02/11/2019

ฝุ่นละอองและ ‘เชื้อโรค’ ที่มาพร้อมกับลมหนาว...

 

       กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่าเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมผ่านมา ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งอากาศก็เหมือนจะเย็นลงบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีแดดจัดในช่วงกลางวัน และมีฝนตกบ้างประปราย ถึงแม้ว่าอากาศจะแปรปรวนจนเดากันไม่ถูก แต่ถึงอย่างไรเราก็ควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่กำลังจะเปลี่ยนไปเนื่องจากอากาศหนาวมักพัดพาฝุ่นละอองและเชื้อโรคมาสู่ตัวเราจนล้มป่วยเป็นโรคติดต่อได้ง่าย

 

ที่มาของภาพ : prachachat

 

       และในวันนี้เราจะมาทำความรู้จัก 6 โรคติดเชื้อที่มาพร้อมกับฤดูหนาวพร้อมวิธีในการเตรียมร่างกายให้พร้อมเพื่อรับมือกับสภาพอากาศ กันนะคะ

 

6 โรคติดเชื้อที่มาพร้อมกับฤดูหนาว

 

ที่มาของภาพ : medthai

 

1. ไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่ชื่อว่า ‘ไรโนไวรัส’ ผู้ป่วยจะมีอาการ คัดจมูก น้ำหมูกไหล ไอ จาม คันคอ หรือถ้าเป็นหนักกว่านั้น คือ จะเริ่มมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะและปวดเมื่อยตามตัว

 

ที่มาของภาพ : bangkokhospital

 

2. ไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อ ‘อินฟลูเอ็นซาไวรัส’ อาการจะคล้าย ๆ กับโรคไข้หวัดธรรมดา แต่อาจจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ผู้ป่วยจะมีอาการ หนาวสั่น ไข้ขึ้นสูง เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกายและกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

 

ที่มาของภาพ : phetcharathospital

 

3. ปอดบวม คนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสที่อยู่ในร่างกายมีปริมาณมากเกินไปจนทำให้เกิดหนองขึ้นในถุงลม ผู้ป่วยจะมีอาการ ไอ จาม คัดจมูก มีไข้สูงเกิน 2 วัน มีเสมหะมาก แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก

 

ที่มาของภาพ : mgronline

 

4. หัด โรคนี้จะระบาดหนักในช่วงฤดูหนาวพบบ่อยในเด็กอายุ 5-9 ขวบ เกิดจากเชื้อ ‘รูบีโอราไวรัส RNA’ ผู้ป่วยจะเกิดผื่นขึ้นตามผิวหนังพร้อมเป็นไข้ร่วมด้วยโดยอาการในระยะแรกจะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด

 

ที่มาของภาพ : health2click

 

5. อุจจาระร่วง เกิดจากเชื้อ ‘โรต้าไวรัส’ พบบ่อยที่สุดในเด็กช่วงอายุ 6-12 เดือน ผู้ป่วยจะมีไข้ อาเจียน ก้นแดง ถ่ายเหลว ซึ่งอาการถ่ายเหลวจะหายภายใน 3-7 วัน

 

ที่มาของภาพ : thaihealth

 

6. ไข้สุกใส เกิดจากเชื้อ ‘วาริเซลลาไวรัส’ พบบ่อยในเด็กวัยเรียนอายุ 15 ปี และเด็กเล็กอายุ 5 ขวบขึ้นไป ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ต่ำ ๆ รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เหนื่อยง่าย เฉื่อยชา ปวดศีรษะ เจ็บคอ อยากอาหารลดลงหรือไม่อยากอาหารในช่วง 1-2 วันแรกของการติดเชื้อ จากนั้นจะเกิดผื่นเป็นจุดแดง ๆ ตามร่างกาย ทั้งใบหน้า หน้าอก หลัง ปาก เปลือกตา อวัยวะเพศ ผื่นแดงเหล่านี้จะเริ่มกลายเป็นตุ่มพองขนาดเล็ก มีน้ำใส ๆ ภายในตุ่มในอีก 2-4 วัน ก่อนจะเกิดการตกสะเก็ดในสัปดาห์ต่อมา

 

 

       ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นเป็นโรคติดต่อที่พบมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว สาเหตุเพราะเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในฤดูนี้ บวกกับสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน จากที่ร้อนสุด ๆ เป็นหนาวเย็น ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เชื้อโรคต่าง ๆ จึงเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับฤดูหนาวคือ

 

 

1. ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายของคุณได้อีกด้วย

2. มือเท้าต้องมีความอบอุ่น เพราะมือและเท้านั้นเป็นแหล่งรวมเส้นประสาท หากปล่อยให้เย็นก็อาจทำให้ไม่สบายบ่อย ๆ ได้

3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยสบาย จึงควรป้องกันตัวเองด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ครบ 5 หมู่ และเน้นอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ เต้าหู้ ไข่ และธัญพืชเพราะธาตุเหล็กจะช่วยป้องกันโรคหวัดและเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้

4. รับประทานวิตามิน เพื่อเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี เพราะวิตามินเหล่านี้สามารถช่วยให้ห่างไกลจากการเป็นหวัดได้

5. ดื่มเครื่องดื่มที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ก่อนนอนควรจะดื่มน้ำอุ่น ๆ หรือนมอุ่นๆ จะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นได้มาก และยังจะช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

 

       เพื่อสุขภาพที่ดีเราควรปฏิบัติตามนี้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ต่อให้สภาพอากาศจะร้อน ๆ หนาว ๆ ขนาดไหน เชื่อว่าเพื่อน ๆ ก็จะมีสุขภาพที่ดีตลอดฤดูหนาวนี้แน่นอนค่ะ

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : คลิก!

 

เรียบเรียงโดย

ตาหวาน

หนึ่งในสมาชิก TeamHorror ที่เสพติดเรื่องราวระทึกขวัญ สยองขวัญ ตำนานลี้ลับและความเชื่อต่างๆ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง