19/05/2018

การเลี้ยงผีตาแฮก วิถีแห่งความเคารพต่อธรรมชาติ

       เมื่อพ้นเดือนเมษายนอันแสนร้อนอบอ้าวมาแล้วนั้น ตามวิถีของชาวนาก็จะเริ่มทำการไถเรือกสวนไร่นาเพื่อทำการเพาะปลูกในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งการปลูกข้าวนั้นก็ถือเป็นอาชีพหลักของชาวไทยและเป็นการประกอบกสิกรรมที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันบนผืนแผ่นดินนี้มาแสนยาวนาน นั่นจึงทำให้เกิดประเพณีและวัฒนธรรมมากมายที่มีความเกี่ยวข้องกับข้าว พืช ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและผืนนา สถานที่อันให้คุณมหาศาลแก่เกษตรกร ซึ่งในภาคอีสานนั้นหนึ่งในประเพณีที่มีความเกี่ยวข้องกับข้าวและผืนนาที่ยังคงยึดถือปฏิบัติกันมาจนถึงวันนี้นั่นก็คือ ประเพณีการเลี้ยงผีตาแฮก นั่นเอง

 

 

       ตามความเชื่อแล้วนั้น ผีตาแฮก คือผีที่เฝ้าอยู่ที่เรือกสวนไร่นา คอยคุ้มกันที่นาและดลบันดาลให้ข้าวปลามีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังช่วยรักษาครอบครัวของชาวนาอีกด้วย
       โดยผีตาแฮกนั้นเป็นตำนานความเชื่อเรื่องผีที่ปรากฏในวรรณกรรมท้องถิ่น นิทานพื้นบ้านภาคอีสานเรื่อง ‘เสียวสวาด’ กล่าวถึงคหบดีที่ต้องการมีลูกแต่ภรรยาไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ เขาจึงรับภรรยาคนที่สองเข้ามาเลี้ยงดูและให้อยู่อาศัยร่วมชายคากับภรรยาหลวง ต่อมาภรรยาคนที่สองเกิดตั้งท้อง ด้วยความริษยาภรรยาหลวงจึงวางยาพิษภรรยาคนที่สองจนนางถึงแก่ความตาย แต่ก่อนจะสิ้นใจนางได้อธิษฐานผูกจิตอาฆาตว่าขอให้นางมีโอกาสแก้แค้นภรรยาหลวง เมื่อรู้ว่าภรรยาคนที่สองตายฝ่ายคหบดีโกรธมากจึงใช้ดาบฟันคอภรรยาหลวงจนตายตกตามกันไป และก่อนที่ภรรยาหลวงจะตายนางก็ได้ผูกจิตพยาบาทภรรยาคนที่สองไว้เช่นเดียวกัน ทั้งสามได้เกิดมาหลายภพหลายชาติและต่างก็เข่นฆ่ากันด้วยความอาฆาตพยาบาทจนล่วงถึงชาติสุดท้าย ภรรยาหลวงได้เกิดเป็นนางยักษ์ และจะจับลูกของภรรยาคนที่สองและคหบดีในชาติภพใหม่กิน ขณะนั้นพระพุทธองค์ทรงกำลังแสดงพระธรรมเทศนาอยู่ นางจึงรีบอุ้มลูกไปเฝ้าพระพุทธองค์และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เมื่อนางยักษ์ตามมาพบ พระพุทธองค์จึงได้ทรงแสดงธรรมให้เห็นโทษแห่งการจองเวรแล้วให้ทั้งสองฝ่ายเลิกจองเวรต่อกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็เชื่อฟังแต่โดยดี นางยักษ์ซึ่งล่วงรู้ในดินฟ้าอากาศว่าปีใดฝนจะตกหนักหรือจะแล้งจึงได้บอกกล่าวสองสามีภรรยาและชาวนาให้ทำการเตรียมเรือกสวนไร่นาเพื่อเพาะปลูก ทำให้สองสามีภรรยาและชาวนาสามารถทำนาได้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ โดยนางได้บอกชาวนาให้ทำการบวงสรวงบูชาเทวดาผู้รักษาไร่นา ซึ่งเทวดานี้มีชื่อว่า ตาแฮก

 

 

       นับแต่นั้นมาชาวนาจึงต้องทำการบวงสรวงผีตาแฮกด้วยความสำนึกคุณ ในช่วงระยะเวลาก่อนการทำนาและหลังจากการเก็บเกี่ยวในทุกปี โดยชาวนาจะทำศาลขนาดเล็กเรียกว่าบ้านตาแฮก โดยการนำไม้ไผ่มาสานเป็นบ้านคล้ายศาลและปักอยู่บนเสาไม้ต้นเดียวในบริเวณมุมของที่นา หรือในบางพื้นที่จะใช้ไม้ขนาดเล็กปักลงบนดินล้อมเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมและทำเพิงคล้ายบ้านขนาดเล็ก บางแห่งอาจวางเครื่องเซ่นสังเวยบนพื้นดินในมุมใดมุมหนึ่งของที่นาโดยไม่มีศาล

 

 

       เมื่อถึงฤดูกาลทำนา ผู้เป็นเจ้าของนาจะทำ การเลี้ยงผีตาแฮก หรือที่เรียกกันว่า แฮกนา โดยนำไก่ต้ม หมากพลู ยาเส้น อาหารคาวหวาน เพื่อทำการเซ่นสังเวยบอกกล่าวแก่ผีตาแฮก ซึ่งนาแปลงแรกที่เจ้าของนาจะทำนานั้นมีความเชื่อว่าเป็นผืนนาแปลงที่ผีตาแฮกสิงสถิต โดยชาวนาจะทำการปักแฮกต้นข้าวในนาแปลงแรก ซึ่งชาวอีสานโบราณจะยึดเอา วันฟู ซึ่งเป็นวิธีการนับวันทางจันทรคติ เชื่อกันว่าเป็นวันแห่งความมีโชคชัยและความเจริญรุ่งเรือง โดยขณะทำพิธีแฮกนาเจ้าของนาก็จะอธิษฐานว่าขอให้ข้าวในนาอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงาม
       ความเชื่อเรื่องผีตาแฮกนี้นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากของชาวไทยอีสาน อันเป็นผลมาจากความเชื่อเรื่องการนับถือภูตผีที่มีมาแต่ก่อนพระพุทธศาสนา และไม่มีชาวอีสานคนใดคิดล่วงเกินต่อภูตผีที่ปกป้องรักษาคุ้มครองพวกตนไว้ ไม่ว่าจะเป็นผีปู่ตาซึ่งจะกันพื้นที่ซึ่งเป็นป่าไว้เสมือนเขตแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สิงสถิตของผีปู่ตา หรือแม้แต่ผีตาแฮกเองก็ตาม ที่ต่างล้วนแล้วแต่ซ่อนไว้ซึ่งกุศโลบายที่ปลูกฝังให้มนุษย์มีความเคารพและอ่อนน้อมต่อธรรมชาติผู้สร้างอาหารให้แก่เรา เช่นนี้เองผีตาแฮกจึงเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่คอยปกปักรักษาคุ้มครองไร่นาและลูกหลานให้มีความอยู่เย็นเป็นสุข


 

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : การเลี้ยงผีตาแฮก วิถีแห่งความเคารพต่อธรรมชาติ

เรียบเรียงโดย

นายหมอก

นักอ่านและนักเขียน




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
เขาคือซาตานชั่วร้ายผู้ฉีก ทำลายพรหมจรรย์ ของหล่อนและหล่อนก็จะไม่มีวันอภัยให้เขาจนชั่วชีวิต...