26/06/2018

เขาจะมาพายายไปอยู่ด้วย

 

 

       มนุษย์เราต่างสร้างกรรมกันทุกช่วงขณะ ทั้งกรรมดีกรรมเลวแตกต่างกันไป ‘กรรม’ คือ ‘การกระทำ’ ดังสุภาษิต ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนเราทำอย่างไรก็ย่อมได้อย่างนั้น 
       ยายเจียมเป็นหญิงชราวัย 96 ปีที่ร่างกายผอมแห้ง ดวงตาฝ้าฟาง แต่ยังดูแข็งแรงและหูไม่ตึง สมัยยังสาวกว่าตอนนี้มาก ยายเจียมเป็นคนทรงเจ้าและขายผักขายหมากพลูที่ตลาด หิ้งพระของยายเจียมจะมีพระพุทธรูป หลวงปู่ หลวงพ่อ กุมารทอง และอีกหลายองค์ที่วางกันอยู่บนหิ้ง 
       สถานที่ทรงเจ้าของยายเจียมไม่ได้เรียกว่าตำหนัก เพราะที่แห่งนั้นเป็นเพียงบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ธรรมดา และยายเจียมไม่ได้ทรงเจ้าเพื่อเรียกเก็บเงินทองจากคนที่มาขอความช่วยเหลือ ยายเจียมว่า เป็นคนทรงนั้นต้องรักษาศีล รักษาธรรม อยู่ในกรรมดี ไม่อวดอ้างตน ไม่หลอกลวงผู้อื่น แม้ว่าตอนนี้ยายเจียมจะไม่ได้เข้าทรงเหมือนแต่ก่อนเพราะสังขารที่ร่วงโรย แต่ยายเจียมก็ยังคงช่วยผู้ที่มาขอความช่วยเหลือเท่าที่ตนจะช่วยได้ ยายแกว่าแม้ไม่มีองค์ แต่ก็ยังมีญาณอยู่ เหมือนความรู้ที่ยังติดตัว 
       ยายเจียมมักฝันว่ามีคนมาชวนไปอยู่ด้วย หรือมีคนจะมาพาไปอยู่อีกโลกหนึ่ง มีทั้งที่ยายเจียมรู้จัก และไม่รู้จัก ยายแกว่าคนที่ยายไม่รู้จักเขาไม่ให้เห็นหน้า แต่เขาพูดจาดี เสียงไพเราะเสนาะหู ว่ากันว่าการที่มีคนมาชวนหรือจะมาพาไปอยู่ด้วย แปลว่าคนผู้นั้นกำลังจะตาย ทุกครั้งที่ลูกหลานไปเยี่ยมหาจึงถามยายเจียมอยู่เสมอว่ามีใครจะมาชวนมาพาไปอยู่ด้วยอีกไหม ซึ่งทุกครั้งจะได้คำตอบว่า ‘มี’ แต่ยายเจียมก็ยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบัน อาจเป็นเพราะความดื้อดึง หรือเพราะเป็นห่วงลูกหลานของตัวเอง
       และคำตอบในครั้งล่าสุดของยายเจียมยังคงเหมือนเดิม “อาทิตย์ก่อนเขามา บอกว่าอีกสองสามวันจะมาพายายไปอยู่เมืองเขา” แต่สิ่งที่ต่างจากทุกครั้งคือยายเจียมพร้อมจะจากโลกนี้ไปทุกขณะ แกว่าสังขารโรยราลงไปทุกที อยากไปไหนก็ไปไม่ไหว มีแต่เพื่อนที่ตายไปแล้วมาหา ไปอยู่เมืองเขาก็คงไปไหนมาไหนได้มากกว่าตอนนี้
       “เขาให้ยายฝึกพูดภาษาของเมืองเขา ภาษาธรรมะ” นั่นหมายความว่ายายเจียมต้องฝึกพูดคุยเรื่องธรรมะให้เป็นกิจวัตร ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อที่เวลาหมดอายุขัยแล้วจะต้องไปใช้บุญใช้กรรมในเมืองที่มีแต่ธรรมและความดี อีกแง่หนึ่งเมืองนั้นเปรียบได้ดังสวรรค์ที่มนุษย์เราเข้าใจกัน

 

 

       ยายเจียมว่า 1 วันเมืองเขา เท่ากับ 100 วันมนุษย์ ปีหน้าก็คงถึงเวลาของแก สำหรับลูกหลานคงเป็นเรื่องที่ทำให้ใจหายเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ด้วยกรรมดีที่ยายเจียมกระทำ อย่างการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผล อยู่ในศีลในธรรม ปฏิบัติแต่สิ่งดีงาม ไม่กระทำการหลอกลวงผู้อื่นทั้งกาย วาจา และใจ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดสิ่งที่ดีต่อยายเจียมไม่ในปัจจุบันก็อนาคต ดังที่ยายเจียมฝันว่าผู้ที่มารับจะพาไปอยู่ในเมืองซึ่งมีแต่ความดีงาม ทั้งยังพูดจาภาษาธรรมด้วยสำเนียงอันไพเราะ
       เรื่องของยายเจียมคงทำให้ผู้ที่ไม่ได้เลื่อมใสและศรัทธาในความดีงามอย่างสุดซึ้งได้คิดว่า แม้ความดีที่เราหมั่นทำจะยังไม่ปรากฏผลในปัจจุบัน แต่ในอนาคตย่อมปรากฏให้เราเห็นอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นอาจเป็นได้ทั้งตอนที่เรายังมีชีวิตหรือหมดลมหายใจไปแล้ว และหนึ่งในคนเหล่านั้นคือฉันที่เป็นหลานของยายเจียม

เรียบเรียงโดย

อมีณา

มนุษย์ที่ชอบอ่านหนังสือ ดูซีรีส์ ดูหนัง ฟังเพลง ท่องเที่ยว และกิน เสพเรื่องราวความสยองระทึกขวัญผ่านตัวงานจนกลายเป็นคนไม่กลัวผี (แต่ก็ไม่ลบหลู่) มีชีวิตวนเวียนอยู่ในสายงานสื่อสิ่งพิมพ์




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
ผมมักโดนเพื่อนหรือพี่ๆพูดกรอกหูอยู่ตลอดเวลาว่าความรักดีอย่างนั้นดีอย่างนี้แต่พอเอาเข้าจริงๆ...โคตรจะเฮงซวยเลยไอ้เวรเอ้ย!!