30/03/2018

ล้างป่าช้า ดินแดนอาถรรพ์

       แม้จะเป็นเวลาใกล้เที่ยง แต่ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่งอกงามในป่าละเมาะอันรกร้างอย่างไร้ผู้รบกวนมานานนับสิบปี ก็ทำให้บรรยากาศของพื้นที่ดูอึมครึมและวังเวงจนน่าขนลุก หากถึงอย่างนั้นรอบ ๆ บริเวณป่าในวันนี้ก็เต็มไปด้วยกลุ่มคนนุ่งขาวห่มขาวหลากวัย ทั้งชายหญิงที่มาชุมนุมรายล้อมอยู่จำนวนนับร้อย ทุกคนล้วนมุ่งความสนใจไปยังชายวัยกลางคนเชื้อสายจีนรูปร่างสันทัดคนหนึ่งที่เดินคู่กันมากับชายหนุ่มรูปร่างผอมบาง 

       ทั้งสองอยู่ในชุดขาวเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ไม่ได้แต่งตัวสีสันฉูดฉาดอย่างนักพรตในหนังผีจีน หรือคนทรงตามศาลเจ้า แต่สิ่งที่ทำให้ดูแตกต่างออกไปก็คือมือของพวกเขาถือ ‘ไม้กี’ หรือไม้สามง่ามลักษณะคล้ายวงเวียนที่ถูกกางขาออก คนหนึ่งก็กำขาวงเวียนเอาไว้ข้างหนึ่ง ขณะที่เดินสุ่มจนทั่วทุกตารางเมตรของป่า สลับกับการทิ่มหัววงเวียนลงไปบนพื้นเป็นจุด ๆ ตามเส้นทางที่เดินผ่านราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยด้านหลังยังมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและอาสาสมัครอีกนับสิบคนถือธงกระดาษสีแดงคอยเดินตามและปักธงตรงแต่ละจุดที่ชายทั้งสองชี้บอกเอาไว้

       พวกเขาก็คือบุคคลที่ถูกเรียกว่า ‘ซินแส’ หรือ ‘คนทรง’ ผู้มีหน้าที่ ‘ค้นหา’ ตำแหน่งของศพไร้ญาติที่ถูกฝังอยู่ในป่าละเมาะซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของป่าช้าศพไร้ญาติแห่งนี้ และเชื่อหรือไม่ว่าแทบทุกครั้งที่อาสาสมัครลงมือขุดลงไปในจุดที่มีธงกระดาษปักอยู่ จะต้องพบซากศพหรือโครงกระดูกอยู่ข้างใต้นั้นเสมอ ราวกับซินแสมองเห็นด้วยตาเปล่า ทั้ง ๆ ที่มีศพไร้ญาติจำนวนนับร้อยนับพันที่ถูกมูลนิธิและองค์กรการกุศลหลายแห่งนำมาฝังรวม ๆ กันไว้อย่างกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบในพื้นที่เป็นร้อยไร่ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี... 
       ซินแสเหล่านี้รู้ได้อย่างไร... นี่คือเรื่องลึกลับหนึ่งในหลายเรื่องที่เกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อใดก็ตามที่มีพิธีล้างป่าช้าศพไร้ญาติ
       แล้วพิธีล้างป่าช้าคืออะไร ?

       ในอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นแต่ละพื้นที่ของประเทศ บ่อยครั้งที่โรงพยาบาล ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่าง ๆ ไม่สามารถหาเอกสารระบุตัวตนหรือติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตได้ ก็ต้องนำศพเหล่านั้นไปฝังรวมกันไว้ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ปริมาณของศพที่มีมากขึ้นก็ทำให้จำเป็นต้องขุดซากและโครงกระดูกขึ้นมาทำความสะอาดและประกอบพิธีทางศาสนา ส่งดวงวิญญาณของศพเหล่านั้นให้ไปสู่สุคติ ในขณะที่เป็นการระบายพื้นที่เพื่อรองรับศพไร้ญาติอื่น ๆ ในอนาคตที่เรียกว่าพิธีล้างป่าช้านั่นเอง
       แต่ขึ้นชื่อว่าศพไร้ญาติ โดยเฉพาะที่ตายจากอุบัติเหตุและฆาตกรรม หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ‘ตายโหง’ เป็นที่รู้กันดีว่ามักจะเฮี้ยน เมื่อถูกนำมาฝังรวมอยู่ในที่เดียวกันจำนวนนับร้อยนับพันศพ แน่นอนว่าจะต้องมีวิญญาณที่ยังยึดติดกับความอาฆาตพยาบาทวนเวียนอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย ผู้ที่เข้าร่วมในพิธีล้างป่าช้า ถึงแม้จะมีเจตนาต้องการสร้างบุญ อุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณเหล่านั้น ก็จำเป็นต้องถือศีล กินเจก่อน 3-7 วัน เพื่อทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เป็นการป้องกันอันตรายที่มองไม่เห็น

       มีเรื่องเล่าว่า ชายหนุ่มวัยสามสิบเศษคนหนึ่งเป็นผู้มีฐานะและมีครอบครัว ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขกับภรรยาสาวสวยและลูกชายหญิงรวม 3 คน เขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงแต่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งซึ่งมีความมั่นใจในตัวเองสูง และไม่เชื่อในเรื่องวิญญาณ ผีสาง หรือเรื่องเหนือธรรมชาติใด ๆ 
       ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2556 ชายหนุ่มบังเอิญได้มีโอกาสไปร่วมสังเกตการณ์ในพิธีล้างป่าช้าที่วัดศาลาตึก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ระหว่างที่ซินแสผู้ทำพิธีได้ขุดศพไร้ญาติขึ้นมาได้จำนวนหนึ่ง ซินแสเกิดรับรู้ได้ว่ามีวิญญาณของศพไร้ญาติดวงหนึ่งหนีออกไปจากพิธี และไปวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ จุดที่ชายหนุ่มยืนมองอยู่ ซินแสจึงตัดสินใจกวักมือเรียกเขาให้เข้าไปหาเพื่อจะมอบฮู้ หรือยันต์กระดาษของจีนให้นำไปป้องกันอันตราย แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าปฏิเสธ และยังพูดว่าตนเองเป็นคนดวงดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องอาศัยฮู้คอยคุ้มครอง จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างจากวัดมากนัก 
       เมื่อมาถึงบ้านในช่วงบ่าย เขากลับเดินหายไปทางหลังบ้านโดยไม่พูดไม่จากับใคร จนกระทั่งตอนเย็นจึงมีผู้ไปพบศพของเขาอยู่ในสภาพศีรษะทิ่มลงไปในอ่างปลูกดอกบัว ดวงตาเหลือกค้างคล้ายกับก่อนตายมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัว
       เช่นเดียวกับครั้งหนึ่ง มีเด็กหนุ่มวัยกำลังคึกคะนองที่นึกสนุกไปร่วมพิธีล้างป่าช้ากับบรรดาเพื่อน ๆ ระหว่างที่ช่วยกันขัดถูเศษดินออกจากโครงกระดูกร่างหนึ่ง เขากลับไม่สำรวม พูดจาเล่นหัวกับเพื่อนอีกคน หลังจากกลับบ้านไปในคืนนั้นก็พบว่ามีเงาของผู้หญิงผมยาวมายืนมองอยู่ที่ปลายเตียงนอน จนถึงกับต้องรีบเข้าวัดรดน้ำมนต์ขนานใหญ่

       ยังมีเรื่องลึกลับอีกมากมายที่เกิดขึ้นในระหว่างพิธีล้างป่าช้าทั่วประเทศ ไม่ว่าการพบผืนหนังบริเวณแผ่นหลังของผู้ชายที่เต็มไปด้วยรอยสักยันต์คาถาที่จังหวัดมุกดาหาร ในขณะที่ศพส่วนอื่นกลับเน่าเปื่อยจนหมดแล้ว 

       หรือแม้แต่ในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ในพิธีล้างป่าช้าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็เพิ่งจะมีการพบศพเด็กทารกเพศชายในสภาพสมบูรณ์ หรือที่เรียกกันว่า ‘กุมารทอง’ ซึ่งบนข้อมือของศพยังมีแถบรัดพลาสติกของโรงพยาบาลระบุว่าเกิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เวลา 13.26 น. 

       สำหรับสองประเด็นหลัง นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันอาจจะหาทฤษฎีต่าง ๆ มาอธิบายถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ เช่นเดียวกับการเกิดมัมมี่ แต่ก็ยังมีเหตุการณ์อีกมากมายที่รอให้ค้นพบในพิธีล้างป่าช้า ซึ่งก็คงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของผู้อ่านทุกท่านจะใช้วิจารณญาณพิจารณาเอาเอง...

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : ล้างป่าช้า ดินแดนอาถรรพ์
 

เรียบเรียงโดย

ฌาปนินทร์

บรรณาธิการนิยายรักที่พยายามจะผันตัวเองมาเป็นนักเขียนนิยายผี เป็นคนสนุกสนาน อารมณ์ดี เหมาะที่จะเป็นเพื่อนของคนทุกเพศทุกวัย




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | พุธ
เขาผู้กำเนิดจากดาวอสูร เนื่องเพราะต้องการพลิกชะตาฟ้า จึงจำต้องได้นางมาเป็นชายา นางคือคุณหนูสามตระกูลหลี่ ผู้มีความลับต้องปิดบัง จึงจำต้องแต่งงานกับเขาอย่างไม่เต็มใจ