02/04/2018

La Bestia ปีศาจร้ายแห่งโคลัมเบีย

       บ่ายวันที่ 22 เมษายน 1999 เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะที่ หลุยส์ อัลเฟรโด การาวิโต วัย 42 ปี กำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างภายในตลาดกลางเมืองวิลลาวิเซนซิโอ ประเทศโคลัมเบีย เขาก็สะดุดตาเข้ากับ จอห์น อีวาน ซาโบกัลป์ เด็กชายหน้าตาดีวัย 6 ขวบ ผู้ที่กำลังเดินขายลอตเตอรี่อยู่ และตัดสินใจเลือกจอห์นเป็นเหยื่อรายใหม่ของเขาทันที 
       หลุยส์รอจนสบโอกาสที่รอบตัวจอห์นไม่มีใคร เดินเข้าไปหาเด็กชายและทำทีจะซื้อลอตเตอรี่ แต่พออีกฝ่ายเผลอ เขาก็เข้าประชิดตัวจอห์น พร้อมกับจี้มีดปลายแหลมซึ่งซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อแจ็คเก็ต แล้วข่มขู่ไม่ให้จอห์นส่งเสียงร้องและเดินตามเขาขึ้นรถแท็กซี่ ก่อนจะเดินทางออกไปยังป่านอกเมือง 

 

 

       หลุยส์บังคับให้จอห์นลอดรั้วหนามและพาเดินลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งเขาคิดว่าไกลมากพอที่จะไม่มีใครสามารถตามมาพบแล้ว จึงสั่งเด็กชายที่น่าสงสารถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาจับจอห์นมัดมือไพล่หลัง ใช้ผ้าเช็ดหน้าเก่า ๆ คาดปากเอาไว้ แล้วให้เหยื่อของเขาเดินวนไปเรื่อย ๆ ภายในป่าแห่งนั้น จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจก็ทำให้จอห์นล้มลง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเวลาที่หลุยส์กำลังรออยู่ด้วยความตั้งใจ
       เขาจับตัวเด็กชายให้นอนคว่ำลง ใช้มีดในมือตัดผ้าเช็ดหน้าที่คาดปากจอห์นออกเพื่อที่จะฟังเสียงคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดของเหยื่อระหว่างที่ถูกข่มขืน โดยไม่คิดว่าเด็กชายจะยังมีเรี่ยวแรงมากพอจะส่งเสียงขอความช่วยเหลือ แต่ทันทีที่ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นหลุดออกจากปาก จอห์นก็กรีดร้องจนสุดชีวิต 
       นับเป็นโชคดีที่ ราอูล เฮอร์นันเดซ เด็กหนุ่มจรจัด อายุ 16 ปี บังเอิญอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและได้ยินเสียงร้องของจอห์น เขารีบวิ่งตามหาที่มาของเสียง จนพบร่างเปลือยเปล่าของเด็กชายนอนราบอยู่บนพื้น และหลุยส์กำลังจะลงมือข่มขืนเหยื่อ ราอูลจึงรีบตะโกนใส่จนหลุยส์ชะงักด้วยความตกใจแล้วรีบวิ่งหนีไปเสียก่อน 
       คืนนั้น หลังจากที่ราอูลช่วยชีวิตจอห์นเอาไว้ได้ ขณะที่ตำรวจช่วยกันตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุอยู่ นักสืบซึ่งติดตามคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดกับเด็กชายนับสิบคนในโคลัมเบียมาอย่างยาวนาน ก็จำได้ว่าชายคนหนึ่งในกลุ่มคนที่มุงดูอยู่บริเวณนั้นคือหลุยส์ อัลเฟรโด การาวิโต หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่เขากำลังสืบหาตัวอยู่ จึงรีบเข้าไปควบคุมตัวเอาไว้ได้ และกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่จุดจบของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องซึ่งสะเทือนขวัญชาวโคลัมเบียมากว่าทศวรรษ 

       แน่นอนว่าในบรรดา ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ หรือ Serial Killer ทั่วโลก ที่ถูกจับกุมตัวและได้มีการบันทึกรายชื่อของเหยื่อในแฟ้มอาชญากรรม ยังไม่มีใครที่จะลบสถิติของหลุยส์ อัลเฟรโด การาวิโต ได้ เพราะจากบันทึกของตำรวจพบศพที่เป็นเหยื่อมากถึง 172 ศพ ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่าเขาอาจลงมือฆ่าเด็กชายอายุระหว่าง 6-16 ปี มากกว่า 400 คน ตั้งแต่ ปี1992-1999

 

 

       เนื่องจากสงครามกลางเมืองภายในประเทศโคลัมเบียที่ดำเนินมายาวนานหลายสิบปี ทำให้หลุยส์มีเด็กผู้ชายที่ยากจน ถูกทอดทิ้ง และไร้ที่อยู่อาศัยให้เลือกเป็นเหยื่อมากมาย การหายสาบสูญไปของเด็กเหล่านี้ก็ไม่สร้างความสงสัยให้กับหน่วยงานของรัฐบาลมากนัก แม้จะมีการพบศพกระจัดกระจายทั่วประเทศโคลัมเบีย จนกระทั่งถึง ปี ค.ศ.1997 เมื่อพบศพของเด็กผู้ชายจำนวน 16 ศพ ถูกฝังอยู่รวมกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเริ่มตื่นตัวและมั่นใจว่าฆาตกรที่ฆ่าเด็กเหล่านั้นคือคนคนเดียวกัน

 

 

       ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1998 ที่นอกเมืองเจโนวา มีการพบศพเด็กชาย 2 คนในสภาพนอนเปลือยกายอยู่ใกล้ ๆ กัน และหลังจากนั้นอีกเพียงวันเดียวก็พบศพเด็กชายอีกคนหนึ่งไม่ห่างออกไปมากนัก ทั้ง 3 ศพถูกมัดมือ มีร่องรอยฉีกขาดที่ทวารหนักจากการถูกข่มขืนเช่นเดียวกัน ลำคอถูกของมีคมปาดอย่างรุนแรง ตามร่างกาย แขนขา สะโพก และอวัยวะเพศฟกช้ำ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือการพบมีดปลายแหลมซึ่งฆาตกรใช้เป็นอาวุธสังหาร และกระดาษโน้ตซึ่งมีที่อยู่ของหญิงสาวคนหนึ่งเขียนไว้ เธอก็คือพี่สาวของหลุยส์ ผู้ที่ช่วยเก็บกระเป๋าใส่สัมภาระส่วนตัวใบหนึ่งของเขาเอาไว้ และภายในนั้นก็มีเอกสารหลายอย่าง รวมถึงหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวฆาตกรรมเด็กชายซึ่งเป็นเหยื่อของเขาหลายฉบับ นั่นคือจุดเริ่มต้นของตำรวจในการสืบหาตัวเขา จนกระทั่งได้พบโดยบังเอิญระหว่างคดีของจอห์นในปีต่อมา

 

 

       สภาพของเหยื่อที่ถูกพบแต่ละศพล้วนแสดงให้เห็นถึงความทารุณโหดร้ายจนอาจเรียกได้ว่าวิปริต เพราะนอกจากจะมีรอยฟกช้ำจากการข่มขืนและทุบตี ศพส่วนใหญ่ยังมีรอยกัด ถูกแทงบริเวณสะโพก ใช้ไม้ที่ถูกเหลาจนแหลมทิ่มแทงทวารหนัก และมักจะตัดอวัยวะเพศศพเด็กชายเหล่านั้นเพื่อยัดเข้าไปในปาก ซึ่งหลักฐานที่พบบอกให้รู้ว่าเหยื่อแต่ละคนจะถูกทรมานเป็นเวลานานก่อนจะเสียชีวิต

 

 

       แม้ในเวลานั้น คดีฆาตกรรมต่อเนื่องของหลุยส์ อัลเฟรโด การาวิโต จะกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักไปทั่วโลก และเขาก็ถูกตัดสินจำคุกเป็นระยะเวลาถึง 1,853 ปี 9 วัน แต่เพราะประเทศโคลัมเบียไม่มีโทษประหารชีวิต หรือแม้แต่จำคุกตลอดชีวิต ด้วยช่องว่างทางกฎหมายของโคลัมเบียที่จำกัดการรับโทษจำคุกสูงสุดเพียงแค่ 40 ปี รวมถึงการที่หลุยส์ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาศพของเหยื่อ โทษที่เขาได้รับจริงจึงเหลือเพียงจำคุก 22 ปี 
       นั่นหมายความว่า เขาอาจจะพ้นโทษและกลับออกมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติในสังคม ในปี 2022 นี้!   

 

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : La Bestia ปีศาจร้ายแห่งโคลัมเบีย
 

เรียบเรียงโดย

ฌาปนินทร์

บรรณาธิการนิยายรักที่พยายามจะผันตัวเองมาเป็นนักเขียนนิยายผี เป็นคนสนุกสนาน อารมณ์ดี เหมาะที่จะเป็นเพื่อนของคนทุกเพศทุกวัย




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น



2019-06-19 22:21:58

#1

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
เขาคือซาตานชั่วร้ายผู้ฉีก ทำลายพรหมจรรย์ ของหล่อนและหล่อนก็จะไม่มีวันอภัยให้เขาจนชั่วชีวิต...