อัปเดตล่าสุด 2019-04-14 10:02:10

คืนหิวโหย

- คืนที่ 6 -

      มันเป็นภาพที่น่าสยดสยองที่สุดในชีวิตของเด็กหนุ่ม...แต่ถึงอย่างไร มันก็เป็นภาพที่เขาเห็นมาตลอดหกคืนด้วยกัน!

     ภายใต้แสงสลัวจากหลอดไฟที่กะพริบถี่...หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ท่ามกลางจานชามและถุงพลาสติกจำนวนมาก พื้นกระเบื้องสีควันบุหรี่เปรอะเปื้อนไปด้วยเศษข้าว เศษเนื้อ รวมถึงของเหลวสีแดงข้นที่ส่งกลิ่นคาวชวนคลื่นเหียน...

     “หิว...หิว...”

     เสียงพึมพำดังออกมาจากปากที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด หญิงสาวแสยะยิ้ม มือลีบผอมล้วงลึกเข้าไปในช่องท้องของ เหยื่อ ควักเอาขดลำไส้โชกเลือดออกมากัดกินอย่างตะกละตะกลาม! มืออีกข้างหยิบข้าวหอมมะลิเย็นชืดในจานขึ้นมากำใหญ่...ยามที่มันถูกเคี้ยว เม็ดข้าวและโลหิตของสิ่งมีชีวิตจะไหลย้อยออกมาตามมุมปาก หยดลงบนอกเสื้อจนผ้าดำแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน!

     หญิงสาวหยิบข้าวที่เหลือในจานมากรอกใส่ปาก ตามด้วยลูกตาของเหยื่อที่ถูกควักออกจากเบ้า!...เอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารต่อไป โดยไม่รู้เลยว่า ใครบางคน กำลังแอบดูการกระทำของเธออยู่ที่อีกฝั่งของประตู...

     โจ ถึงกับตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าในห้องครัวมีซากสิ่งมีชีวิตที่ถูกชำแหละจนเละเทะตกอยู่! อีกทั้งแม่ของเขายังฉีกกินมันด้วยท่าทางราวกับสัตว์เดรัจฉาน! ครั้นเพ่งดูดีๆ ก็พบว่าไม่ใช่อย่างที่คิด...

     ...ซากแหลกเละนั่นเป็นของ เจ้าทองหยอด แมวที่เขาเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่แรกเกิด! แม้จะรู้สึกเสียใจกับการตายของสัตว์เลี้ยง แต่ก็อดโล่งใจไม่ได้เมื่อรู้ว่า อีกฝ่าย ไม่ใช่บุคคลที่ตามหา โจมองลึกเข้าไปในดวงตาของบุพการี...มันมีสีแดงประหนึ่งโลหิต ทั้งยังปูดโปนราวกับจะถลนออกมาจากเบ้า มือของหญิงสาวลีบผอมจนเห็นแนวเส้นเลือด เล็บคมยาวราวกับใบมีดสะท้อนแสงสลัวจากหลอดไฟ

     วินาทีนั้นเอง เด็กหนุ่มก็รู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจาก อาวุธ ในมือ เป็นสัญญาณว่ากรรไกรปลายแหลมยังคงอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ เด็กหนุ่มปิดประตูอย่างช้าๆ น้ำตาลูกผู้ชายไหลทะลักออกจากเบ้า เมื่อความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว โจก้มมองกรรไกรในมือราวกับมันเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงก็ไม่ปาน

     ขอโทษนะครับแม่ แต่ถ้าจำเป็น...ผมก็คงไม่มีทางเลือก

 

- 17 ชั่วโมงก่อนคืนที่ 1 -

     เป็นเรื่องปกติ ที่โจจะต้องยืนรออยู่หน้าบ้านซึ่งถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารขนาดย่อม รอให้ผู้เป็นแม่กลับมาจากตลาดเพื่อนำวัตถุดิบมาทำอาหารขาย เด็กหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้า...มันเป็นสีน้ำเงินเข้ม ประดับประดาด้วยกลุ่มดาวขนาดเล็ก ดวงจันทร์สีเทาลอยเอื่อยอยู่ด้านบน อันเป็นเรื่องปกติของท้องฟ้าตอนตีห้าเช่นนี้

     ในที่สุด รถกระบะคันเก่าซอมซ่อก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้าน ชบา ผู้เป็นแม่เปิดประตูออกมาพร้อมกวักมือเรียกลูกชาย เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นจึงพยักหน้าพร้อมลงไปช่วยขนของอย่างขยันขันแข็ง เจ้าทองหยอดเดินมาคลอเคลียที่เท้าของหญิงสาว พลางร้องขออาหารอย่างที่ทำเป็นประจำ ชบาเห็นดังนั้นจึงเดินไปหยิบอาหารแมวในตู้ เป็นจังหวะเดียวกับที่จันทร์เจ้า น้องสาววัยเจ็ดขวบของเด็กหนุ่มเดินออกมาพร้อมของเล่นในมือ

     “โจ ลูกเล่นกับน้องไปก่อนนะ แม่จะไปให้อาหารเจ้าหยอด” ผู้เป็นแม่บอกพลางอุ้มสัตว์เลี้ยงเดินเข้าไปในบ้าน โจเห็นดังนั้นจึงพยักหน้าเป็นเชิงรับคำ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับน้องสาวแทน...จันทร์เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ดวงตาสีดำกลมโตราวกับลูกแก้วนั้น สามารถทำให้เขาผุดยิ้มออกมาได้ทุกครั้งที่เห็น ยามที่เธอยิ้ม...ประกายสดใสจะปรากฏขึ้นในดวงตา แลดูน่ารักน่าเอ็นดูมากนักในสายตาของเด็กหนุ่ม

     “พี่โจ ดูสิ เจ้าหญิงกับเจ้าชายเค้าแต่งงานกันแล้ว”

     เด็กหญิงพูดพร้อมประกบตุ๊กตาในมือเข้าด้วยกัน ดูไปดูมาก็คล้ายกับพวกมันกำลังกอดกันอยู่ไม่น้อย โจเห็นดังนั้นจึงอดอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้กับจินตนาการของน้องสาว

     “จริงเหรอ? แล้วพวกเขาจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไปใช่มั้ย?”

     “ใช่ค่ะ! พี่โจเก่งจังเลย” จันทร์เจ้ายิ้มหน้าบานพร้อมหัวเราะคิกคักเมื่ออีกฝ่ายรู้ทันมุกของตน เด็กหญิงหันไปเล่นกับตุ๊กตาในมือต่อ ในขณะที่โจรีบหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะกับเก้าอี้ เตรียมจัดร้านเพื่อรอรับลูกค้ารายแรก

     ทันใดนั้นเอง...

     “ช...ช่วยด้วย ช่วยด้วย...”

     เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากของชายชราที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น ทั้งยังสกปรกมอมแมมราวกับไม่ได้ทำความสะอาดมาเป็นแรมปี! ใบหน้าของเขาซูบตอบ มือลีบผอมจนเห็นเส้นเลือดปรากฏเด่นชัด เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว

     “ลุง...ลุงไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ช่วย...”

     เด็กหนุ่มไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เขาเงยหน้าแล้วมองตรงไปที่ คนจรจัด ด้วยท่าทีสงสาร ก่อนจะตอบกลับไปโดยไม่นึกลังเล

     “ได้ครับ เดี๋ยวผมไปหาอะไรมาให้...”

     “ไม่! อย่าไปให้มัน!!

     ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงตวาดลั่นก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของชบาที่วิ่งออกมาด้วยท่าทีฉุนเฉียว มองมาที่ชายชราพร้อมเบ้หน้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์

     “แม่เคยเจอมาหลายครั้งแล้ว คนพวกนี้ให้คร้ังนึงแล้วต้องกลับมาขอใหม่ ไม่ใช่ว่าแม่ไม่มีเมตตานะ โจ แต่ลูกต้องหัดรู้เอาไว้บ้าง ว่าบ้านเราไม่ได้ร่ำรวยอะไร ของซื้อของขาย อย่าเอาไปให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนพวกนี้ ลองให้ครั้งนึงแล้วจะเคยตัว ต้องกลับมาป้วนเปี้ยนขออาหารทุกวัน แล้วอย่างนี้ลูกค้าคนไหนจะกล้าเข้าร้านล่ะ!

     โจได้ยินดังนั้นก็ถึงกับนิ่งอึ้ง...ที่แม่พูดมาก็มีเหตุผล แต่จะให้เขาทำเป็นเมินเฉยต่อท่าทีของชายชราก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เด็กหนุ่มจ้องเข้าไปในดวงตาของคนจรจัด...ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความสิ้นหวัง มันถูกแล้วหรือ ที่จะหวงแหนเงินกำไรเพียงไม่กี่บาท แลกกับหนึ่งชีวิตที่ยากลำบากกว่าเรามาก สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการไม่ได้มากมายอะไรเลย แค่ข้าวเปล่าถ้วยเล็กๆ ก็มีค่ามากโขแล้ว

     “แม่ครับ บางที...”

     “แล้วในถังขยะมันไม่มีเศษอาหารให้คุ้ยกินบ้างหรือไง?”

     เด็กหนุ่มถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ ความจริง...ชบาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่เพียงแต่กับผู้มีฐานะด้อยกว่า แต่ยังรวมถึงลูกค้าคนอื่นๆ ด้วย! หากใครมาขอน้ำปลาหรือน้ำตาลเพิ่มจากที่เคยให้ไป หญิงสาวเป็นต้องโวยวายราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย! ชนิดที่ว่าหากฝีมือไม่ดีจริง ก็คงไม่มีลูกค้าคนใดเหยียบย่างเข้ามาในร้านเป็นแน่!

     ...โจรู้อยู่แล้วว่าผู้เป็นแม่จะพูดคำนี้ออกมา แต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้

     “ลูกชายลุงป่วยหนัก อาหารในถังก็มีแต่ที่มันเน่าแล้ว ลุงขอหน่อยเถอะ แค่ข้าวเปล่าสักถ้วยก็ยังดี...” ชายชราพูดจบก็ยกมือไหว้ท่วมหัว แต่ดูเหมือนชบาจะไม่แยแสต่อท่าทีดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย

     “ลุงไปขอบ้านอื่นเถอะ ของซื้อของขาย ใครจะไปให้ได้”

     ทันทีที่พูดจบ หญิงสาวก็หันหลังแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ จัดการเตรียมอาหารต่อไปโดยยังคอยเหลือบมองอีกฝ่ายเป็นระยะ เผื่อว่าคนจรจัดจะบุกเข้ามาทำร้ายด้วยความโมโห...แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

     โจส่งสายตาให้อีกฝ่ายเป็นเชิงขอโทษ ขณะมองชายจรจัดหันหลังกลับแล้วเดินโซซัดเซไปตามถนน ตอนนั้นเอง ท้องของชายชราก็ส่งเสียงร้องโครกครากอีกครั้ง เขากัดฟัน ฝืนเดินต่อไปโดยไม่สนใจความหิวโหย แต่ไม่ว่าจะฝืนอย่างไร ร่างกายก็ย่อมมีขีดจำกัด!

     และแล้ว โดยไม่มีใครคาดคิด ร่างในชุดเสื้อผ้าสกปรกก็ล้มลงไปกองกับพื้น หมดสติด้วยความหิวโหยที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์คันหนึ่งแล่นมาตามถนนอย่างรวดเร็ว...!

     โจถึงกับเบิกตาโพลง เมื่อเสียงกระดูกซี่โครงที่แตกละเอียด ควบคู่ไปกับเสียงอวัยวะภายในที่ถูกบดขยี้เสียดเแทงเข้าสู่โสตประสาท! เลือดข้นคลั่กพุ่งทะลักออกมาจากปากของคนจรจัด เมื่อล้อรถบดขยี้หน้าอกของเขาอย่างแรง! แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับดวงตาที่เบิกโพลง อัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวดในวินาทีสุดท้ายของชีวิต!!

     ...เบิกโพลงอยู่อย่างนั้น ราวกับจะจดจำใบหน้าของบุคคลที่พบในนาทีสุดท้ายให้ขึ้นใจ และจะไม่มีวันปิดลงจนกว่าอีกฝ่ายจะได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม!!

 

- คืนที่ 1 -

     ทุกอย่างเริ่มต้นในเวลาสี่ทุ่มของวันเดียวกัน...

     ชบาที่ดูหงุดหงิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรีบอาบน้ำก่อนจะเข้านอนเร็วกว่าปกติ รู้สึกเครียดไม่น้อยกับเงินค่าวัตถุดิบที่ต้องเสียไปอย่างไร้ค่า เนื่องจากตำรวจต้องพาเธอและลูกชายไปสอบปากคำที่โรงพักเป็นเวลานาน ไม่สามารถเปิดร้านได้จนถึงเวลาบ่ายแก่ๆ

     โจพาจันทร์เจ้าไปเข้านอนที่ชั้นสองของบ้าน ข้างๆ ห้องนอนของเขา จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ออกมากดเล่นฆ่าเวลา รู้สึกแปลกๆ หากต้องมานอนแต่หัวค่ำในช่วงปิดเทอมเช่นนี้

 

     ...เสียงผิดปกติดังขึ้นตอนเวลาสี่ทุ่ม

     มันเป็นเสียงแก้วตกแตก ดังมาจากชั้นหนึ่งของบ้าน...ชั้นที่ผู้เป็นแม่นอนอยู่! เขาเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้า รีบวิ่งลงไปข้างล่างด้วยความเป็นห่วงบุพการี

     กลิ่นเหม็นคาวของอาหารทะเลคือสิ่งแรกที่โชยมาปะทะจมูก ทันทีที่ไฟสว่าง...ภาพที่เห็น คือร่างของชบาที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ยัดอาหารทะเลและเนื้อสดที่อยู่ในตู้แช่เข้าปากอย่างตะกละตะกลาม! กรีกุ้งบาดปากจนเกิดเป็นแผลลึก ถึงกระนั้น หญิงสาวก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด!!

     มือผอมลีบของชบาเอื้อมไปหยิบขวดนมในตู้เย็นมากรอกเข้าปากอย่างหิวกระหาย! ขวดแล้วขวดเล่าตามด้วยน้ำผลไม้กล่องใหญ่! โจเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปห้าม ก่อนจะชะงักนิ่งด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของผู้เป็นแม่...!

     ดวงตาของชบาแปรปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน...สีแดงราวกับข้นคลั่กไปด้วยเลือด! ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงเต็มไปด้วยเศษอาหาร ใบหน้าซูบตอบราวกับคนที่อดอยากมาเป็นแรมปี!...แต่ที่น่ากลัวที่สุด คือเล็บของหญิงสาวที่งอกยาวราวกับเล็บของสัตว์นักล่า! มันสามารถฉีกเนื้อหมูก้อนใหญ่ออกเป็นชิ้นๆ พร้อมยัดเข้าปากได้ภายในพริบตา!!

     “แม่ครับ! แม่!!” เด็กหนุ่มพยายามเข้าไปห้าม ทว่าผลตอบแทนที่ได้รับ กลับเป็นเล็บของบุพการีที่เฉือนลึกเข้าไปในแขน! ชบาฉีกยิ้มให้เขา...ชั่ววินาทีนั้นเอง โจก็มองเห็นภาพใบหน้าของผู้เป็นแม่ซ้อนทับภาพใบหน้าของชายจรจัดคนนั้น!

     “หิว..หิว...”

     หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางยัดผักคะน้าทั้งกำเข้าปาก เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นจึงก้มลงมองบาดแผลบนแขนของตน น้ำตาลูกผู้ชายไหลทะลักออกจากเบ้า...มันไม่ได้มาจากความเจ็บ หากแต่มาจากความหวาดกลัวต่างหาก!!

     และแล้ว โดยไม่รอช้า โจก็รีบวิ่งไปคว้าโทรศัพท์มาโทรเรียกตำรวจและรถพยาบาลอย่างรวดเร็ว ทว่าทันทีที่อีกฝ่ายมาถึง หญิงสาวกลับลุกขึ้นยืนพร้อมเก็บอาหารเข้าที่ตามปกติ ดวงตาแดงก่ำแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาปกติ...ทว่าเด็กหนุ่มก็รู้ว่านั่นไม่ใช่แม่ของเขา...ไม่ใช่แม่ที่เขารู้จักอีกต่อไป!!

     เหตุการณ์ทั้งหมดจบลงเมื่อตำรวจกลับไปพร้อมกำชับกับเขาว่าห้ามแจ้งความเท็จอีก ชบาหันมามองลูกชายพร้อมแสยะยิ้ม ก่อนจะตรงเข้าไปเปิดตู้เย็นแล้วรื้ออาหารออกมากินอย่างหิวโหยเช่นเดิม! โจรีบวิ่งไปดูอาการของแม่ห่างๆ จนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาตีสาม ชบาจึงค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง...ล้มตัวนอนบนเตียงพร้อมหลับสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     ครึ่งชั่วโมงต่อมา หญิงสาวตื่นขึ้นตามเวลาปกติและพบว่าลูกชายกำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่หน้าห้อง ชบาแทบจะกรีดร้องเมื่อได้เห็นสภาพบ้านที่สกปรกเละเทะ และวัตถุดิบในครัวที่หายไปจนเกลี้ยง! นั่นยังไม่น่ากลัวเท่าริมฝีปากของตนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง!

     ทันทีที่ได้ฟังความจริงจากปากของโจ หญิงสาวก็วิ่งไปอาเจียนที่ชักโครก สิ่งที่พรั่งพรูออกมาคือเนื้อสดๆ และผักดิบจำนวนมาก! คำถามนับสิบผุดขึ้นมาในหัว นั่นยังไม่น่ากลัวเท่าเสียงหัวเราะของ ใครบางคน ที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด

     ...เสียงหัวเราะด้วยความสะใจของชายชรา!!

 

- คืนที่ 4 -

     นับเป็นคืนที่สี่แล้วที่ชบาเเสดงท่าทางราวกับสัตว์เดรัจฉาน...

     ไม่มีเพื่อนบ้านหรือใครสักคนที่เชื่อ แม้แต่หมอจิตเวชก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ ท่าทีของหญิงสาวจะกลับเป็นปกติทุกครั้งที่คนนอกมาถึง

     ...เมื่อวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ที่พึ่งเดียวของพวกเขาตอนนี้คือหมอผีสักคนที่เข้าใจและสามารถให้ความช่วยเหลือ และดูเหมือนผู้ทรงไสยเวทย์ที่รู้จักอาการของหญิงสาวจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น...ทันทีที่ได้ยินอาการของชบา อีกฝ่ายก็พร่ำพูดเรื่องพลังอาฆาตของวิญญาณแค้น ซึ่งจะสามารถเข้าสิงคนได้ในเวลาสี่ทุ่มถึงตีสาม ด้วยข้อจำกัดด้านสถานที่ตายและอื่นๆ ที่โจไม่เข้าใจ

     น่าเสียดาย...หมอผีคนนั้นจะมาหาพวกเขาได้ในอีกสองวันถัดมาเท่านั้น

     ชบาเคยออกความเห็นว่าให้ขังเธอไว้ในห้อง แต่กลับไม่เป็นผล เพราะในคืนที่สาม...หลังจากที่โจมาไขประตูห้องของผู้เป็นแม่ ก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังนอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้น พร้อมกับข้อความบนกำแพงที่เขียนจากเลือดของหญิงสาว มันเป็นคำเพียงหนึ่งพยางค์ที่สั้นกระชับ และสามารถอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

     ...หิว

     นั่นอาจเป็นคำเตือน ว่าหากไม่ให้ชบากินอาหารอย่างที่เคยทำ หญิงสาวอาจถูก มัน ฆ่าตายก็เป็นได้!!

     เพราะฉะนั้น คืนนี้ จึงเป็นคืนที่โจต้อหอบหิ้วอาหารต่างๆ มาที่บ้าน ทุกอย่างล้วนเป็นอาหารปรุงสุก ทั้งยังรสจืด ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายหากกินในปริมาณมาก เด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน พลางเลื่อนตู้เหล็กขนาดใหญ่มาขวางบันไดเอาไว้ นี่จะเป็นปราการขวางกั้นไม่ให้ชบาขึ้นมาทำอันตายตัวเขาและน้องสาว และยังป้องกันไม่ให้เด็กหญิงเดินลงไปชั้นล่างหากได้ยินเสียงผิดปกติอีกด้วย

     “ทำไมแม่ไม่มาราตรีสวัสด์หนูล่ะ? แล้วพี่โจเอาตู้มากั้นบันไดทำไม?” จันทร์เจ้าเอ่ยถามพี่ชายเมื่อเห็นว่าทางขึ้นลงถูกปิดจนมิด โจเห็นดังนั้นจึงหันไปยิ้มให้น้องสาว เป็นรอยยิ้มที่ขมขื่นที่สุดในชีวิตของเขา...เด็กหญิงยังอายุน้อย ยังไม่ควรรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น โชคดีแค่ไหนที่ตอนชายจรจัดถูกรถชน ชบาพุ่งเข้าไปปิดตาลูกสาวได้ทัน ไม่เช่นนั้นจันทร์เจ้าคงตื่นตกใจไปอีกพักใหญ่เป็นแน่!

     “แม่เขาไม่ค่อยสบายน่ะ” เด็กหนุ่มเลือกตอบเพียงคำถามแรก แล้วอุ้มเด็กหญิงเข้าไปในห้อง จัดการห่มผ้าพร้อมปิดไฟให้เรียบร้อย ทันทีที่เดินออกมา ก็พบว่านาฬิกาชี้บอกเวลาสี่ทุ่ม แว่วเสียงครางของหญิงสาวมาจากชั้นล่าง พร้อมกับเสียงถุงพลาสติกที่ถูกฉีกกระชากอย่างแรง...เป็นสัญญาณว่าชบาได้ถูก บางอย่าง ครอบงำและเริ่มรื้อค้นอาหารในถุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

- คืนที่ 6 -

     นี่เป็นคืนที่หมอผีบอกว่าจะมาพบ...เคราะห์ร้าย ที่โจกลับป่วยหนักจนต้องนอนซมอยู่บนเตียงตั้งแต่เช้า

     ชบารู้หน้าที่ของตน...ทันทีที่ถึงเวลาสามทุ่มครึ่ง หญิงสาวจึงนำห่ออาหารจำนวนมากมาตั้งรอเอาไว้ เมื่อเห็นว่าลูกชายไม่สบาย จึงอาสาจัดการให้จันทร์เจ้าเข้านอนด้วยตนเอง พร้อมบอกราตรีสวัสดิ์แบบที่เด็กหญิงร้องขอ หญิงสาวกลับลงไปชั้นล่าง เตรียมพร้อมสำหรับความ หิวโหย ที่จะปรากฏขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

     ...กลับลงไปชั้นล่าง โดยลืมเลื่อนตู้มาขวางบันไดเอาไว้...!!

 

     เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้...โจสะลึมสะลือลุกขึ้นมานั่งบนเตียง รู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะราวกับหัวจะระเบิด เด็กหนุ่มไอโขลกออกมาอย่างแรง ตอนนั้นเอง เขาก็นึกได้ว่าหมอผีที่ติดต่อไว้จะเดินทางมาในคืนนี้ เมื่อครู่เขาหลับสนิท อาจไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูก็เป็นได้!

     คิดได้ดังนั้น โจจึงรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ครั้นหันไปมองนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาตีหนึ่งสี่สิบห้านาที...หมอผีควรจะมาได้แล้ว หรือว่าเขาจะหลับเป็นตายจนไม่ได้ยินเสียงกันแน่?!

     เด็กหนุ่มค่อยๆ แง้มประตูห้องนอนออกไปอย่างช้าๆ กะจะเดินไปดูที่หน้าต่างตรงทางเดินว่าอีกฝ่ายมายืนรออยู่หน้าบ้านหรือไม่ เป็นจังหวะเดียวกับที่หางตาของเขากลับเหลือบไปเห็น สิ่งผิดปกติ ที่บันได...มีบางอย่างหายไปจากที่ที่มันควรอยู่...ใช่แล้ว! ชบาไม่ได้เลื่อนตู้เหล็กมาขวางบันไดเอาไว้!

     โจเกือบร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก เคระห์ดีที่ห้ามปากตนเองไว้ทัน เด็กหนุ่มค่อยๆ ก้าวขาอย่าช้าๆ หมายจะลงไปดูว่าผู้เป็นแม่ยังอยู่ข้างล่างหรือไม่ ตอนนั้นเอง ที่เท้าของเขาสัมผัสเข้ากับของเหลวบางอย่างบนพื้น...

     มันคือกองเลือด!! เลือดสดๆ เจิ่งนองอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา!!

     เด็กหนุ่มไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปดูจันทร์เจ้าในห้องด้วยความตื่นตระหนก สิ่งที่เห็นทำให้โจถึงกับเบิกตาโพลง...!

     บนที่นอนลายการ์ตูนที่ควรมีน้องสาวนอนอยู่ กลับมีเพียงหมอนและผ้าห่มยับยู่ยี่วางระเกะระกะเท่านั้น!!

     ไม่นะ...หรือว่า...?!

     เพียงแค่ความคิดดังกล่าวผุดขึ้นมาในหัว เด็กหนุ่มก็รู้สึกเข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้น ถึงกระนั้น ก็ตัดสินใจพยุงตนเองลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการปวดหนึบที่ศีรษะยังคงไม่บรรเทา แต่สิ่งที่เขาต้องทำคือการหาน้องสาวให้พบ! ครั้นวิ่งเข้าไปดูในห้องอื่นๆ ก็ไม่พบวี่แววของเด็กหญิง...นั่นแปลว่าจันทร์เจ้าไม่ได้อยู่ที่ชั้นสอง แต่อยู่ชั้นหนึ่งของบ้าน!...ที่ซึ่งชบากำลังถูกผีร้ายเข้าสิงและกินอาหารอย่างตะกละตะกลาม!

     ลางสังหรณ์ร้ายผุดขึ้นมาในหัว เมื่อภาพของหญิงสาวที่ฉีกกินเนื้อสดในคืนแรกปรากฏขึ้นในมโนภาพ! โจเปิดประตูเข้าไปในห้อง กรรไกรปลายแหลมบนโต๊ะถูกหยิบออกมากระชับไว้ในมือ...เขาจะใช้มันก็ต่อเมื่อถึงคราวจำเป็นเท่านั้น

     ...จำเป็นจริงๆ

 

     มันเป็นภาพที่น่าสยดสยองที่สุดในชีวิตของเด็กหนุ่ม...แต่ถึงอย่างไร มันก็เป็นภาพที่เขาเห็นมาตลอดหกคืนด้วยกัน!

     ภายใต้แสงสลัวจากหลอดไฟที่กะพริบถี่...หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ท่ามกลางจานชามและถุงพลาสติกจำนวนมาก พื้นกระเบื้องสีควันบุหรี่เปรอะเปื้อนไปด้วยเศษข้าว เศษเนื้อ รวมถึงของเหลวสีแดงข้นที่ส่งกลิ่นคาวชวนคลื่นเหียน...

     โจถึงกับตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าภายในห้องครัวมีซากสิ่งมีชีวิตที่ถูกชำแหละจนเละเทะตกอยู่! อีกทั้งแม่ของเขายังฉีกกินมันด้วยท่าทางราวกับสัตว์เดรัจฉาน! ครั้งเพ่งดูดีๆ ก็พบว่าไม่ใช่อย่างที่คิด...

     ...ซากแหละเละนั่นเป็นของ เจ้าทองหยอด...หาใช่ร่างของจันทร์เจ้าไม่ แม้จะรู้สึกเสียใจกับการตายของสัตว์เลี้ยง แต่ก็อดโล่งใจไม่ได้เมื่อรู้ว่า อีกฝ่าย ไม่ใช่บุคคลที่ตามหา...

     จันทร์เจ้า...จันทร์เจ้า!! น้องอยู่ที่ไหน?!

     โจคิดด้วยความตื่นตระหนก พลางคลำฝ่าความมืด...ไม่กล้าเปิดไฟ เพราะกลัวว่าผู้เป็นแม่จะเห็นเข้า นับวัน ชบายิ่งต้องการอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากที่สังเกต...อาหารที่เตรียมเอาไว้คงถูกกินไปหมดแล้ว หญิงสาวจึงต้องหันไปจัดการเจ้าทองหยอดแทน...เด็กหนุ่มอดตำหนิตนเองไม่ได้ที่ไม่เอาแมวตัวนั้นขึ้นมานอนบนชั้นสองด้วยกัน!

     กึก...

     เสียงขยับของ อะไรบางอย่าง ปลุกโจให้ตื่นจากภวังค์ ตอนนั้นเอง ที่เด็กหนุ่มรู้ตัวว่าเพิ่งเดินไปชนโต๊ะไม้ขนาดเล็กบริเวณกึ่งกลางของห้อง...โต๊ะไม้ที่มีแจกันดินเผาวางอยู่!!

     ไม่นะ...ไม่!!! โจพยายามไขว่คว้าวัตถุที่มองไม่เห็น หากแต่ไม่เป็นผล! อึดใจต่อมา...เสียงแตกดัง เพล้ง ก็ดังก้องในความมืด ตามมาด้วยความเงียบงันที่ปกคลุมห้องนั่งเล่นเป็นเวลานาน...

     และแล้ว ในที่สุด แสงสลัวก็ปรากฏขึ้นจากด้านหลัง...มันคือแสงที่เล็ดลอดออกมาจากประตูครัวนั่นเอง!!

     ชบายืนอยู่ตรงนั้น...ดวงตาสีโลหิตส่องประกายอยู่ในความมืด ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากโชกเลือดขณะมองตรงมาที่เขา! โจถอยกรูดไปชิดผนัง กรรไกรในมือถูกปาทิ้ง ราวกับเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่า...เขาจะไม่มีวันทำร้ายแม่เด็ดขาด! แม้จะต้องแลกกับชีวิตของตนก็ตาม!!

     แต่ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้กรีดร้อง...เสียงตะโกนของหญิงสาวก็ดังขึ้นเสียก่อน โจหันไปมองรอบตัวด้วยความฉงน รู้สึกถึงมือชุ่มเลือดของชบาที่กำลังพยุงเขาให้ลุกขึ้น สัมผัสอันอ่อนโยนและเสียงหอบหายใจด้วยความตื่นตระหนก บ่งบอกว่าสติสัมปชัญญะของอีกฝ่ายได้กลับมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!...แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่หญิงสาวจะกลับเป็นปกติไม่ใช่หรือ?

     ...ไม่มีเวลามานึกสงสัย สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือตามหาน้องให้พบ!!

     “โจ! ทำไมมาอยู่ข้างล่างแบบนี้ล่ะ?! แม่ทำอะไรลูกหรือเปล่า?!!” ชบาเอ่ยถามลูกชาย ท่ามกลางความมืดสลัว...ทั้งสองจึงไม่อาจมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัด

     “จ..จันทร์เจ้า...จันทร์เจ้าหายไปครับ!!” เด็กหนุ่มชิงพูดออกมาด้วยความตื่นตระหนก “ผม...ผมตื่นมาอีกทีน้องก็หายไปแล้ว แถมบนพื้นยังมี...เลือด...”

     สิ้นเสียงละล่ำละลัก ร่างของชบาก็ทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเริ่มรื้นน้ำขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมอยู่

     “อย่าบอกนะว่าแม่...แม่...”

     “น้องอาจจะซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้...” เด็กหนุ่มพูดขัดจังหวะ ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้คิดต่างจากหญิงสาวมากนัก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมสติ...หมอผีคนนั้นอยู่ไหน?! ป่านนี้ควรจะมาได้แล้วไม่ใช่หรือ?

     ...หารู้ไม่ว่า สาเหตุที่ผู้ทรงไสยเวทย์ยังไม่ปรากฏตัว เป็นเพราะ เวรกรรม ที่ชบาได้ก่อเอาไว้ต่างหาก! ผลจากการเมินเฉยต่อความเดือดร้อนของผู้อื่น บัดนี้ได้สนองคืนแก่เจ้าตัวจนหมดสิ้น!

     เด็กหนุ่มไม่คิดจะรอความช่วยเหลืออีกต่อไป รีบวิ่งขึ้นบันได โดยมีชบาตามไปติดๆ ปากก็ตะโกนเรียกน้องสาวดังลั่น

     “จันทร์เจ้า! ได้ยินพี่มั้ย?! จันทร์เจ้า!!

     เงียบ...ไร้ซึ่งการตอบรับจากเด็กหญิง โจรู้สึกเหมือนถูกมีดเล่มคมแทงทะลุหัวใจก็ไม่ปาน เขาวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเพื่อดูว่าน้องสาวหลบซ่อนอยู่ด้านในหรือไม่

     ...ไม่ ไม่มีวี่แววของจันทร์เจ้า มีเพียงกระจกเงาเหนืออ่างล้างหน้าที่สะท้อนภาพใบหน้าของเขา เด็กหนุ่มกำลังจะหันกลับ ทว่าความคิดเอะใจบางอย่างกลับผุดขึ้นมาในหัวเสียก่อน

     ...ภาพสะท้อนใบหน้าของเขาแปลกไป

     โจหันกลับมามองกระจกด้วยความฉงน ก่อนจะเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าปากและคางของเขามีรอยคล้ายคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่! ครั้นก้มลงมองเสื้อผ้าของตนเอง ก็พบว่ามันมีคราบของเหลวสีแดงติดอยู่เป็นจุดๆ เช่นเดียวกัน!!

     ไม่...เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

     เด็กหนุ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นมามองช้าๆ และพบคราบโลหิตติดอยู่ตามซอกนิ้วบางส่วน! ไม่เพียงเท่านั้น เศษเนื้อขนาดเล็กยังติดอยู่ตามซอกเล็บของเขา! คงเพราะมัวแต่ตื่นตระหนกกับการหายไปของจันทร์เจ้า โจจึงไม่ทันสังเกตความผิดปกติเหล่านี้!

     “กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!

     เสียงหวีดร้องของชบาเรียกให้เด็กหนุ่มวิ่งกลับไปที่ห้องนอนของตนเอง ภาพที่เห็นคือภาพของผู้เป็นแม่ที่ยืนตัวแข็ง จ้องมองคราบเลือดบนพื้นที่ไหลออกมาจากตู้เสื้อผ้าของเขา! โจเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้า รีบกระชากประตูตู้เปิดออก ส่งผลให้ อะไรบางอย่าง กลิ้งออกมากองบนพื้น...

     มันคือร่างของจันทร์เจ้าที่อยู่ในสภาพเละเทะไม่เหลือชิ้นดี! เนื้อบริเวณช่องท้องถูกฉีกออก เผยให้เห็นอวัยวะภายในที่เหลือติดคาอยู่บางส่วน ใบหน้าที่เคยไร้เดียงสาเหยเก ผิวหนังรวมถึงดวงตาข้างหนึ่งถูกฉีกกระชาก ปากอ้าค้างราวกับกำลังหวาดกลัวและเจ็บปวดสุดชีวิต!

     เด็กหนุ่มได้ยินเสียงร่างของผู้เป็นแม่ทรุดลงไปกองกับพื้น...ได้ยินเสียงลมหายใจของตนเองที่ขาดห้วง คำพูดของชายชราคนนั้นผุดขึ้นมาในห้วงความคิด

     “ลูกชายลุงป่วยหนัก อาหารในถังก็มีแต่ที่มันเน่าแล้ว ลุงขอหน่อยเถอะ แค่ข้าวเปล่าสักถ้วยก็ยังดี...”

     ใช่...ลูกชายของเขา หลังจากที่ผู้เป็นพ่อตาย ลูกชายที่ป่วยหนักคงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากคนดูแล...!

     วินาทีนั้นเอง ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวของเด็กหนุ่ม...ช่วงเวลาเกือบห้าทุ่ม เขาค่อยๆ ลุกออกจากเตียงอย่างช้าๆ ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับดวงตาของปีศาจร้าย โจเปิดประตูพร้อมเดินโซซัดโซเซออกจากห้อง พลันสายตาเหลือบไปเห็นจันทร์เจ้าที่ลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึก มือที่เต็มไปด้วยเล็บแหลมยกขึ้น ก่อนจะตะปบร่างเล็กมาขย้ำโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว! เสียงเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัวคือเสียงของกระเพาะอาหารที่บีบตัวอย่างหนัก ควบคู่ไปกับเสียงพึมพำของ ใครบางคน ที่ดังก้องอยู่ในห้วงความคิด

     หิว...หิว...

      เด็กหนุ่มลากน้องสาวที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บเข้ามาในห้อง อีกฝ่ายพยายามวิ่งหนีเข้าไปในตู้เสื้อผ้า แต่เขากลับตามทันและฆ่าเธอตายในนั้น! ตอนนั้นเอง...ดวงวิญญาณที่เข้าสิงก็หลุดออกมาจากร่าง คงเพราะอีกฝ่ายเป็นวิญญาณเด็ก พลังอำนาจย่อมน้อยกว่าวิญญาณที่เข้าสิงชบาอยู่ทุกค่ำคืน นี่คงเป็นเหตุผลที่มันสามารถเข้าสิงร่างของโจได้สำเร็จในวันที่หก นับตั้งแต่เสียชีวิต...วิญญาณร้ายพยายามเข้าไปควบคุมร่างของเขา พยายามแทรกซึมจิตวิญญาณลงไปทีละนิด และเพิ่งทำสำเร็จเมื่อตอนเที่ยงคืนของวันนี้!!

     ...ร่างของเด็กหนุ่มกลับคืนสู่ปกติ เขาหันหลังแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนเตียง จังหวะนั้นเอง ที่แขนข้างหนึ่งดันไปกระแทกประตูตู้เสื้อผ้าจนปิด โจล้มตัวลงนอนก่อนจะตื่นขึ้นในอีกสองชั่วโมงต่อมา พอถึงเวลานั้น มือโชกเลือดก็ถูกับผ้าห่มและผ้าปูที่นอนจนแทบไม่เหลือร่องรอยอันน่าสยดสยอง คงเพราะความมืดที่ทำให้โจมองไม่เห็นรอยเลือดบนผ้าห่ม

     เด็กหนุ่มทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีที่ภาพนิมิตจบลง หูแว่วได้ยินเสียงพูดคุยกันของ ใครบางคน ดังมาจากด้านหลัง...มันคือเสียงหัวเราะของชายชราและเด็กชายคนหนึ่งที่นั่งห้อยขาอยู่บนเตียง!

     “เก่งมาก ลูกสามารถเข้าไปควบคุมร่างของมันได้แล้ว พ่อเก็บผู้หญิงคนนี้ไว้ให้ลูกโดยเฉพาะ ตอนนี้เพิ่งตีสองห้าสิบ ยังไม่ถึงขีดจำกัดของเรา ลูกจัดการได้เลย พ่ออิ่มแล้วล่ะ”

     “ครับ ขอบคุณครับพ่อ”

     เสียงบทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น โจที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นก็รู้สึกปวดอย่างรุนแรงที่ศีรษะ เด็กหนุ่มชันตัวลุกขึ้น มองไปที่ร่างของชบาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเล็บคมกริบที่ค่อยๆ งอกออกมาจากปลายนิ้ว

     โจแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาว เสียงเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัว ท่ามกลางเสียงหัวเราะด้วยความสะใจของชายชรา คือเสียงที่เขาเคยได้ยินจากผู้เป็นแม่มาเป็นเวลาหกคืนแล้ว...

     หิว...หิว...

-END-

แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น