เล่นกล

เขียนโดย ราสส์ 18/05/2019

เล่นกล

ราสส์ กิโลหก

เด็กสี่คนเดินกอดคอกันเดินเข้าไปในบริเวณจัดงาน ต่างตื่นเต้นสนุกตามประสาเด็กๆที่ได้ออกมาเดินเที่ยวงาน เสียงเพลงลูกทุ่งความจอแจของผู้คน ต่างแต่งสวยแต่งหล่อกันเต็มที่ จูงลูกจูงหลานมาเดินเที่ยวกัน

โรงลิเกตั้งเวทีอยู่ใกล้บริเวณหน้าวัด ผู้เฒ่าผู้แก่จองที่นั่ง หน้าสลอนอยู่หน้าเวที ข้างๆตัวมีตะกร้าหมาก ลิเกยังไม่ออกแขก บ้างตำหมาก บ้างก็เอาผ้าเช็ดน้ำหมากที่ริมฝีปาก พูดส่งภาษากันดังอื้ออึ้ง..หน้าตาบ่งบอกถึงความสุข เสียงดังจอแจ จากเวทีการแสดงต่างๆ ความสว่างไสว ของแสงไฟเล็กใหญ่ บรรยากาศช่างต่างกันกับบรรยากาศในยามปกติ ที่เงียบเหงาและมืดทึบ

พากันเดินดูโน่นนี่ไปเรื่อย บางครั้งก็มองรถเข็นที่มาขายของกิน เพราะกลิ่นมาโชยมาเข้าจมูก แต่ก็ได้แค่นั้นเพราะในกระเป๋าไม่มีเงิน ทำได้เพียงบริโภคกลิ่นเอาอิ่มไปเท่านั้น 
 
เวทีการแสดงต่างๆตั้งอยู่ห่างกันพอสมควร ร้านยิงปืนยาวด้วยจุกไม้ก๊อกจะอยู่ทางต้นๆทาง โรงลิเกถัดออกไป หมอลำอยู่เกือบติดสาลาวัด จนมาถึงจอหนังสีขาวใหญ่และมีขอบสีน้ำเงินอยู่รอบ บริเวณนี้จะอยู่ริมเขตด้านหลังของวัดเพราะต้องการความมืดในการฉายหนังถ้ามีแสงมากหนังก็ไม่ชัด

คนดูหนัง จะมีมากกว่าการแสดงอื่นๆ เพราะฉายยันแจ้งใครจองที่ได้แล้วจะไม่ลุกไปไหนอีก หากใครปวดฉี่ปวดอึ ต้องให้พรรคพวกกันที่เอาไว้ หาไม่กลับมาอีกครั้ง ที่นั่งจะถูกคนอื่นเข้ามานั่งแทนที่ 
 

แต่เมื่อเลยเที่ยงคืน จำนวนผู้คนจะเหลือไมถึงครึ่งจากตอนแรก มีบางส่วนเริ่มทยอยกลับ เหลือคอหนังพันธ์แท้นั่งเป็นหย่อมๆกลุ่มใครกลุ่มมัน มีสุมไฟกองเล็กๆด้วยเพราะอากาศเริ่มหนาว บางคนนั่งบางคนนอน

พวกที่นอนก็คือไม่กล้าแยกกลับคนเดียวเพราะกลัวผี เพราะตอนดึกมีแต่หนังผี แต่พวกไม่กลัวยังอยากดู เมื่อไม่มีเพื่อนกลับก็จำใจนอนอยู่ข้างๆพรรคพวก แม้ว่าจะถูกแม่ด่าก็ยอม ดีกว่าถูกผีหลอกกลางทาง 

การฉายหนังเขาไม่ได้ฉายต่อเนื่อง แต่มีพักเป็นช่วงๆเพื่อโฆษณาขายยา ทำให้พวกคอหนังได้ผ่อนคลาย พอหนังหยุดฉายก็เปิดไปสว่าง ผู้คนเริ่มลุกเดินไปมา ไปหาซื้ออะไรกิน

แต่ของกินบางอย่างจะมีคนหิ้วมาขาย เขาจะเดินลัดเลาะไปตามผู้คนที่นั่งอยู่ ปากก็ร้องขายไปด้วย เมื่อได้เวลาฉายพนักงานจะปิดไฟ สิ่งต่างๆจะกลับมาเงียบอีกครั้ง หนังก็เริ่มฉายคนดูก็จะมีสมาธิกับเนื้อเรื่องของหนังต่อไป.. 

หนังผีในวันนี้คือเรื่องผีหัวขาดเป็นหนังไทย หนังผีก็คือหนังผี เสียงหมาหอนโหยหวนในหนัง ภาพของผีที่ถือหัวเดินไปมาเล่นเอาคนดูขวัญกระเจิง อีกทั้งสำนวนการพากย์และลูกเล่นระดับมืออาชีพของคนพากย์หนังจนเสริมความน่ากลัวทำให้บางคนถึงกับปิดหูปิดตา ขนลุกขนพองไปตามๆกัน แต่ก็ยังอยากดู เพราะตื่นเต้นเร้าใจกับเนื้อเรื่องของหนัง..

 

ช่วงหนึ่งเป็นช่วงพัก คนฉายเปิดไฟ หนังหยุดฉาย คนดูต่างบ่นกันระงม เพราะผีกำลังออกมา อ้ายหลอดเกิดปวดท้องฉี่ มันลุกขึ้นบอกพรรคพวกว่า จะไปยิงกระต่ายริมรั้วเสียหน่อย 

มันเดินหลบผู้คนไปจนสุด เมื่อได้ที่เหมาะจัดการยืนฉี่ด้วยความสบายใจ กำลังเพลินหูของมันแว่วเสียงอะไรบางอย่างเมื่อมองไปตามเสียง มีแสงสว่าง อยู่ไม่ไกล เป็นโรงอะไรสักอย่างมีผ้ากันเหมือนมีการแสดงอยู่ภายใน 

“โรงอะไรวะ” มันสงสัย  

อ้ายหลอดนั้นเป็นคนที่กล้าที่สุดในสี่คน มันจึงไม่ค่อยกลัวอะไร ฉี่เสร็จจึงค่อยๆเดินไปที่สิ่งที่มันมองเห็น พอเข้าไปใกล้ พบว่าด้านหน้ามีป้ายเขียนว่า นักเล่นกลตาแย้ม มีแสดงตัดคอให้ดูสดๆ ยังมีภาพคนถูกตัดคออีกด้วย ด้านในยังมีเสียงคนหัวเราะเป็นระยะๆ

มีป้ายเขียนตรงทางเข้าช่องเล็กๆ ผู้ใหญ่ 20 บาทเด็ก 10 บาท พอเห็นราคา มันทำท่าจะเดินกลับ แต่สังเกตว่าตรงประตูเก็บตั๋วไม่มีใครอยู่ น่าจะเดินเข้าผ่านไปดูได้ ไม่รอช้าวิ่งแจ้นกลับไปที่พรรคพวก เอ่ยปากชวนไปดูเล่นกลดีกว่า มีการตัดคอด้วย น่าจะสนุกกว่าในหนัง เพราะเห็นกันสดๆ ไม่มีใครค้านเพราะหนังยังหยุดฉายอยู่ กะว่าถ้าไม่สนุกจะกลับมาดูหนังผีต่อ 
 
พวกเด็กๆเดินย่องๆมาถึงประตูทางเข้า จริงอย่างที่ อ้ายหลอดรายงาน  ไม่มีใครอยู่ตรงประตูทางเข้า มองซ้ายขวาหน้าหลัง ปลอดคนไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น

อ้ายเปี๊ยก หันมาพยักหน้ากับพรรคพวก เป็นเชิงที่รู้กัน จากนั้นรีบพากับเดินเข้าประตูอย่างรวดเร็ว.. พบว่าด้านในมีคนดูอยู่ประมาณ 20 คนพวกมันแทรกตัวผ่านคนอื่นไปจนถึงของเวที เป็นเวทียกพื้นจากพื้นดินประมาณ 1 เมตรไม่สูงมากนัก คงมีจุดประสงค์จะให้คนดูได้เห็นการเล่นกลอย่างถนัดชัดเจน  เหมือนอยากจะคุยว่ากลของข้าเล่นได้แนบเนียนสมจริงที่สุด แสงไฟไม่สว่างมากนัก แต่ก็เพียงพอกับการมองเห็นสิ่งที่อยู่บนเวทีเตี้ยๆได้

บนเวทีมีเตียงยาว และคนนอนอยู่บนเตียง มีผ้าขาวคลุมตั้งแต่หัวถึงเท้า นักเล่นกลเป็นชายสูงอายุหนวดเครารุงรัง น่าจะเป็นหมอผีมากกว่านักเล่นกล ด้านข้างๆเตียงมีโต๊ะเล็กมีกระถางธูป และธูปเป็นกำติดไฟปักอยู่ควันสีขาวลอยกรุ่นเหมือนหมอก และที่สำคัญ มีดบังตออันใหญ่สำหรับสับกระดูกหมูวางอยู่ด้วยกัน..

“การเล่นกล ชิ้นนี้ถือว่า อันตรายและสุดยอดมาก”  เสียงของชายแก่พูด

“ถ้าใครใจไม่กล้า จิตใจไม่มั่นคง ขอให้กลับออกไป มิฉะนั้นจะหาว่าไม่เตือน” เขายังพูดต่อ

เสียงคนดูครางกันฮือๆ..และไม่มีใครยอมถอยทุกคนส่งสายตาไปยังบนเวทีด้วยความอยากเห็นการแสดงเร็วๆ

พลันที่สายตาของเขาแลมาเห็น กลุ่มเด็ก 4 คนที่ยืนเกาะกลุ่มอยู่หน้าเวที เขาชี้นิ้วมาพร้อมตะโกนเสียงดัง

 

“เฮ้ย พวกเอ็ง กลัวมั๊ย” 

อ้ายหลอดหันไปสบตาพร้อมกับสั่นหน้าเป็นเชิงว่า ไม่กลัว พวกคนดูพากันหัวเราะเสียงอื้ออึง..

“เอาละนะบัดนี้ได้เวลาตามฤกษ์แล้ว ข้าจะขออโหสิกรรม ก่อน”

เขาหยิบธูปมาหนึ่งดอกจุดไฟและพนมมือหันหน้าไปที่ร่างที่นอนโปง พูดพึมพำๆๆ  ไม่นานนัก เขาเอาก้านธูปในมือไปเสียบที่ระหว่างนิ้วเท้าของคนที่นอนอยู่

นักเล่นกลหน้าตาน่ากลัว หยิบมีดบังตอที่ขาววับขึ้นมา เอาด้านคมมาถูกับเคราที่ยาวจนถึงหน้าอก เขาถูไปมา เหมือนเอาเคราเช็ดมีด คนดูเงียบกริบเพราะจะถึงตอนสำคัญแล้ว 

มือเขากำที่ด้ามมีด เดินไปที่บริเวณลำคอของร่างที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ชูมีดขึ้นเหนือหัว แล้วฟันลงมาทันที เสียงคนดูฮือกันลั่น แต่เขายังไม่ฟันจริงเพราะแค่เอาปลายมีดไปวางที่บริเวณคอเท่านั้น...

ทุกคนพากันถอนหายใจ...

แต่ในเสี้ยววินาที ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เขาเหวี่ยงมีดฟันฉับที่คออีกครั้งทันที คราวนี้ฟันจริง เสียงมีดกระทบกระดูกคอดังกรุบ หัวกระเด็นหลุดออกมาตามมีด เลือดพุ่งเป็นสายออกมาจากคอที่ขาด..

ภาพที่ปรากฏตรงหน้า มันสยดสยองยิ่งนัก ทำเอาพวกอ้ายหลอด ถึงกลับถอยหลังหงายท้องหงายใส้ด้วยความตกใจ เพราะการแสดงช่างเหมือนจริงมากๆชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน ที่ร้ายกว่านั้นหัวที่ขาดกระเด็นมาอยู่ตรงเท้าของพวกมัน 

แต่กลก็คือกล อ้ายหลอดทำใจกล้าหยิบหัวที่กระเด็นที่แทบเท้า เพื่อจะนำไปคืนนักเล่นกล เพราะคิดว่าคงเป็นหัวปลอมที่ทำขึ้น ..

พอจับขึ้นมา มันแทบจะกลั้นใจตาย หัวที่หลุดออกมาอ้าปากหัวเราะ ยังมีเสียงพูดแหบๆ ออกมาจากปากอีกด้วย อ้ายหลอดฟังไม่รู้เรื่องรีบโยนออกจากมือ...หัวไปหล่นที่กลางเวที 

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของคนดูที่ยืนอยู่รอบๆก็ดังขึ้นมา แต่เสียงหัวเราะครั้งนี้มันแหลมๆยานๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ พอหันไปมองพวกมันทั้งสี่ถึงกับขนหัวตั้งชัน ตัวชาด้วยความตกใจ เพราะพวกคนดูเหล่านั้นแปรสภาพไป บางคนแขนขาด ขาขาด เลือดท่วมตัว หัวบี้หัวแบน บางตัวคอยาวจากบ่าเป็นเมตรหัวส่ายไปมา เป็นที่ขนพองสยองเกล้า...

โอ๊ย !...เสียงดังลั่นจากกลุ่มเด็กทั้งสี่คน...
                             
                                  .............................................................

เช้ามืด สัปเหร่อ แก้ว  มาเรียกหลวงพ่อที่ หน้ากุฏิบอกว่ามีเด็ก 4 คนนอนสลบอยู่ที่หน้าโกดังเก็บศพ..จากนั้นเหล่าพระอีกหลายรูป ต่างรีบไปดูและให้การช่วยเหลือ  

“เด็กยังเพ้ออยู่ครับ หลวงพ่อ” พระน้อยรายงานหลังจากช่วยกันอุ้มมาที่ศาลา..

“เอาละ เดี๋ยวข้าจะรดน้ำมนต์ให้”  หลวงพ่อจัดการหยิบขันน้ำมนต์ออกมา... 

และยังบ่นว่า”อ้ายแย้มนะอ้ายแย้ม..ยังเฮี้ยนไม่เลิก”....   
 

 

ข้อความต้องไม่ต่ำกว่า 200 ตัวอักษร
ขนาดรูปในแต่ละรูปไม่เกิน 2MB




แสดงความคิดเห็น



ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น