่างเร่งหาวิธีช่วยเหลือรัฐบาลของประเทศที่ดูแลพื้นที่ป่าแอมะซอน คงต้องติดตามกันต่อไปว่าไฟป่าครั้งใหญ่นี้จะสิ้นสุดเมื่อใด หลังจากนั้นสิ่งสำคัญคือการเร่งฟื้นฟู และป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายกับธรรมชาติด้วยน้ำมือของมนุษย์อีก

 

ข้อมูลอ้างอิง : cnettheconversationspaceth

เรียบเรียงโดย

Feliz

มีความสุขอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ชอบฟัง เขียน และอ่านเรื่อง ‘ผี ๆ’




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
เขาคือซาตานชั่วร้ายผู้ฉีก ทำลายพรหมจรรย์ ของหล่อนและหล่อนก็จะไม่มีวันอภัยให้เขาจนชั่วชีวิต...