มาไม่ไหว้...แต่ไปต้อง ‘ลา’

เขียนโดย ดับเบิลยู 08/03/2019

การเป็นนักศึกษาของคณะนิเทศศาสตร์นั้น การได้เดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์เป็นหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดและเป็น ประสบการณ์ที่ท้าทายมากสำหรับพวกเรา

            ฉันเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ในคณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทลัยแห่งหนึ่ง ฉันเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณมากแต่ก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์กับตัวเท่าไหร่นัก จะมีก็แต่ฟังจากที่คนอื่นเล่าบ้างหรือไม่ก็เปิดเรื่องราวสยองขวัญฟังเพื่อเพิ่มสีสันให้กับชีวิต แต่แล้วการเดินทางไปออกกกองในต่างถิ่นเมื่อตอนปี 2  ก็ทำให้ฉันได้สัมผัสกับประสบการณ์ขนหัวลุกด้วยตัวเองสักที

            ฉันเป็นหนึ่งในทีมงานกว่า 15 คน ที่ต้องเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์ของคณะ ทีมงานและนักแสดงจะต้องไปนอนกันที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ฉันเป็นคนไปทำเรื่องขอติดต่อกับทางโรงเรียนเองว่าจะมีทีมงานมาขอใช้สถานที่เพื่อจะถ่ายทำภาพยนตร์กัน ตอนนั้นฉันกับเพื่อนอีก 4 คน อาศัยรถของอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตระเวนหาโรงเรียนที่ตรงตามบทที่ฉันเป็นคนเขียนให้มากที่สุด รถขับเคลื่อนไปตามทางเรื่อย ๆ จากที่มีบ้านคนอยู่เต็มสองข้างทาง ก็เริ่มเปลี่ยวและเต็มไปด้วยหญ้ารกทึบกับที่ดินรกร้างที่มีให้เห็นเป็นระยะ ๆ  ฉันกับเพื่อนๆเริ่มถอดใจเพราะคิดว่าที่ห่างไกลแบบนี้คงจะไม่มีโรงเรียนในแบบที่ฉันคิดไว้แน่ ๆ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อมองผ่านพงหญ้าตรงริมถนนก็ปรากฏเป็นถนนลูกรังเส้นหนึ่ง ที่นำพาไปสู่โรงเรียนไม้สองชั้นซึ่งไม่ไกลจากถนนที่เราอยู่มากนัก เสียงเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นกันเจี๊ยวจ๊าวทำให้ฉันผ่อนคลายเพราะอย่างน้อย ๆ ที่นี่ก็คงไม่ใช่โรงเรียนร้างแม้สภาพภายนอกจะดูเป็นแบบนั้นก็เถอะ

            หลังจากที่ขับเข้ามาถึงในโรงเรียนแล้วก็พบเด็ก ๆ ประมาณ20-30 คนที่กำลังกินข้าวกลางวันกัน    บ้างก็กำลังเตะฟุตบอล เพื่อน ๆ และอาจารย์ของฉันต่างแยกย้ายกันไปสำรวจดูสถานที่พร้อมทั้งถ่ายรูปเพื่อเป็นตัวอย่างในการถ่ายทำ ฉันปลีกตัวออกมาเพื่อไปขอติดต่อเรื่องใช้สถานที่กับครูใหญ่ ซึ่งก็เป็นโชคดีของฉันที่ครูใหญ่ท่านใจดีหาน้ำหาท่ามาให้กิน คุยกันไปได้สักพักครูใหญ่ก็บอกกับฉันว่า

มาถ่ายกันวันธรรมดานี่แหละ คนเยอะ

            ครูใหญ่พูดประโยคนี้เป็นระยะ ๆ เหมือนต้องการจะให้ฉันเปลี่ยนใจมาถ่ายทำวันธรรมดา แทนที่จะถ่ายทำกันในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ทั้ง ๆ ที่ฉันก็แจ้งครูใหญ่ไปตั้งหลายครั้งแล้วว่าทีมงานเองก็ติดเรียนจึงไม่สะดวกที่จะมาถ่ายทำในวันที่มีเรียน จนในที่สุดฉันก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะมาถ่ายทำกันในวัน          เสาร์-อาทิตย์ที่จะถึงนี้ ฉันดำเนินการเรื่องเอกสารเสร็จสรรพก็เตรียมตัวจะลากลับ เพื่อไปเตรียมซื้อของ   ซื้ออุปกรณ์ต่างๆเพื่อเตรียมตัวออกกอง

จะมาทำงานกันน่ะ อย่าทำอะไรไม่ดีล่ะ แล้วก็อย่าลืมบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางเขาด้วยนะหนู

            หลังออกจากโรงเรียนมาฉันก็เห็นชายผมขาวคนหนึ่งยืนมองฉันจากหน้าประตูโรงเรียนซึ่งดูแล้วก็น่าจะเป็นคุณครูหรือไม่ก็ภารโรงของที่นี่ฉันจึงก้มหัวเล้กน้อยและยิ้มให้ลุงเขาตามมารยาท

            เมื่อวันออกกองมาถึงฉันกระวนกระวายใจมากเพราะตอนนี้ล่วงเลยเวลานัดมามากพอสมควร มีทีมงาน 2 คนที่ตื่นสายเพราะตารางที่นัดตอนตี 4 ทำให้ฉันต้องรอเพื่อจะได้เดินทางไปพร้อมกัน ฉันเอาสมุดจดบันทึกรายการสิ่งของต่าง ๆ มานั่งดูพลางตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์ที่จะใช้ถ่ายทำว่าเตรียมมาครบหรือยัง

เชี่ย มึงไม่ได้ซื้อธูปกับพวงมาลัยหรอวะ

            ฉันตะโกนถามเพื่อนอย่างหัวเสียเพราะรายการสิ่งของที่ฉันให้มันไปซื้อมาขาดอยู่สองสิ่งที่ครูใหญ่เน้นย้ำกับฉันว่าให้ซื้อมาด้วย

มึงจะเอาไปทำเชี่ยไร มึงก็เห็นอยู่ว่ากูรีบ เมื่อวานกว่ากูจะซื้อของเสร็จก็ดึกละป้ะ

เออ งั้นกูไปซื้อเองจบ!”

 “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ รีบไปเหอะไอสองคนนั้นจะถึงละ รอกันไปรอกันมา ไม่ได้ไปพอดี เสียงของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มดังขึ้นพลางเร่งให้ทีมงานทุกคนขึ้นรถเพื่อทำเวลา

            ถนนเส้นเดิมที่พวกเราเคยมาเมื่อสองวันก่อนดูแปลกแตกต่างไปอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งเข้าไปใกล้โรงเรียนเท่าไหร่ความเงียบและวังเวงก็ยิ่งเพิ่มพูลขึ้นเรื่อย ๆ  รถกระบะที่บรรทุกทีมงานมาเต็มคันรถค่อย ๆเลี้ยวเข้าไปในถนนลูกรังเล็ก ๆ

            ด้วยความเร่งรีบเพราะทีมงานที่มาช้าทำให้บรรยากาศของกองเริ่มเคร่งเครียดเพราะกลัวว่าตารางถ่ายจะไม่ทัน ทุกคนจึงรีบเตรียมการถ่ายทำโดยที่ยังไม่ได้เก็บข้าวเก็บของด้วยซ้ำ

            เวลา 5 ทุ่ม การถ่ายทำอันแสนทรหดก็สิ้นสุดลง ทุกคนอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุด ดังนั้นการแยกย้ายกันไปพักผ่อนก็ควรจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนต้องการทำ แต่ท่วาหนึ่งในทีมกล้องกลับนึกสนุกชักชวนคนอื่น ๆ ให้จัดปาร์ตี้เพื่อผ่อนคลายความเครียดและความล้าจากการทำงานหนักมาหลายชั่วโมง  ซึ่งก็น่าแปลกที่หลายคนก็เห็นด้วยทั้ง ๆ ที่ก็เหนื่อยกันจนลืมตาแทบจะไม่ไหว

            อาคารที่พวกเรามานอนกันเป็นอาคารปูนหลังเดียวที่อยู่ในโรงเรียนและดูเหมือนว่าจะเพิ่งสร้างได้ไม่นาน ของมึนเมาที่ไม่รู้ว่าใครเตรียมมาหมดไปขวดแล้วขวดเล่า ฉันที่ไม่ชอบดื่มเลยนั่งกินกับแกล้มที่เตรียมเอาไว้เป็นมื้อเช้าของวันพรุ่งนี้ ทุกคนดูจะสนุกสนานกันจนลืมความเหนื่อยที่มีไปจนหมด ฉันเดินออกมาจากห้องนั้นเพียงลำพังและเดินไปทางอาคารไม้ที่เป็นอาคารเรียนเพื่อจะเข้าห้องน้ำเพราะเอ่ยปากชวนแล้วแต่ไม่มีใครมากับฉันสักคน ด้วยความทนไม่ไหวฉันจึงเดินไปคนเดียวพร้อมกับเปิดแฟลชโทรศัพท์ส่องไปตามทาง ขณะที่เดินไปเรื่อยๆฉันได้ยินเสียงดังมาจากรั้วโรงเรียนคล้ายเสียงเขย่ารั้ว ฉันก็เลยเอาแฟลชส่องไปตามสัญชาตญาณ ฉันเบิกตาโพลงเพราะสิ่งที่ฉันเห็นคือ ยายแก่ ๆ สวมฮิยาบแบบชาวมุสลิมกำลังเกาะรั้วไว้แน่น ฉันตกใจกลัวมากแต่ก็ทำอะไรไม่ถูก ยายคนนั้นมองมาที่ฉันพลางกวักมือเรียกให้ฉันไปหา ดวงตาของฉันแดงกล่ำด้วยความกลัวแต่แล้วฉันก็ใจชื้นเมื่อเห็นลุงผมขาวที่ฉันเคยเจอเมื่อสองวันก่อน

กลับไปข้างในไป

ลุง ห..หนูกลัว

เข้าไปข้างใน แล้วก็ดับไฟนอนกันให้หมด!” ลุงคนเดิมตอบกลับมาเสียงแข็ง

            ฉันรีบวิ่งกลับเข้ามาในห้องพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะอย่างน้อยก็มีผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ที่โรงเรียนทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก พลางคิดไปว่ายายคนนั้นอาจจะเป็นคนเสียสติที่อยู่แถวนี้ก็ได้

มึง ไปนอนกันให้หมดเลยครูใหญ่เขาให้ลุงคนนึงมาอยู่กับเรา เดี๋ยวโดนว่า ฉันบอกกับเพื่อน ๆ ทุกคนเลยรีบทำลายหลักฐานและเข้านอนกันอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าครูใหญ่จะรู้ว่าพวกเขาแอบกินของมึนเมาในโรงเรียนแล้วจะซวยกันหมด

            ฉันตื่นเช้ามาด้วยอาการสดชื่นเพราะเมื่อคืนได้หลับอย่างเต็มอิ่มทั้งๆที่แปลกที่แปลกทาง ทีมงานหลายๆคนบ่นว่านอนไม่ค่อยหลับแล้วก็ฝันกันแปลกๆ ฉันไม่ได้ใส่ใจพลางให้ทีมงานไปเตรียมตัวเพื่อจะได้รีบถ่ายทำกันต่อ

            การถ่ายทำในวันนี้เสร็จเร็วกว่าที่กำหนด ถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสีดำแล้วแต่ก็นับว่าทำเวลาได้ดี ทีมงานและนักแสดงช่วยกันเก็บที่หลับที่นอนและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อจะกลับบ้านกันเลยในวันนี้แต่น่าแปลกที่รถกระบะคันเดิมกลับสตาร์ทไม่ติดหลายๆคนเริ่มเซ็งเพราะอยากจะกลับบ้านไปพักผ่อนกันเต็มที น่าแปลกท่วันนี้เสียงหมาเห่าหอนดังระงมฉันเริ่มรู้สึกแปลก ๆ และก็หันไปเห็นลุงคนเดิมยืนมองมาจากชั้น 2 ของอาคารเรียน ฉันยิ้มให้ลุงพลางตะโกนว่า

ลุงคะ พวกหนูจะกลับละนะ ขอบคุณมากค่ะที่มาอยู่เป็นเพื่อน

            สายตาของที่คนอื่น ๆ มองมาที่ฉันทำให้ฉันเหงื่อตก ทุกคนเริ่มเดินไปกองรวมกันตรงมุมหนึ่งพลางมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดกลัว

มะ...มะ...มึงคุยกับใคร เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถามฉัน ฉันรู้สึกเย็นไปทั้งตัวถึงแม้จะพอเข้าใจอะไรๆแต่ก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก นี่ไม่ใช่การอำกันเล่นแน่นอนเพราะสายตาทุกคนบ่งบอกถึงความกลัวอย่างปิดไม่มิด

มึงไหว้เจ้าที่เหอะ กูกลัว

รถติดยังวะ...กูไม่อยากอยู่แล้วอ่ะ

มึงทำเชี่ยไรสักอย่างดิ๊ ยืนอยู่เฉยๆอย่างงี้ทำไมวะ เสียงบ่นดังขึ้นเป็นระยะ ๆ และทุกคนก็เริ่มหัวเสียเพราะยังไร้วี่แววว่ารถจะติด จนในที่สุดพวกเราก็ตัดสินใจไหว้ขอขมาเจ้าที่เจ้าทางด้วยมือเปล่า ฉันน้ำตาคลอเบ้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ทุกคนต่างเงียบไม่มีใครกล้าพูดอะไรจนในที่สุดรถก็สตาร์ทติด พวกเรารีบขึ้นรถและออกจากโรงเรียนมา ฉันนั่งหันหลังโดยไม่หันกลับไปมองเลยทั้ง ๆ ที่ความรู้สึกมันฟ้องว่ามีใครกำลังมองพวกเราจากทางด้านหลังแน่ ๆ

 




แสดงความคิดเห็น



ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น