03/04/2018

A Drink before the War ดับกระหายก่อนภัยเลือด

ความกระหายในเงินตราและอำนาจ 
ก่อกำเนิดวงจรอุบาทว์แห่งกระบวนการยุติธรรมของสังคม

.......................

       หลายเดือนที่ผ่านมา ทุกคนที่เสพข่าวสารบ้านเมืองคงเห็นข่าวการกระทำความผิด (และเชื่อว่าน่าจะกระทำความผิด) ของคนใหญ่คนโตในประเทศมากมาย ไล่ตั้งแต่ระดับผู้นำที่มีนาฬิกาเรือนละหลายล้านบาทให้ใส่สลับสับเปลี่ยนกว่ายี่สิบเรือน โดยอ้างว่ายืมเพื่อนมาใส่ หรือเจ้าสัวมหาเศรษฐีซีอีโอบริษัทใหญ่คอสเพลย์เป็นนายพรานบุกป่าฝ่าดงพงไพรเพื่อโชว์ความห้าวหาญล่าสัตว์ดุร้ายอย่างเสือดำ ทั้งที่มันก็ใช้ชีวิตในบ้านของมันโดยไม่ออกมาวุ่นวายกับมนุษย์ หรือย้อนกลับไปหน่อยก็ลูกชายเจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังที่ดังไกลไปทั่วโลกขับรถชนตำรวจเสียชีวิต 
       ทุกเคสที่ยกมาในย่อหน้าแรก ล้วนยังไม่ถูกดำเนินคดีหรือลงโทษตามกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนรู้อยู่เต็มอกว่าคนเหล่านี้ทำผิดจริง แต่เหตุใดกฎหมายถึงเอาผิดพวกเขาไม่ได้...
       เพราะ ‘อำนาจ’ และ ‘เงิน’ ยังไงล่ะครับ เราไม่ได้อยู่ในแผ่นดินจีนโบราณที่มีเจ้าเมืองชื่อ เปาบุ้นจิ้น คอยตัดสินคดีความอย่างยุติธรรม มิเช่นนั้นบุคคลที่ปรากฏในหน้าข่าวคงถูกตัดหัวกันระนาวไปแล้ว 
       หลายคนคงสะทกสะท้อนใจว่าทำไมประเทศเราถึงเป็นแบบนี้ ทำไมคนรวยคนมีอำนาจถึงอยู่เหนือกฎหมาย ทำเรื่องเลวร้ายได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน ไม่หวาดกลัวต่อการถูกลงโทษ ผมอยากบอกว่าไม่ใช่แค่ประเทศเราหรอก นานาประเทศทั่วโลกก็เป็นแบบเดียวกันนั่นแหละ เมื่อเงินมันมีอำนาจเพียงพอต่อการขับเคลื่อนทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่มโนธรรมของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เราจึงเห็นความ ‘อยุติธรรม’ ในหน้าข่าวไม่เว้นวันเช่นนี้

 

 

       ไม่ต่างจากในหนังสือเรื่อง ‘A Drink before the War ดับกระหายก่อนภัยเลือด’ ที่ผู้มีอำนาจและดำรงตำแหน่งระดับสูงทางการเมืองจะก่อเรื่องเลวระยำเอาไว้ และพยายามใช้อำนาจที่ตนมีตามล้างตามเช็ดมิให้เรื่องนั้นแพร่งพรายออกไปโดยไม่เลือกวิธีการ แม้กระทั่ง...ต้องฆ่าใครสักกี่คนก็ตาม
       ‘ดับกระหายก่อนภัยเลือด’ เป็นนิยายแนวทริลเลอร์กึ่งสืบสวน ตัวเอกคือ ‘แพทริก เคนซี’ นักสืบเอกชนที่ได้รับว่าจ้างจากวุฒิสมาชิกมัลเกิร์นและวุฒิสมาชิกพอลสัน ให้ตามหาตัวแม่บ้านหญิงคนหนึ่ง ซึ่งลอบขโมยเอกสารสำคัญไปจากหน่วยงาน โดยแพทริกไม่รู้เลยว่าการสืบสวนครั้งนี้ จะนำพาเขาไปพบกับอันตรายจากแก๊งคนผิวดำสองแก๊งที่เขม่นจ้องจะทำลายอีกฝ่ายอยู่ รวมถึงเอกสารที่ถูกขโมยไปนี้ กลับซุกซ่อนความลับอันเลวร้ายเกินกว่าจะคาดคิด!
       นิยายเรื่องนี้ตีแผ่ความเลวร้ายของสังคมปัจจุบันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่โดดเด่นที่สุดซึ่งเป็นประเด็นที่ผมหยิบยกมาพูดตั้งแต่ย่อหน้าแรก คือเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบของผู้มีอิทธิพล การเหยียดผิวเหยียดชาติพันธุ์ การค้ามนุษย์ค้าประเวณี ไปจนถึงความรุนแรงในครอบครัว ทุกปัญหาล้วนสร้างปมในใจของตัวละครแต่ละตัว ผลักดันให้เกิดเป็นเรื่องราวที่โยงใยกันดุจใยแมงมุม ความเลวร้ายนำไปสู่บทสรุปที่เลวร้ายยิ่งกว่า นับว่าเป็นนิยายที่สะท้อนปัญหาสังคมในปัจจุบันได้ดีมากเรื่องหนึ่ง
       ข้อเสียเพียงประการเดียวที่พบ คือสำนวนการเขียนของผู้เขียนที่มักยกตัวอย่างเปรียบเปรยให้ต้องเกาหัวตลอดเวลา รวมถึงชื่อเรื่องและภาพปกที่เป็นแก้วเบียร์ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับประเด็นหลักของเรื่องที่ต้องการเล่าเลยสักนิด อ่านจนจบเรื่องก็ยังไม่รู้ว่าเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันสำคัญยังไงกับเนื้อเรื่อง
       ตัดฉากดื่มเบียร์ออกและเปลี่ยนชื่อเรื่องใหม่ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสักนิด

 

A Drink before the War ดับกระหายก่อนภัยเลือด
ผู้เขียน : Dennis Lehane
ผู้แปล : จาตนิน
สำนักพิมพ์ : NANMEEBOOKS  
ราคา : 265 บาท
จำนวนหน้า : 288 หน้า

 

เรียบเรียงโดย

ธุวัฒธรรพ์

นักเขียน นักร้อง วิทยากร ที่มีงานอดิเรกเป็นตำรวจ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
เขาคือซาตานชั่วร้ายผู้ฉีก ทำลายพรหมจรรย์ ของหล่อนและหล่อนก็จะไม่มีวันอภัยให้เขาจนชั่วชีวิต...