เมื่อผมยังเด็ก-ประสบการณ์เฉียดตาย

เขียนโดย Chidchanok Nok Kewtong 27/11/2018

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน วันนี้ผมมีประสบการณ์เฉียดตายของตัวผมเอง จะมาเล่าให้ฟังครับ 

สมัยตอนที่ผมยังเป็นเด็ก อายุราวๆ 3-6 ขวบนั้น ผมได้พบกับอุบัติเหตุที่คิดว่าร้ายแรงที่สุดถึง  3 ครั้ง

ครั้งที่ 1. ไฟดูด

คือในช่วงนั้น พ่อของผมได้ทำการก่อสร้างฟาร์มไก่เนื้อเสร็จใหม่ๆ ผมและญาติๆ ได้ช่วยกันขนของที่จำเป็น เอามาไว้ในบริเวณที่จะสร้างเป็นที่พัก จำได้ว่า ทางเดินตรงนั้นจะมีสายไฟอยู่เส้นหนึ่ง ที่มันพาดตรงข้ามสองข้างทางพอดี ความสูงนั้นประมาณต้นคอของเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบ ซึ่งถือว่าอยู่ต่ำมากๆ แรกผมกับ(เด็กๆ)คนอื่นๆก็ก้มผ่านกันได้แบบปกติดีอยู่หรอกครับ แต่ว่า จำได้ว่าช่วงนั้นของที่ขนมาใกล้จะหมดแล้ว ผมกับคนอื่นๆจึงรีบช่วยกันยกของกันอีกเป็นครั้งสุดท้าย แล้งมีอยู่จังหวะนึงที่ผมเอามือไปจับสายไฟเส้นนั้นเข้าด้วยความอะไรผมไม่รู้ แต่มันทำให้ผมถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนเท้าลอยสูงขึ้นจากพื้น ไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือเปล่า ที่ช่วงนั้นผมไม่ได้ใส่รองเท้า และพื้นดินตรงนั้นเปียก เพราะฝนเพิ่งจะตกลงมาเมื่อคืนก่อน และที่สำคัญคือ ผมไม่ได้กำสายไฟเส้นนั้นเอาไว้จนแน่น

ในที่สุดตัวผมก็ถูกแรงไฟฝ้า(หรือเปล่า)ดีดออกมา ผมจำได้ว่าแม่ผมเข้ามาหาผมเป็นคนแรก ก่อนที่ผมจะค่อยๆลุกขึ้นนั่งอย่างงงๆว่า เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น มือของผมพองเพราะกระแสไฟฝ้า แต่ผมรอดมาจากเหตุการนั้นมาได้ แต่ในจิตรใต้สำนึกของผมในบางส่วน จนถึงตอนนี้ มันมีอยู่วูบหนึ่งที่ผม เห็นทุกคนกำลังรอบรอบดูตัวผมที่กำลังนอนอยู่บนตักแม่ของผมอยู่

ครั้งที่ 2. ตกรถมอเตร์ไซค์

ในช่วงนั้น ผมมักจะติดรถยนต์ของลุงและผมไปในตลาดอยู่เป็นประจำ เนื่องจากที่ผมเป็นน้องเล็กที่สุดในบ้านตอนนั้น(ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว) แถมตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนด้วย จึงมีสิทธิที่จะตามแกสองคนไปไหนก็ได้เพราะไม่มีคนดูแล

ผมจำได้ว่า ตอนนั้นผมไม่สบายบ่อยมากๆ ลุงของผมจึงพาผมไปที่คลีนิคแห่งหนึ่งในตำบลใกล้ๆ พอผมได้รับการรักษาแล้ว ลุงของผมจึงพาผมกลับบ้าน โดยที่ผมนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าสุดบริเวณตัวถัง ถัดมาก็จะเป็นลุงของผมซึ่งเป็นคนขับ และต่อมาคือป้าของผมที่นั่งซ้อนท้าย เท่ากับว่ารถมอเตอร์ไซค์เก่าๆคันนี้มีผู้โดยสารอยู่ 3 คน คือผม ลง และป้า พอลุงของผมขับรถมาถึงจุดที่เป็นสำนักสงค์แห่งหนึ่ง บริเวณนั้นถนนจะเป็นหลุมเป็นบ่อเยอะมากๆ ลุงของผมก็ค่อยๆขับผ่านไปตามปกติ จนกระทั่งลุงผมท่านก็พลาด ขับรถตกหลุมจนได้ แม้ว่าแก่จะประคองรถไม่ให้ล้มได้ แล้วป้าท่านก็ช่วยใช้ขาของท่านคำเอาไว้อีกแรงนึง แต่ตัวผมนั้นตกลงมาข้างล่างแล้วกลิ้งลงข้างทางไป ลุงกับป้าของผมดูท่านตกใจเอามากๆ ลุงผมทำท่าว่าจะรีบลงมาดูผมพร้อมกับป้า แต่ผมในตอนนั้นก็ลุกขึ้นมาแล้วเดินไปหาพวกท่านที่รถด้วยอาการสลึมสลือเพราะฤทธิ์ยากับพิษไข้ เมื่อลุงกับป้าผมเห็นผมไม่มีบาดแผลอะไรเลยท่านก็แปลกใจกันอยู่บ้าง แล้วพวกท่านก็พาผมกลับมายังที่บ้าน

ภายหลังจากนั้น พอผมถามถึงเรื่องนี้ พวกท่านมักจะตอบว่า"แม่ซื้อ"ท่านช่วยผมเอาไว้ ผมจึงไม่ได้รับบาทเจ็บอะไรเลย 

ตามความเชื่อแล้ว "แม่ซื้อ"คือเทพ หรือ เทวดา(และผี) ประเภทหนึ่ง ที่มีหน้าที่คอยปกปักรักษาเด็กๆ เชื่อว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาต้องมีแม่ซื้อประจำวันเกิดคอยดูแล เพื่อปกปักรักษาไม่ให้เด็กเจ็บไข้ได้ป่วย 

ในภาคอิสารหรือภาคกลางก็ยังจัดทำพิธีแม่ซื้อ หรือพิธีการนำเด็กทารกมาใส่กระด้งร่อน เพื่อบอกกล่าวแก่ แม่ซื้อว่ามีคนรับลูกไปเลี้ยงแล้ว โดยกล่าวให้ทราบว่าว่า“สามวันลูกผี สี่วันลูกคน ลูกของใคร ใครเอาไปเน้อ”

ส่วนในภาคเหนือ “แม่ซื้อ” จะหมายถึงเทวดาที่คุ้มครองเด็กแรกเกิดหรือเป็นเทวดาประจำตัวทารก ซึ่งก็จะมี 7 นาง แต่ละนางก็จะมีชื่อเรียกและการแต่งกายคล้ายกับทางภาคกลางที่กล่าวข้างต้น

สำหรับภาคใต้ “แม่ซื้อ” เป็นสิ่งเร้นลับที่อยู่ในความเชื่อของชาวบ้าน ไม่มีตัวตน จะมีฐานะเป็นเทวดาหรือภูตผีก็ไม่ปรากฏชัด ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงของทารกตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 12 ขวบ มีด้วยกัน 4 ตนเป็นผู้หญิงชื่อ ผุด ผัด พัดและผลแต่ในบททำขวัญเด็กของนายพุ่ม คงอิศโร หมอทำขวัญจังหวัดสงขลา กล่าวว่าแม่ซื้อมีทั้งชายและหญิงดังบททำขวัญที่ว่า “แม่ซื้อสี่คน ชื่อเสียงชอบกลทั้งหญิงทั้งชายเพ็ดทูล เพ็ดพล่าน เพ็ดทนเพ็ดทาน อาจารย์กดหมาย เรียกว่าปู่ตา รักษาร่างกาย แม่ซื้อผู้ชาย เร่งคลายออกมา นางกุมารี นางเอื้อย นางอี นางนาฏสุนทรี ที่เฝ้ารักษา เชิญมาแม่มา บูชาส่าหรี” ส่วนในบททำแม่ซื้อของนายปาน เพชรสุวรรณ จังหวัดนครศรีธรรมราชบอกว่า “แม่ซื้อ” เดิมเป็นเทพธิดา พระอิศวรมีบัญชาให้ “อันตรธานหายกลายเป็นแม่ซื้อ ลงมารักษาทารก” ตามความเชื่อ แม้ว่าแม่ซื้อจะถือว่าเป็นพี่เลี้ยงทารกก็จริงอยู่ แต่บางครั้งก็ให้โทษได้เช่นกัน มีการแปลงเพศพันธุ์เป็นสิ่งต่างๆหลอกหลอนให้ทารกตกใจ หรือเจ็บป่วยได้ ดังนั้น เพื่อให้ทารกหายเป็นปกติ จึงมีการจัดพิธี “ทำแม่ซื้อ”หรือ “เสียแม่ซื้อ”ขึ้น บางครอบครัวแม้ทารกจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ยังทำพิธีดังกล่าวอยู่ดี ทั้งนี้ ด้วยเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลแก่เด็ก สำหรับพิธี”ทำแม่ซื้อ” หรือ “เสียแม่ซื้อ”นั้นหมายถึงพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กทารกหายจากอาการสะดุ้งผวา หรือการเจ็บไข้ได้ป่วย และได้รับการดูแลรักษาด้วยดีจากแม่ซื้อการทำพิธีมักจะทำในวันเกิดของเด็ก หากเป็นวันข้างขึ้นก็ให้ใช้วันคี่ ข้างแรมให้ใช้วันคู่

ครั้งที่ 3. จมน้ำตอนปี 38

ในช่วงปี 2538 ทุกคนรู้ดีว่า ภาคกลางนั้นน้ำท่วมหนัก(แต่ไม่เท่าปี 54) และบ้านของผมเองก็เช่นเดียวกัน ซึ่งตอนนั้น ผมเองก็น่าจะอยู่ร่าวๆ อนุบาล 1-2 แล้ว บ้านที่ผมอาศัยอยู่นั้น พื้นที่บ้านมีสภาพเป็นแอ่งกระทะครับ ช่วงนั้นผมกับลูกพี่ลูกน้องต้องพายเรือจากบริเวณบ้านไปยังถนน ที่เป็นพื้นที่สูงกว่า เพื่อที่จะเดินทางไปยังโรงเรียน ซึ่งผมก็ใช้ชีวิตไปตามปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป จนกระทั่งวันหยุดวันหนึ่ง ผมกับลูกพี่ลูกน้องได้ลงเล่นน้ำกันตรงบริเวณบ้านกัน พวกเราก็เล่นน้ำกันก็เล่นน้ำกันตามปกติครับ เพราะน้ำมันไม่ลึกมากครับ จนถึงช่วงที่พวกจะขึ้นจากน้ำกัน ทุกคนขึ้นกันไปหมดแล้วครับ เหลือแต่ผมที่อยู่ลั้งท้าย พอผมกำลังเดินไปเพื่อจะขึ้นจากน้ำผมก็สะดุดอะไรซักอย่าง ทำให้ผมล้มลงและจมลงไปในน้ำ แม้น้ำจะไม่ลึกมากแต่ผมในตอนนั้นยังไหว้น้ำไม่เป็น และกำลังตกใจมากๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมในตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ตะเกียกตะกายตามสัญชาติญาณการเอาชีวติรอดไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งในที่สุด มือของผมก็ไปสำผัสกับอะไรบางอย่าง มันทำให้ผมมีหลักยึดและตะกายขึ้นมาจากน้ำได้ในที่สุด มันคือเสาบ้านครับที่ช่วยชีวิตของผมเอาไว้ เมื่อผมขึ้นไปบนบ้าน เจ้าลูกพี่ลูกน้องของผมพอเห็นหน้าผมมันก็ทำหน้างงๆกันครับ คงจะสงสัยว่าทำไม ผมถึงได้ขึ้นจากน้ำมาเอาป่านนี้ เรื่องนี้ คนในบ้านไม่มีใครรู้หรอกครับ เพราะผมไม่เคยเล่าให้คนในบ้านฟัง

แต่อยากจะขอเตือนน้องๆที่ชอบเล่นน้ำกันนะครับ ว่าการเล่นน้ำการตามลำพังหรือกับเพื่อน เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเสี่ยง ถ้าจะให้ดีควรมีผู้ปกครองหรือพวกพี่ๆที่โตแล้วอยู่ด้วย จะเป็นการดีที่สุด และที่สำคัญคือ เราควรจะขออนุญาตผู้ปกเสียก่อนนะครับ ไม่ควรหนีผู้ปกครองออกไปเล่นน้ำโดยพละการ เพราะบางที น้องๆอาจจะไม่โชคดีแบบนี้ก็ได้

ครับ แล้วนี่ก็คือ ประสบการณ์ของผม ที่อยากจะท่ายทอดให้เพื่อนๆได้รับฟังกันครับ

ขอบคุณมากๆครับ

 




แสดงความคิดเห็น



ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น